|
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริของโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดยะลา
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 09.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนิคมพิทักษ์ราษฎร์ อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งโรงเรียนได้น้อมนำมาปฏิบัติตั้งแต่ปี 2526 ปัจจุบันนักเรียนมีพัฒนาการที่สมวัย มีความรู้ความสามารถ และสอบเลื่อนชั้นได้ตามเกณฑ์ทุกคน มีผลการเรียนวิชาภาษาไทย และภาษาอังกฤษสูงกว่าเขตพื้นที่และสูงกว่าระดับประเทศ เพราะมีครูอาสาที่เกษียณอายุ และครูคุรุทายาทที่เป็นศิษย์เก่ากลับมาเป็นครูช่วยสอน ทำให้นักเรียนที่ส่วนใหญ่พูดภาษายาวี ภาษาถิ่น สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ดีขึ้น ด้านสุขภาพมีเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขตำบลบ้านแหร ไปตรวจสุขภาพประจำปี ให้ความรู้เรื่องการป้องกันและควบคุมโรคระบาด เช่น โรคตาแดงและโรคมาลาเรีย ที่ยังคงระบาดอยู่ในพื้นที่ แต่จากการที่มีทีมควบคุมโรคเคลื่อนที่เร็วระดับตำบล เข้าไปให้ความรู้ในการป้องกันและควบคุมโรค ทำให้การระบาดของโรคมาลาเรียลดจากปี 2549 ที่พบผู้ป่วยสูงถึง 300 คน ปัจจุบันเหลือเพียง 65 คน ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ผลผลิตพืชผักมีเพียงพอบริโภคตลอดทั้งปี ส่วนใหญ่จะปลูกฟักค้าง และฟักแม้ว เพราะเก็บผลไว้ได้นาน ด้านปศุสัตว์จะเลี้ยงปลาดุก ไก่เนื้อและไก่ไข่ มีกลุ่มแม่บ้านช่วยประกอบอาหารและสอนการแปรรูปอาหาร เช่น ทำกล้วยหินฉาบ กล้วยกวน ไข่เค็ม หน่อไม้ดอง ปลาดุกเส้นปรุงรส รวมถึงสอนทำน้ำยาล้างจานและน้ำยาซักผ้าไว้ใช้ในโรงเรียน
ต่อจากนั้นประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ที่กองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวาย เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนยะหาศิรยานุกูล อำเภอยะหา ทอดพระเนตรกิจกรรมโครงการพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ที่โรงเรียนสามารถบูรณาการการเรียนการสอนในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ แบ่งกิจกรรมเป็นกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มพืชสวนพืชไร่ กลุ่มสัตว์ปีก กลุ่มประมง กลุ่มวิถีชีวิตพื้นบ้านและกลุ่มพืชผักสวนครัว เด็กนักเรียนทุกชั้นได้ทดลองปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรียนรู้เรื่องการทำงานเป็นกลุ่ม ช่วยกันคิดนำสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่า เช่น การทำขี้ผึ้งสมุนไพรไล่ยุง ของโครงงานสุขศึกษาพลศึกษา ที่ได้รับรางวัลเหรียญทองโครงงานดีเด่นระดับประเทศ ในการนี้ ได้มีพระราชดำริให้กรมชลประทานและสำนักงาน กปร. สร้างถังเก็บน้ำให้กับโรงเรียนเพื่อใช้ในการเกษตรเพิ่มเติม และให้เพียงพอสำหรับเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับเยาวชน เกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่เข้าไปศึกษาดูงาน
โอกาสนี้ทอดพระเนตรห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก ที่จัดหมวดหมู่หนังสือให้นักเรียนสามารถสืบค้นได้ด้วยตนเอง ทอดพระเนตรการจัดการศึกษาพิเศษและการเรียนร่วม สำหรับเด็กชายอับดุลเลาะ บาราหาแม ที่พิการแขนขาแต่กำเนิด ซึ่งทรงรับไว้เป็นนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ ที่ได้เรียนร่วมกับเด็กปกติ ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปัจจุบันศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมีความสนใจในวิชาคอมพิวเตอร์เป็นพิเศษ โดยปีการศึกษาหน้าจะไปเรียนต่อด้านคอมพิวเตอร์ที่วิทยาลัยเทคนิคยะลา
ในตอนบ่าย เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนโรงงานยาสูบ 2 บ้านสะป๋อง อำเภอยะหา ซึ่งหน่วยงานต่างๆร่วมกันสนองพระราชดำริทำให้การดำเนินงานที่ผ่านมาพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ที่สำคัญคือ ครู ตชด.รักและใส่ใจดูแลเด็ก ทั้งแบ่งหน้าที่รับผิดชอบโครงการต่างๆอย่างชัดเจน ทำให้เกิดการต่อยอดทางความคิด เช่น กิจกรรมประดิษฐ์หุ่นยนต์ของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ พบว่าครูสามารถกระตุ้นให้เด็กใช้จินตนาการ รู้จักสังเกตุ และนำข้อผิดพลาดมาเป็นประสบการณ์ในการประดิษฐ์หุ่นยนต์ที่มีสมรรถนะ ส่งเข้าประกวดระดับประเทศได้รับรางวัลชนะเลิศและรางวัลต่างๆ สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนตลอด 4 ปีที่มีการจัดการแข่งขันขึ้น ด้านการฝึกอาชีพตามโครงการพี่ช่วยน้อง ได้สอนเพาะเห็ดโดยใช้ขี้เลื่อยจากไม้ยางพารา ทำผ้าบาติก แปรรูปผลิตภัณฑ์กล้วยหิน ที่พบมากในพื้นที่จังหวัดยะลา ทำเป็นขนมกล้วยหินเบรคแตก กล้วยหินทรงเครื่อง และกล้วยหินรังนก โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนแห่งนี้ เปิดสอนมานานกว่า 40 ปี มีกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 จังหวัดยะลา รับผิดชอบดูแล ปัจจุบันเปิดสอนชั้นเด็กเล็กถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 171 คน และมีผู้ใหญ่บ้านที่เคยเป็นศิษย์เก่าร่วมกับผู้ปกครอง ช่วยกันพัฒนาโรงเรียน ดูแลรักษาอาคารหลังเก่าที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดตั้งแต่ปี 2516 ให้สวยงามใช้งานได้ดังเดิม นอกจากนี้ยังจัดเวรยามเฝ้าระวังโรงเรียนในเวลากลางคืนด้วย
ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังโครงการฟาร์มตัวอย่าง ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ทรงติดตามผลการดำเนินงานและทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆภายในโครงการ โดยทรงฟังการกราบบังคมทูลรายงานการดำเนินกิจกรรมต่างๆ พร้อมกับทรงปลูกต้นมณฑาสุไหงปาดี,ต้นทังเก และต้นเยลูตง ซึ่งเป็นไม้มีค่า หายาก และใกล้สูญพันธุ์ และทรงปล่อยพันธุ์สัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ ได้แก่ นกชาปีไหน และไก่จุก ซึ่งมีการตรวจเชื้อไข้หวัดนก พร้อมฝังชิปแล้ว เป็นพันธุ์สัตว์ป่าท้องถิ่น พบมากในพื้นที่ภาคใต้ -โครงการฟาร์มตัวอย่างแห่งนี้ หน่วยงานต่างๆ สนองพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2548 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การทำเกษตรแบบถูกวิธีให้แก่เกษตรกร ทั้งเป็นแหล่งอาหารที่ปลอดสารพิษ และแหล่งจ้างงานในภาคใต้ มีพื้นที่กว่า 798 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ป่าไม้และทุ่งหญ้า 436 ไร่ มีการปลูกป่าไม้เศรษฐกิจ อาทิ ต้นตะเคียนทอง, ต้นทำมัง, ต้นยางนา และปลูกไม้พื้นเมืองกินได้ เช่น ต้นเหรียง, มะไฟกา, เงาะป่า, จำปาดะ, มะตูม, มะปริง และส้มแขก รวมถึงหม้อข้าวหม้อแกงลิง ทั้งแบ่งพื้นที่ทำแปลงเกษตรปลูกพืชผัก พืชไร่, แปลงไม้ผล, พื้นที่ปศุสัตว์, แปลงนาข้าว และบ่อเลี้ยงปลา ผลการดำเนินงานก้าวหน้าเป็นลำดับ มีเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ไปศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง
ในการนี้ ทรงพระดำเนินไปทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ โดยทรงเกี่ยวข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 ในแปลงนาสาธิต ที่ได้ปักดำเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ 30 ไร่ มีการเกี่ยวข้าวบางส่วนไปแล้วเมื่อปลายเดือนมกราคม ได้ผลผลิตเฉลี่ย 426 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งได้ปลูกข้าวพันธุ์สังข์หยดพัทลุง 35 ไร่ รวมถึงจัดอบรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว ให้แก่กลุ่มแม่บ้านที่สนใจ เช่น อบรมทำขนมทองพับ, ขนมดอกจอก,ครองแคลง เป็นต้น พร้อมกันนี้ทรงปล่อยพันธุ์ปลาดุกอุย และปลาชะโอน ลงในสระน้ำของโครงการฯ เพื่อเป็นแบบอย่างการเลี้ยงปลาเศรษฐกิจแก่เกษตรกร
ในการนี้ ได้ทอดพระเนตรการไถนาด้วยกระบือ ตามโครงการฝึกอบรมการใช้แรงงานโคกระบือ ที่สนองพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จัดทำขึ้นเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่ออนุรักษ์และเป็นแบบอย่างการทำนาแบบดั้งเดิม โดยใช้แรงงานจากกระบือแทนเครื่องจักร มีสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์นครศรีธรรมราชมาถ่ายทอดความรู้ พร้อมกันนี้ทรงหว่านพันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 ในแปลงสาธิตด้วย
ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ ได้ทอดพระเนตรการเลี้ยงห่านหัวสิงโต ซึ่งเป็นห่านที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานให้นำมาเลี้ยง หลังจากในปี 2551 รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายไข่ห่านหัวสิงโต จำนวน 100 ฟอง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา แล้วได้พระราชทานให้ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ท่าพระ จังหวัดขอนแก่นดำเนินการฟัก เพื่อเลี้ยงและพัฒนาให้มีคุณภาพเทียบเท่ากับสาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนจะส่งเสริมให้ราษฎรเลี้ยงต่อไป ห่านหัวสิงโต เป็นสัตว์เลี้ยงง่าย เมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักมากกว่าห่านทั่วไป เพศผู้มีน้ำหนักประมาณ 10-12 กิโลกรัม