BEC world Thai TV3 My 3 Space Krob Krua Kao NETWORK

สมเด็จพระเทพฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ จ.ยะลา

วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่จังหวัดยะลา ดังต่อไปนี้

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 08.50 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ซึ่งย้ายมาจากถนนผังเมือง 5 เนื่องจากมีประชาชนไปรับบริการเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีกิจกรรมทางด้านศาสนาอิสลาม และกิจกรรมอื่น ๆ ทำให้พื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอต่อการให้บริการและการจัดกิจกรรม และเพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการประสานงานการบริหารกิจการ การวางแผนงานของมัสยิดในพื้นที่ ให้สอดคล้องกับคำสอนของศาสนาอิสลามในทุกด้าน ตลอดจนลดทอนความขัดแย้งทางศาสนาที่เกิดขึ้นในสังคม ส่งเสริมประชากรมุสลิมให้ปฏิบัติตนตามคำสอนของศาสนาอิสลามด้วยดี เคารพในกฎกติกาและระเบียบกฎหมายของประเทศ

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" ซึ่งตั้งอยู่ ณ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอเมืองยะลา เป็นห้องสมุดตามโครงการห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" แห่งที่ 86 เพื่อสนองพระราชดำริในการส่งเสริมการศึกษาสำหรับประชาชน รวมทั้งเพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนความรู้ของเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ด้วยการส่งเสริมการอ่าน และการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตามพระราชปณิธานที่ว่า "ปลูกฝังการรักการอ่านสู่ประชาชน" ภายในอาคารมีการจัดส่วนบริการและกิจกรรม อาทิ ห้องอ่านหนังสือทั่วไป มุมเด็กและครอบครัว ห้องเอนกประสงค์ ห้องโสตทัศนศึกษา และห้องเฉลิมพระเกียรติ

ต่อมา เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเป็นขวัญกำลังใจแก่ครู และนักเรียน พร้อมทอดพระเนตรกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน อำเภอเมืองยะลา ซึ่งมูลนิธิพระดาบส สนองพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2553 เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาด้านวิชาชีพที่เหมาะสมและครบวงจรแก่เยาวชนที่ด้อยโอกาสในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีงาน มีอาชีพ โดยรับเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาทุกศาสนาในพื้นที่ภาคใต้เข้าศึกษา ปัจจุบันมีนักเรียน 42 คน ครู 5 คน

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการขับร้องเพลง "คำพ่อสอน" ของนักเรียน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกเชื้อชาติศาสนามาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทอดพระเนตรการสาธิตการเรียนการสอนต่างๆ ซึ่งได้น้อมนำรูปแบบการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนพระดาบส ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานไว้คือเป็นการศึกษานอกระบบและไม่เป็นพาณิชย์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มีอาหารบริโภคครบ 3 มื้อ พร้อมที่พัก แต่ได้ประยุกต์รูปแบบบางอย่างให้เหมาะสมกับสภาพสังคม ศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่นเปิดสอน 3 สาขา ได้แก่ ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์, ช่างซ่อมและบำรุงรักษารถยนต์ และช่างซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตร โดยวันจันทร์ถึงศุกร์จัดรถรับส่งให้นักเรียนไปเรียนที่วิทยาลัยวิทยาลัยเทคนิคยะลา และที่วิทยาลัยสารพัดช่างยะลา ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์จัดเรียนหลักสูตรทักษะชีวิตที่โรงเรียน ได้แก่ ปลูกฝังการเป็นพลเมืองดี, การจัดการสิ่งแวดล้อม, การเรียนวิชาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น และการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ตลอดจนปลูกจิตสำนึกให้มีความรักชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความรักความสามัคคี และมีระเบียบวินัย พร้อมที่จะเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ นอกจากนี้ยังให้นักเรียนร่วมกิจกรรมจิตอาสา โดยร่วมกับวิทยาลัยสารพัดช่างยะลาออกหน่วยให้บริการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรกลการเกษตร, รถจักรยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าแก่ประชาชน จากการติดตามผลพบว่านักเรียนทุกคนมีผลการเรียนดีและมีความประพฤติดี เป็นที่พอใจของครอบครัว ขณะนี้นักเรียนกำลังอยู่ระหว่างการฝึกงานในสถานประกอบการ ส่วนนักเรียนรุ่นแรกที่สำเร็จการศึกษาไปแล้ว 39 คน ได้ทำงานในสถานประกอบการต่างๆ และประกอบอาชีพส่วนตัว

โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมราษฎรจากหมู่บ้าน ที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จอย่างทั่วถึง

ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปโรงเรียนบ้านบูเกะบือราแง อำเภอรามัน ทอดพระเนตรการขยายผลโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันตามพระราชดำริ ที่จังหวัดยะลาคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 25 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากโรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ประชาชนค่อนข้างยากจน ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวที่ทางจังหวัดจัดบริการอาหารเช้าให้กับนักเรียน ตามโครงการช่วยน้องอิ่มท้องยามเช้าขึ้น เนื่องจากการสำรวจพบว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้ามาจากบ้าน โดยใช้วัตถุดิบจากโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน รายการอาหารที่ประกอบเลี้ยงจะเป็นอาหารจานเดียว เช่น ข้าวต้ม, ข้าวผัด, ข้าวยำ, ก๋วยเตี๋ยวผัด เป็นต้น ด้านการเรียนการสอนทางโรงเรียนจัดสอน 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและภาษามาลายู ในชั้นเด็กเล็กเพื่อพัฒนาทักษะทางการสื่อสารให้เด็กเล็กฝึกพูดและเขียนภาษาไทยได้ไวขึ้น รวมถึงเป็นการสืบสานภาษาถิ่นไม่ให้สูญหาย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม "ลายมือสวยทั้งโรงเรียน" ที่นอกจากจะฝึกทักษะการเขียนที่ถูกต้อง สวยงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ยังเป็นการฝึกสมาธิให้เด็กอีกทางหนึ่ง ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน สามารถจัดสรรพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำแปลงเกษตรปลูกผักแบบผสมผสาน มีโรงเรือนเพาะเห็ดที่โปร่งสะอาดและมีบ่อเลี้ยงปลาดุกให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติทำการเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โอกาสนี้ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน และราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จด้วย

วิดีโอที่เกี่ยวข้อง»

ข่าวพระราชสำนัก »

อ่านข่าวทั้งหมด