ไฮไลท์อาเซียนซัมมิท สปป.ลาว

หมวดข่าว:เศรษฐกิจ

วันที่ 09 ก.ย. 59 เวลา 16:03:14 น.

จำนวนผู้ชม : 119

กรุณารอสักครู่...

ปิดฉาก รูดม่านไปแล้วสำหรับเวทีประชุม อาเซียน ซัมมิท ที่นครเวียงจันทน์ เป็นไปตามที่คาดการณ์ว่าประเด็นทะเลจีนใต้ กลายเป็นประเด็นรองที่ผู้นำประเทศคู่กรณี เลือกที่จะไม่กล่าวถึงนัก แสดงถึงอิทธิพลจีนต่ออาเซียน และธรรมเนียมของประชาคม ที่จะให้การแก้ปัญหาเป็นไปตามคู่กรณีหาวิธีเจรจากันเอง นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์หลายต่อหลายอย่างเกิดขึ้นใน สปป.ลาว ตลอดสัปดาห์

ไฮไลท์สำคัญการประชุมอาเซียนซัมมิท ประเด็นทะเลจีนใต้ วันสุดท้ายที่ผ่านมา อาเซียนหารือกับคู่เจรจา 8 ประเทศ ที่ล้วนมีอิทธิพล ตั้งแต่ สหรัฐ จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นเวทีเรื่องที่โลกจับจ้อง เมื่อมีทั้งสหรัฐฯ และจีน รวมทั้ง 4 ชาติอาเซียน ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันทับซ้อนในพื้นที่ทะเลจีนใต้ นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ วิงวอนให้ทุกฝ่ายยอมรับมติของอนุญาโตตุลาการ และร่วมกันหาทางออกอย่างสร้างสรรค์

ส่วนจีน นายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง ส่งตัวแทนอ่านแถลงการณ์ของเขา ยังย้ำจุดยืน ไม่ต้องการให้มีการแทรกแซงจากภายนอก และจะจัดการกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม นายโรดริโก ดูเตอร์เต เมื่อวานนี้ไม่เข้าร่วมประชุมอาเซียน สหรัฐ และอาเซียน อินเดีย โดยโฆษกแถลงว่าผู้นำมีอาการปวดหัวไมเกรน

ก่อนหน้าการประชุม เมื่อวันพุธ รัฐบาลฟิลิปปินส์ แสดงหลักฐานและภาพถ่ายเรือตรวจการณ์จีน จำนวนมากบริเวณสันดอนสการ์โบโร่ ที่จีนยึดครอง ทั้งๆ ที่เป็นเกาะเล็กๆ ซึ่งไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย หากแต่เป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญใต้ทะเล

ทว่าเราได้เห็นภาพการจับไม้จับมือของนายโรดริโก ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ กับ นายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง แสดงให้เห็นโอกาสการหาทางออกที่ใช้วิถีทางการทูต และการเกื้อกูลทางการค้าร่วมกัน อาเซียน กับจีน นำมาซึ่งความเกรงใจ

ฟากญี่ปุ่นก็เดินหน้าหยิบยื่นพันธมิตรให้ โดย ชินโสะ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่น พบปะกับนายดูเตอร์เต ตกลงมอบเรือลาดตระเวน และให้ยืมเครื่องบินสอดแนม แก่ฟิลิปปินส์ เพื่อคานอำนาจกับจีน

ที่กล่าวขานกันมาก คือประเด็นคำพูดที่ก้าวร้าว รุนแรงของนายดูเตอร์เต กล่าวแบบไม่ไว้หน้าประธานาธิบดีสหรัฐฯ หากมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบยาเสพติด นำมาซึ่งการยกเลิกการประชุมทวิภาคี แต่วันถัดมา ก็มีการแสดงความเสียใจ และทั้ง 2 ก็ได้พบและพูดคุยกันสั้น ๆ ก่อนร่วมทานอาหารค่ำ ในบรรยากาศที่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ตอกย้ำเรื่องนโยบายปักหมุด เอเชีย (Pivot Asia) สร้างความสัมพันธ์ในเอเชียแปซิฟิก ให้ลึกซึ้งขึ้น ซึ่งถูกฝ่ายจีนวิจารณ์ว่าเป็นการสกัดอิทธิพลจีนมากกว่า สำหรับ สปป.ลาวเอง ได้เห็นภาพโอบามา ไปเดินตลาด ชมวัด ร่วมรำวง ได้เห็นการไปเยือนพิพิธภัณฑ์ร่องรอยสงคราม นำมาซึ่งการเพิ่มงบประมาณความช่วยเหลือ สปป.ลาว อีกเท่าตัว เพิ่มเป็นราว 3,215 ล้านบาท ตลอด 3 ปี โดยเฉพาะเพื่อการเก็บกู้ซากระเบิดของสหรัฐฯ สมัยสงครามเวียดนาม ที่ยังตกค้างอยู่ ซึ่งโอบามาออกมาแถลงยอมรับว่าสหรัฐฯ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ จากการเป็นผู้ก่อสงครามลับ มีการทิ้งระเบิดมากกว่า 270 ล้านลูก เฉพาะในลาว เพื่อตัดเส้นทางส่งเสบียง กำลังพล และผ่านไปกว่า 50 ปีแล้ว ยังมีระเบิดที่หลงเหลือตกค้าง หรือที่ด้านถึง 80 ล้านลูก

ถือเป็นปฏิบัติการลับที่ใหญ่ที่สุดของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ หรือซีไอเอ ทว่าก็มีประเด็นที่โอบามา พูดเพียงแค่ว่ายอมรับ และต้องรับผิดชอบ แต่กลับไม่พบว่าเขาเอ่ยคำขอโทษกับประชาชนชาวลาว แต่จีน คือชาติที่สปป.ลาวพึ่งพิงทางเศรษฐกิจมากที่สุด จากเม็ดเงินที่จีนเข้าไปลงทุนกว่า 2.3 แสนล้านบาท แม้ว่านายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีคนล่าสุดของลาว จะมีแนวโน้มพึ่งพิงพันธมิตรใหม่ที่มีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นอย่างเวีดนามมากขึ้นก็ตาม

น่าสนใจว่าอาเซียน ซัมมิทครั้งต่อไป ที่ฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าภาพ สิงหาคมปีหน้า เชื่อว่าประเด็นทะเลจีนใต้ จะเข้มข้นกว่านี้ หรือจนกว่าจะถึงเวลานั้น อาจมีเวทีเผชิญหน้า หรือแม้แต่หาทางออกกัน ก็เป็นได้

เศรษฐกิจ

อ่านข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง