|
ชูวิทย์ แฉมีบ่อนใหญ่เตรียมเปิดต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเป็นบ่อนที่ปิดตัวจากรัชดา วอน ผบ.ตร.ให้ตนมีส่วนร่วม ในการเลือกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาเปิดเผยถึงบ่อนขนาดใหญ่ที่ปิดตัวมาจากบ่อนรัชดา ได้เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทั้งหมดไปบ่อนแห่งใหม่ภายในซอยสถานทูตและสนามซ้อมกอล์ฟที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงกับบ่อนเดิม และมีขนาดใหญ่มากกว่า 50 โต๊ะขึ้นไป โดยเตรียมที่จะเปิดให้บริการผีพนันในวันที่ 2 , 3 กุมภาพันธ์นี้ ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มีความพยายามที่จะติดสินบนตนเองผ่านคนรู้จัก ทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่ตนเองไม่มีนิสัยฉ้อราษฎร์บังหลวง และหน้าที่ของตนเองที่ต้องออกมาเปิดเผยเพื่อความโปร่งใสของสังคม ปัญหาเรื่องบ่อนการพนันถือว่าเป็นต้นแบบของการคอร์รัปชั่น ที่ก่อนหน้านี้พลตำรวจโทวินัย ทองสอง ผบช.น. บอกว่า วีดีโอคลิปและข้อมูลที่ตนเองออกมาแฉก่อนหน้านี้ เป็นเพียงบ่อนขนาดเล็ก แต่ว่าความเสียหายนั้นมากเท่ากับบ่อนขนาดใหญ่ เพราะมีจำนวนนักพนันเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ อยากขอพลตำรวจเอกเพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ให้ตนเองมีส่วนร่วมในการตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตนเองไว้วางใจ มาทำการตรวจสอบ ยกตัวอย่างเช่น พลตำรวจเอกปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. หรือนายพลอักษรย่อ "ส" ซึ่งเป็นคนตรงไปตรงมา และถูกย้ายออกไปแล้วได้มีโอกาสเข้ามาตรวจสอบ
นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังกล่าวถึงกรณีการโยกย้ายรองผู้กำกับ สน.สายไหม กรณีบ่อนหวิวว่า ตนเองบอกให้ย้ายเจ้าหน้าที่ชั้นประทวนเท่านั้น ซึ่งตนเองได้ตั้งรางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ในเรื่องของบ่อนอบายมุขจำนวน 5 ,000 บาท, หรือการให้ข้อมูลเกี่ยวกับบ่อนใหญ่ที่เป็นประโยชน์ก็จะให้จำนวน 1 หมื่นบาท และหากนำไปซึ่งการจับกุมได้ ตนเองก็จะให้เงินจำนวน 2 หมื่นบาท โดยสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ตนเองเพียงให้รหัส 4 ตัวท้ายของบัตรประชาชนเท่านั้น ซึ่งทุกอย่างจะเป็นความลับ ซึ่งตนเองมองว่า การพนันเปรียบเสมือนกับมะเร็งร้ายที่คร่าชีวิตคนและสัตว์ อย่างสุนัขตัวโปรดของตนเองที่เป็นมะเร็งลำไส้ และจะอยู่ได้อีกใน 3 เดือน ซึ่งหากสังคมเรายังไม่แก้ไข และขจัดปัญหาเหล่านี้ในสังคม ก็จะหมดตัวเพราะการพนัน
นอกจากนี้นายชูวิทย์ยังเปิดเผยถึงบ่อนการพนันอีก 2 เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับคนสีกากี นั่นคือ เครือข่าย ส ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำรวจอักษรย่อ ส ในสถานีตำรวจ ล ที่เปิดค่ายมวย แต่มีทั้งโต๊ะบอล ไฮโล และแรงงานต่างด้าวในย่านบางกะปิ โดยมียี่ปั๊วเป็นคนสร้างบ้านให้นายพล อ. ที่ชื่อมี 2 พยางค์ นามสกุล 2 พยางค์
ส่วนอีกเครือข่าย คือเครือข่าย ตือ ที่มีคนจัดหาสถานที่ อุปกรณ์ และคนเคลียร์หน้าเสื่อ ซึ่งต้องเป็นบุคคลที่รู้จักเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ซึ่งตนเองอยากบอกตำรวจว่า ไม่จำเป็นต้องส่งรายงานภายในวันที่ 30 มกราคมนี้ ตนเองข้าใจ แต่อยากให้เจ้าหน้าที่จัดการในเรื่องของบ่อนรัชดาให้ได้เสียก่อน

ยังไม่มีสมาชิกท่านใดแสดงความคิดเห็น คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก