|
นายสมิทธ ธรรมสโรช กรรมการ กยน. ขอรอดูแผนจัดการน้ำของรัฐบาลก่อนตัดสินใจลาออก
โดยนายสมิทธ กล่าวว่า ขณะนี้แผนบริหารจัดการแก้ปัญหาน้ำ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท เป็นแค่แผนแบบกว้างๆ ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ว่า จะบริหารจัดการอย่างไร แต่หากแผนออกมาและเห็นว่าไม่น่าจะคุ้มค่ากับงบประมาณก็จะขอลาออกทันที ซึ่งนอกจากตนเองแล้ว ยังมีนายปราโมทย์ ไม้กลัด และ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ก็คงจะถอยออกมาเช่นกัน
นายสมิทธยังบอกด้วยว่า สถานการณ์น้ำในปีนี้ประเทศไทยยังต้องเฝ้าระวังเรื่องน้ำท่วม ดินถล่ม และสตอมเสิรต์ เป็นพิเศษอย่างต่อเนื่อง ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมจะเท่าเดิมหรือ รุนแรงกว่าเดิมขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลจะมีประสิทธิภาพเพียงใด และสอดคล้องกับเม็ดเงินที่จะใช้หรือไม่
ขณะที่การเสวนาหัวข้อ 350,000 ล้านบาท ป้องกันภัยพิบัติประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไร ที่จัดโดยสภาพัฒนาการเมือง ก็เห็นว่าสิ่งสำคัญในขณะนี้ที่ภาครัฐต้องดำเนินการก็คือการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนให้มีประสิทธิภาพ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาน้ำท่วม หรือไม่ก็เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ รวมถึงเร่งขุดลอกคูคลองต่างๆ เพื่อรองรับการระบายน้ำ เนื่องจากปีนี้คาดการณ์ว่าฝนจะตกเร็วขึ้น ขณะที่ กทม.และรัฐบาลจะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง
ขณะที่นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษก กทม. กล่าวว่า ขณะนี้ทาง กทม. ได้เตรียมแผนรองรับการป้องกันน้ำท่วมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเร่งขุดลอกท่อและคูคลองที่ใช้ระบายน้ำออกจากกรุงเทพ รวมทั้งการเสริมคันถนนถาวรในคลองหกวาสายล่าง สูงขึ้นเป็น 3 เมตร และเสริมแนวคันป้องกันจากถนนหทัยราษฏร์ ถึงสมุทรปราการ ระยะทาง 72 กิโลเมตร สูงเป็น 3.5 เมตร ส่วนกรุงเทพฝั่งตะวันตก ก็มีการเร่งซ่อมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเชื่อว่าเชื่อว่า แม้น้ำจะเท่าเดิมแต่สถานการณ์จะไม่หนักเท่าปีที่แล้ว

ยังไม่มีสมาชิกท่านใดแสดงความคิดเห็น คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก