|
ตำรวจนำผู้ต้องหาเหตุระเบิด 3 จุด ไปขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรก 12 วัน พร้อมค้านประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและเกรงจะหลบหนี
โดยเช้าวันนี้ (22 ก.พ.) กำลังตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจกองปราบปราม นำตัวนายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ ผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุระเบิด 3 จุด ในซอยปรีดีพนมยงค์ ออกจากห้องควบคุมตัวกองบังคับการกองปราบปราม ขึ้นรถยนต์นำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน โดยพนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องคัดค้านการขอประกันตัวไว้ด้วย โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และผู้ต้องหาอาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน และระเบิดมีอานุภาพร้ายแรง เกรงว่าจะเป็นภัยต่อส่วนรวม โดยหลังการยื่นขอฝากขังใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายมูฮัมหมัด ขึ้นรถยนต์ควบคุมตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที
นายมูฮัมหมัด ถูกจับกุมเมื่อค่ำวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังเกิดเหตุระเบิด ขณะกำลังจะเดินทางออกนอกประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ จนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมตัวได้ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำมีไว้ซึ่งวัตถุระเบิด ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ และทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและสิ่งปลูกสร้าง
ด้านสำนักข่าวฟาร์ส ของอิหร่าน รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ประธานสถาบันศึกษาอัล-มะห์ดีย์ ผู้นำศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ในไทยว่า ผู้ต้องสงสัยร่วมกันก่อเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ทั้ง 4 คน เป็นสมาชิกขบวนการประชาชนมุญาฮิดีนอิหร่าน (MKO) ซึ่งไม่เป็นที่รู้จักสำหรับหน่วยงานความมั่นคงของไทย แต่อยู่ในรายชื่อต้องสงสัยก่อการร้ายของรัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2540 และมีประวัติเคยก่อเหตุหวังโค่นล้มการสถาปนารัฐอิสลามอิหร่าน คาดว่าความพยายามครั้งนี้มีขึ้นเพื่อหวังโยนความผิดให้กับทางการอิหร่าน นายฮูซัยนี ยังย้ำว่า รัฐบาลอิหร่านจะไม่ก่อเหตุโจมตีลักษณะดังกล่าวเด็ดขาด เพราะจะเป็นการทำลายมิตรภาพระหว่างไทยและอิหร่าน ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีมาช้านาน

ยังไม่มีสมาชิกท่านใดแสดงความคิดเห็น คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก