|
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งตรวจสอบสติกเกอร์"SEJEAL"ที่ติดตามเสาไฟฟ้าถนนเลียบทางด่วนเพลินจิตสายใต้ เบื้องต้นยังไม่พบเกี่ยวโยงกับระเบิดกลางกรุง แต่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเพิ่มเติม
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีการให้ข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าคดีระเบิดอีกครั้งว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะสืบสวนสอบสวนเป็นผู้ให้ข่าวเกี่ยวกับคดี หรือคนที่ ผบ.ตร.มอบหมายเท่านั้น เพราะคดีนี้อาจส่งผลต่อกระบวนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ได้ ขณะที่ในส่วนของคดีก็คืบหน้าไปมากเนื่องจากพยานหลักฐานที่เก็บได้ ซึ่งยืนยันว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่จะทำตามพยานหลักฐานที่พบจริง ไม่มีการคาดการณ์ หรือใช้จินตนาการทำงาน ซึ่งทำบนพื้นฐานความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ซึ่งคณะกรรมการทั้ง 43 คนยังคงประชุมติดตามคดีที่ สน.คลองตัน ทุกวัน ถึงแม้ พล.ต.อ.ปานศิริ จะไม่ได้ไปร่วมก็ตาม
ทั้งนี้กระบวนการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 5 คน นั้น ขณะนี้นายมูฮัมมัด ฮาซาอิ ได้นำตัวไปฝากขังผลัดแรก 12 วัน ,นายซาอิป โมราดิ ที่ได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งยังไม่รู้สึกตัว ก็อยู่ในกระบวนการควบคุมตัว , ส่วนนายมาซุส ซีดากัส ที่ถูกทางการมาเลเซียควบคุมตัว อยู่ในขั้นตอนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งทางการมาเลเซียก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ที่หลายฝ่ายกังวลว่า ตามกฎหมายของประเทศมาเลเซีย กำหนดให้ควบคุมตัวได้ 14 วัน ซึ่งตอนนี้เหลือเพียง 7 วันนั้น ก็เป็นกระบวนการขั้นตอนของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน ส่วน นส.โรฮานี่ ไลลา และชายชาวตะวันออกกลาง ผู้ต้องสงสัยอีก 2 คนที่ถูกออกหมายจับ ล่าสุดมีข้อมูลว่าได้หนีกลับไปอยู่ที่ประเทศของตนเองแล้ว ส่วนกรณีที่ทางการอิหร่านติดต่อขอสอบปากคำผู้ต้องหานั้น พล.ต.ต.ปิยะ ยืนยันว่า กฎหมายระบุชัดเจน ถึงการสืบสวนว่าเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเท่านั้น แต่ก็พร้อมที่จะรับฟังข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ขณะที่เรื่องของสติ๊กเกอร์ที่ระบุว่า SEJEAL และคำว่า SHOCK ETHER ที่สเปรย์บนกำแพงตามเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังโรงแรมเจดับบลิวมาริออท ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.รณศิงป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น.เป็นผู้ตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่พบความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม โฆษก สตช.ยืนยันว่าจำเป็นต้องปรับปรุงด้านการข่าวของสันติบาลที่ต้องปรับบางมาตรการให้เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะการจัดเจ้าหน้าที่ประสานข้อมูลระหว่างประเทศให้มากขึ้น จากเดิมที่มีเพียงมาเลเซียเท่านั้น ก็อาจจะเพิ่มเจ้าหน้าที่ในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่ง ผบ.ตร.เองก็กำชับให้ด่านตรวจคนเข้าเมือง และ ตชด. เพิ่มความเข้มคนที่เข้าออกประเทศ จากเดิมที่ไทยให้ความสนใจเพียงตัวเลขด้านการท่องเที่ยว พร้อมกับปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ผบ.ตร.ก็พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกรายที่ทุ่มเทอย่างเต็มที่

ยังไม่มีสมาชิกท่านใดแสดงความคิดเห็น คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก