|
พรรคเพื่อไทยได้จัดสัมมนาพรรค ถกแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนนัดหารือแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้
การสัมมนาครั้งนี้มีขึ้นที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ พัทยา จังหวัดชลบุรี ภายใต้หัวข้อ "เพื่อไทย เพื่อประชาธิปไตย เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของประชาธิปไตย" ซึ่งในการสัมนาวันแรกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการกล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โดยได้ข้อสรุปว่า ในการทำงานต่อไปของรัฐบาลนั้น จะต้องเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งให้มากขึ้น ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเดินหน้าทำงานต่อไปได้ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะยังไม่มีข้อสรุปในวันนี้ แต่จะเป็นการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิก เพื่อนำข้อคิดเห็นไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 31 กรกฎาคมต่อไป
ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ "ทิศทางการทำงานการเมืองของพรรคเพื่อไทย" ภาพรวมการทำงานโดยเฉพาะเรื่องการเมืองหลายครั้งรัฐบาลถูกมองว่าตัดสินใจไม่ดี หรือ รัฐบาลล้าช้า แต่ขอยืนยัน ว่าจุดยืนรัฐบาล ไม่มีถอย แต่ต้องช้าก็ เพื่อลดความขัดแย้ง เพื่อต้องการเห็นการมีส่วนร่วม และความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยยึดหลักความสมดุลในการทำงานการเมือง
นายกรัฐมนตรีบอกด้วยว่าตนต้องทำหน้าที่หลายบทบาททั้ง บทบาท ส.ส. และ บทบาทที่ต้องดูแลประชาชน จึงต้องทำหน้าที่ให้เกิดความสัมพันธ์กันในแต่ละบทบาท ที่สำคัญ ต้องลดบรรยากาศความขัดแย้งประสานความเข้าใจ เร่งเดินหน้าสร้างความเข้าใจกับประชาชน ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือแก้กฎหมาย ก็เพื่อให้เกิดความเป็นประชาธิปไตย และสามัคคีปรองดองเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งจะประสบความสำเร็จได้ ต้องได้รับความร่วมมือจาก ส.ส. และประชาชน ทั้งนี้ ส.ส.ต้องร่วมกันทำงานให้ กลไกของ สภา เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ รัฐบาลมีเสถียรภาพ ส่งผลให้การเลือกตั้ง ครั้งหน้าประชาชนจะไว้วางใจพรรคเพื่อไทยต่อไป
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่าที่บอกว่าไม่ถอยนั้นพูดในภาพรวมไม่เจาะจงว่าต้องเป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือเรื่องของ พ.ร.บ.ความปรองดองซึ่งเป็นเรื่องที่สภาต้องร่วมกันหาหารือทางออกที่ดี แต่ตนมีความต้องการให้เกิดประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันและให้เกิดความเสมอภาคเพื่อประเทศเดินไปข้างหน้าโดยการสร้างความสมดุลย์ลดความขัดแย้ง เพราะสุดท้ายแล้วตนเชื่อว่าสิ่งที่ทุกคนอยากเห็นคือความสามัคคีและความสงบสุขและหากทุกคนมีความเข้าใจและเจตนาเดียวกันก็ทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้
นายกรัฐมนตรียังบอกด้วยว่าหากพรรคเพื่อไทยทำงานดูแลแก้ไขปัญหาให้ประชาชนและทำนโยบายต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์กับประชานได้ประชาชนก็จะให้โอกาสพรรคเพื่อไทย
