|
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในระดับสากลมีทั้งความขัดแย้งทางการเมือง สีผิว เชื้อชาติ ไปจนถึงศาสนา และสิ่งเหล่านี้มีให้เห็นทั้งในชาติตะวันตกและชาติตะวันออก แต่ในหลายประเทศสามารถฝ่าวิกฤติความขัดแย้งเหล่านี้ไปได้
ภาพของการประท้วง การใช้อาวุธสงคราม ที่อาจรุนแรงไปจนถึงขั้นสังหารหมู่ มีให้เห็นในหลายประเทศทั้งชาติตะวันตกและชาติตะวันออก ที่เกิดจากจุดเริ่มต้นทางการเมือง สีผิว เชื้อชาติ ไปจนถึงศาสนา แม้ว่าเราจะผ่านสงครามโลกครั้งที่ 2มาแล้วจนถึงวันนี้เกือบ 70 ปีก็ตาม ซึ่งผู้อำนวยการหลักสูตรผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต ดร.ปรีชาญาน วงศ์อรุณ มองว่าบทเรียนที่เกิดขึ้นในต่างประเทศอย่างไอร์แลนด์เหนือ ต้นตอของความขัดแย้งมาจากศาสนา เช่นเดียวกับสงครามกลางเมืองในประเทศศรีลังกาและฟิลิปปินส์ ขณะที่ความขัดแย้งเรื่องสีผิวของแอฟริกาใต้ รวันด้าเป็นความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์ หรือความขัดแย้งเชื้อสายกรีกและเชื้อสายตุรกีของประเทศไซปรัส รวมไปถึงกลุ่มก่อกบฏต่างๆของประเทศและอินโดนีเซีย หรือย้อนไปถึงสงครามในเยอรมนีช่วงสงครามโลก ซึ่งทุกเหตุการณ์ได้คร่าชีวิตผู้คนที่บริสุทธิ์ไปมากมาย
คอนราด อเดเนาว์ นายกรัฐมนตรีคนแรกของเยอรมนีตะวันตก และเนลสัน แมนเดอร่า ผู้นำแอฟริกาใต้ ถูกยกย่องเป็นผู้นำตัวอย่างในการลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศของตัวเองและสร้างความปรองดองสมานฉันท์กับประเทศเพื่อนบ้่านจนทำให้สถานการ์ความแตกแยกลดลง ภายใต้แนวคิดการให้อภัยและการแก้ปัญหาในเชิงจิตวิทยาท่ามกลางการแสดงออกถึงภาวะผู้นำที่เผชิญกับความแตกแยกอย่างรุนแรง
ดังนั้นการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ต้องเริ่มต้นจากผู้นำเพราะเป็นผู้ที่มีบทบาทกับสาธารณชน แม้ว่าการปรองดองจะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากทุกภาคส่วนก็ตาม ในขณะที่ตัวกลางในการประสานก็มีส่วนสำคัญทำให้ความขัดแย้งลดลง เห็นได้จากแอฟริกาที่มีความช่วยเหลือจากองค์การสหประชาขาติ หรือกลุ่มประเทศสหภาพแอฟริกา หากไม่มีตัวกลางระหว่างประเทศโอกาสที่จะเริ่มต้นหรือประสบความสำเร็จเป็นเรื่องยาก และนี่ก็ถือเป็นแนวทางการปรองดองสมานฉันท์ของนานาชาติท่ามกลางบทเรียนของสงครามกลางเมือง การสังหารหมู่ มานานหลายสิบปี ในขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองของไทยเพิ่งเริ่มต้นเมื่อไม่กี่ปีและไม่ถือว่ารุนแรง แต่ท้ายที่สุดแล้วขึ้นอยู่กับสังคมไทยว่ามีความจริงใจในการลดความขัดแย้งมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง
