พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

"โอบามา"ปลุกกระแสให้อาหารเวียดนาม

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 03 มิ.ย. 59 เวลา 10:58:31 น.

จำนวนผู้ชม : 379

กรุณารอสักครู่...

"บุ๋นจ่า"อาหารเวียดนามที่เป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ เมื่อ บารัค โอบามา แหวกประเพณีทำตัวติดดินไปชิมถึงที่ร้านดังข้างทางกรุงฮานอย ทำให้อาหารเวียดนามหลายๆ แห่งพลอยได้อานิสงส์ไปด้วย นอกจากนี้ยังมีวาระต่างๆ ที่ตามมาจากการเยือนเวียดนามของผู้นำที่กำลังจะอำลาตำแหน่งปีนี้ 

"บุ๋นจ่า"มีความหมายแปลว่า ขนมจีน ในภาษาเวียดนาม ซึ่งเป็นอาหารหลักอีกชนิด รองจากข้าวของชาวเวียดนาม"บุ๋นจ่า"เป็นเมนูที่ปรุงขึ้นจากขนมจีนคล้ายก๋วยเตี๋ยว นอกจากจะรับประทานกันในวันธรรมดาแล้ว เมนูนี้ยังนิยมปรุงเลี้ยงในงานสังสรรค์อีกด้วย ทีเด็ดของอาหารชนิดนี้อยู่ที่การหมักหมูด้วยน้ำตาลเคี่ยวเกือบไหม้ หรือเรียกง่ายๆ ว่า คาราเมล เมื่อนำหมูไปย่างหรือจี่ในกระทะจะมีกลิ่นหอมชวนทาน นอกจากนี้บุ๋นจ่ายังมีวิธีเสิร์ฟและรับประทานที่น่าสนใจ ทานคู่กับผักเครื่องเคียง ตามตำราของคนเวียดนามแท้ๆ 

สำหรับ บุ๋น จ่า ร้านหวง เหลียน ที่โอบามาไปทาน อยู่ในย่านเมืองเก่าของกรุงฮานอย บนถนน เล วาน หู่ มีชื่อเสียงมายาวนาน เปิดมานานกว่า 20 ปี ผู้ใช้งานเว็บไซต์รีวิวท่องเที่ยวอย่างทริป แอดไวเซอร์ ให้คะแนนเฉลี่ย 5 ดาว ราคาอาหารต่อคนไม่แพงราว 70-215 บาท บุ๋น จ่า จานนี้ก็แค่ 4 หมื่นดอง ราว 62 บาท อย่างมื้อนี้ที่ประธานาธิบดีทานกับ แอนโธนี บูร์แดน แค่ราว 200 บาท ซึ่งเทปนี้ที่ถ่ายทำรายการ จะออกอากาศทาง CNN เดือนกันยายน

อานิสงส์ของเมนูเวียดนามมื้อพิเศษนี้ ส่งผลให้ร้านอาหารเวียดนามทั้งในเวียดนามเอง และในสหรัฐฯ ขายดิบขายดี ใครที่ไม่เคยก็ต่างไปหาลองตามร้านเวียดนามต่างๆ ทั้งนักท่องเที่ยวในเวียดนามเองและในสหรัฐฯ 

นักวิเคราะห์การเมืองชี้ว่าประธานาธิบดีโอบามา พยายามจะเข้าถึงประชาชนชาวเวียดนาม ด้วยการเรียนรู้สัมผัสวัฒนธรรมความเป็นอยู่ ไปจนถึงการประกาศยกเลิกนโยบายคว่ำบาตรการค้าอาวุธกับอดีตคู่สงครามเมื่อ 50 ปีก่อน ที่บาดแผลจากสงครามอาจยังฝังใจคนรุ่นที่แล้ว แต่ภาพลักษณ์ครั้งนี้ได้ใจประชาชนเวียดนามยุคใหม่ ซึ่งยังเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตโดดเด่นในอาเซียน รวมทั้งการจับมือกับเวียดนาม ที่ระยะหลังเป็นไม้เบื่อไม้เมากับจีนก็เพื่อคานอำนาจสมประโยชน์ของสหรัฐฯ 

นอกจากนี้ เวียดนามก็เป็นประเทศที่ประกาศเข้าร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภูมิภาคแปซิฟิก หรือ ทีพีพี ของสหรัฐฯ และจะยิ่งเพิ่มปริมาณการค้าระหว่าง 2 ประเทศจากปีก่อน 45,000 ล้านเหรียญ 1.5 ล้านล้านบาท ไปอีกจากปัจจุบัน ทว่ายังต้องติดตามนโยบายในปีหน้าอีกครั้ง เพราะทิศทางผู้นำคนใหม่ที่เข้ามา ไม่ว่าจะโดนัลด์ ทรัมป์ หรือแม้แต่ ฮิลารี คลินตัน ก็ตาม อาจแปรผันเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ได้เสมอ

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง