พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ผลการนับคะแนนประชามติ

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 24 มิ.ย. 59 เวลา 22:13:00 น.

จำนวนผู้ชม : 949

กรุณารอสักครู่...

ผลประชามติของกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักรที่มีผลออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว ว่าฝ่ายสนับสนุนให้ออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปชนะไปด้วยคะแนนเสียงต่างกันถึง 1 ล้านกว่าเสียง ทำให้บรรยากาศที่อังกฤษในวันนี้มีทั้งผู้ที่ดีใจและเสียใจปะปนกันไป โดยอังกฤษถือเป็นประเทศแรกที่ถอนตัวออกมาจากสมาชิกอียูนับตั้งแต่มีการก่อตั้งมาเป็นเวลานานกว่า 43 ปี

ผลการนับคะแนนลงประชามติจาก 382 หน่วยทั่วสหราชอาณาจักรได้ผลสรุปอย่างเป็นทางการแล้วในขณะนี้ โดย คะแนนของฝ่าย BREXIT หรือ กลุ่มผู้สนับสนุนให้ออกจากอียูเป็นฝ่ายชนะ ด้วยคะแนน 17,410,742 เสียง ขณะที่ฝ่าย BREMAIN หรือ กลุุ่มผู้สนับสนุนให้อยู่ต่อ แพ้ไปที่ 16,410,241 เสียง หรือ คิดเป็นร้อยละ 51.9 ต่อ 48.1 ซึ่งถือว่าห่างกันกว่า 1,200,000 เสียง โดยการลงประชามติในครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิ์คิดเป็น ร้อยละ 72 จากจำนวนของประชากรผู้มีสิทธิลงความเห็น

สำหรับช่วงอายุของคนที่โหวตให้ออก และให้อยู่ ปรากฏว่า กลุ่มคนที่อายุมากมากกว่า 50 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มที่โหวตให้สหราชอาณาจักรออกจากอียูมากที่สุด ขณะที่กลุ่มคนอายุน้อยต้องการจะอยู่กับอียูต่อไป โดยจำแนกได้ดังนี้กลุ่มอายุ 18-24 ปี โหวตให้อยู่ต่อ ร้อยละ 64 โหวตให้ออก ร้อยละ 24 กลุ่มอายุ 25-49 ปี โหวตให้อยู่ต่อ ร้อยละ 45 โหวตให้ออก ร้อยละ 39กลุ่มอายุ 50-64 ปี โหวตให้อยู่ต่อ ร้อยละ 35 โหวตให้ออก ร้อยละ 49กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป โหวตให้อยู่ต่อ ร้อยละ 33 โหวตให้ออก ร้อยละ 58

ขั้นตอนการออกจากสมาชิก EU กระบวนการในการออกจากอียูในครั้งนี้จะใช้เวลาในการดำเนินการเป็นเวลา 2 ปี เริ่มตั้งแต่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน จะต้องประกาศใช้มาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอนปี 2009 เพื่อกำหนดกระบวนการในการถอนตัว ซึ่งเมื่อประกาศใช้มาตรานี้แล้วสหราชอาณาจักรจะไม่สามารถกลับเข้าสู่อียูไม่ได้อีก โดยถ้าหากต้องการจะกลับมาเป็นสมาชิกอีกครั้งก็จะต้องได้รับการยินยอมจาก 27 ชาติสมาชิกที่เหลือก่อน

ขั้นตอนต่อมารัฐบาลอังกฤษจะต้องเริ่มเจรจากับผู้นำกลุ่มอียูเพื่อกำหนดสนธิสัญญาฉบับใหม่ขึ้นมาแทนที่การเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป รวมไปถึงความสัมพันธ์ของสหราชอาณาจักรกับอียูต่อจากนี้ ทั้งเรื่องภาษีการค้า การอพยพ และข้อกำหนดต่าง ๆ ซึ่งสิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการรับรองจากรัฐสภาอังกฤษ

การลงประชามติในครั้งนี้ไม่มีผลทางกฎหมาย และมีหลายวิธีในการสกัดและคว่ำผลประชามติในครั้งนี้ด้วยกระบวนการทางรัฐสภา แต่การกระทำดังกล่าวนับได้ว่าเป็นการฆ่าตัวตายทางการเมืองเนื่องจากเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นกันในครั้งนี้

ปฏิกริยาภายในประเทศผลจากการนับคะแนนในครั้งนี้ส่งผลให้นายยกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ของอังกฤษประกาศลาออกจากตำแหน่งในเดือนตุลาคมนี้ทันที หลังจากที่เขาได้ประกาศจุดยืนสนับสนุนให้ประเทศเป็นสมาชิกอียูต่อไป โดยเขาได้ย้ำว่าเจตนารมณ์ของประชาชนต้องได้รับความเคารพ และขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของฝ่าย BREXIT

ขณะเดียวกันด้านนายไนเจล ฟาราจ หัวหน้าพรรค UKIP ที่รณรงค์ให้อังกฤษออกจากอียูมานาน 20 ปี ได้ประกาศต่อหน้าผู้สนับสนุน หลังจากที่ทราบผลเป็นแน่ชัดแล้วว่าวันนี้คือวันประกาศเอกราชของคนอังกฤษ

โดยสำหรับปฏิกริยาของชาวอังกฤษส่วนใหญ่หลังทราบผลประชามติก็มีหลากหลายความรู้สึกปะปนกันไป ทั้งผู้ที่เชื่อว่าเป็นข่าวดี เพราะจะทำให้อังกฤษมีอำนาจทางเศรษฐกิจและพรมแดนมากยิ่งขึ้น และอีกฝ่ายที่ยังอยู่ในภาวะเซื่องซึมหลังรู้ผลว่าอังกฤษต้องออกจากอียูแล้ว

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง