พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ตุรกีเดินหน้ากวาดล้างผู้ร่วมขบวนการรัฐประหาร

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 18 ก.ค. 59 เวลา 06:04:28 น.

จำนวนผู้ชม : 223

กรุณารอสักครู่...

หลังความล้มเหลวของความพยายามรัฐประหารครั้งแรกในรอบ 40 ปี มาร่วมทำความเข้าใจที่มาที่ไป และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อไปในตุรกี 

ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งกวาดล้างผู้ร่วมขบวนการรัฐประหารอย่างหนัก ล่าสุดเมื่อวานนี้ ผู้บัญชาการฐานทัพอากาศ 1 นาย ผู้บัญชาการตำรวจ 1 นาย กับทหารอีก 10 นาย ได้ถูกจับกุม ในเมืองอาดานา ทางตอนใต้ของตุรกี

ในขณะที่บรรดาชาวตุรกี พากันมารวมตัวกันในกรุงอังการ่า เพื่อรำลึกถึงเหยื่อผู้เสียชีวิตจากทั้งสองฝ่าย ที่มีจำนวน ถึง 290 คน 

โดยนายเรเจ็ป ไตยิป เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี วัย 61 ปี ได้เดินทางไปช่วยแบกหีบศพของหนึ่งในเหยื่อผู้เสียชีวิต นอกจากนั้น นายเออร์โดกัน ยังได้กล่าวกับผู้คนที่มาร่วมในงานศพของผู้เสียชีวิตว่า ตุรกีจะเดินหน้ากวาดล้างไวรัส ออกจากสถาบันของรัฐทุกแห่ง เพราะไวรัสนี้ได้แพร่กระจายออกไปทั่วประเทศ เปรียบเสมือนโรคร้าย อย่าง มะเร็ง

จากคำกล่าวอ้างของคณะรัฐประหารกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปี ภายใต้รัฐบาลของนายเออร์โดกันได้ทำลายความเป็นประชาธิปไตยในตุรกีลงเรื่อยๆ  นอกจากนั้นนโยบายการปราบปรามกลุ่มกบฏชาวเคิร์ดอย่างหนัก ยังส่งผลให้ตุรกีต้องเผชิญกับการก่อการร้ายบ่อยครั้ง เป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดการรัฐประหารขึ้น

แต่ความล้มเหลวของรัฐประหารไม่ได้สะท้อนว่า ชาวตุรกีรักประธานาธิบดีของเขาแต่อย่างใด เนื่องจากประชาชนชาวตุรกีนั้น รังเกียจสิ่งที่เรียกว่ารัฐประหารมากกว่า หลังการเผชิญกับรัฐประหารหลายครั้ง ในประวัติศาสตร์ ประชาชนชาวตุรกียังคงเลือกรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง ถึงแม้ว่าจะมีข้อเสียก็ตาม 

นอกจากนั้นนักวิเคราะห์มองว่า สาเหตุของความล้มเหลวอีกประการหนึ่ง นั่นคือ คณะรัฐประหารชุดนี้ ไม่สามารถควบคุมสื่อได้ทั้งหมด จึงทำให้นายเออร์โดกัน สามารถออกอากาศสดภาพวิดีโอของเขาเรียกร้องให้ประชาชนออกมาต่อสู้ได้

หลังควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว นายเออร์โดกัน เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาส่งตัว นายเฟตุลเลาะห์ กูเลน หรืออิหม่ามกูเลน ครูสอนศาสนาอิสลามชาวตุรกี ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหารครั้งนี้

ด้านอิหม่ามกูเลน ซึ่งขณะนี้พำนักอยู่ในในรัฐเพนซิลเวเนีย ของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาปฏิเสธและโต้กลับว่า นายเออร์โดกันเองต่างหาก ผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหารตัวเองครั้งนี้ เพื่อเรียกความนิยมคืนจากประชาชน 


อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า รัฐประหารครั้งนี้ มีมือที่มองไม่เห็นนั่นคือ สหรัฐอเมริกา หลังมีรายงานข่าวว่า เครื่องบินที่นำมาใช้โจมตีนั้น มีบางส่วนมาจากฐานทัพสหรัฐในตุรกี จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ฐานทัพนั้น อาจใช้เป็นสถานที่วางแผนการรัฐประหารครั้งนี้ ซึ่งนายจอห์น แครี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ก็ออกมากล่าวว่าหากยังไม่มีหลักฐานใดๆ ข้อกล่าวหานี้ อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้

นอกเหนือจากเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่จะแย่ลงแล้ว ความล้มเหลวของการรัฐประหาร ที่จบลงด้วยการนองเลือดนี้ อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ ของการปราบปรามฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยของรัฐบาล 

อย่างไรก็ตามผลดีทั้งหมดนั้นจะตกอยู่ที่ นายเออร์โดกัน ซึ่งคะแนนความนิยมในตัวเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน หลังที่ผ่านมารัฐบาลต้องเผชิญภัยจากการก่อการร้ายและคะแนนนิยมที่ตกต่ำลง 

คงต้องติดตามกันต่อไปว่า สถานการณ์การเมืองในตุรกี จะเป็นไปในทิศทางใด รวมถึงความสัมพันธ์กับรัฐบาลซีเรีย ที่ออกมาประกาศว่าจะเดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์ ไปจนถึงการพบปะหารือ ระหว่างนายเออร์โดกัน กับนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่จะเกิดขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเช่นกัน

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง