หนุนคนใช้สิทธิ์ ชี้ชะตา 2 ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 04 พ.ย. 59 เวลา 06:04:14 น.

จำนวนผู้ชม : 92

กรุณารอสักครู่...

นักวิเคราะห์ชี้ การที่ 2 ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ในปีนี้ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร อาจเป็นอุปสรรคต่อการทำงานในอนาคต ด้านทรัมป์และคลินตันยังคงเดินหน้ารณรงค์ให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาลงคะเเนน


สัปดาห์สุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นช่วงที่คอการเมืองต้องลุ้นกันสุดตัว หลังคู่แข่งทั้ง 2 คน คือนางฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครต และนายโดนัลด์ ทรัมป์ จากรีพับลิกัน ผลัดกันขึ้นมามีคะแนนนำอย่างสูสี จากเดิมที่ทุกฝ่ายเชื่อว่านางคลินตันน่าจะได้ชัยชนะในศึกครั้งนี้ เพราะมีความเป็นต่อด้านวุฒิภาวะ และประสบการณ์ด้านการเมืองมากกว่าคู่แข่งอย่างทรัมป์ แต่เธอยังไม่ใช่ผู้สมัครที่ชาวอเมริกันชื่นชอบมากนัก โดยเฉพาะประเด็นความไม่โปร่งใสในการทำงาน ซึ่งคาดว่าเรื่องนี้จะเป็นชนักติดหลังถูกขุดคุ้ยไม่จบสิ้น หากเธอได้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป นักวิเคราะห์มองว่า การที่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกเทคะแนนให้นางคลินตันเพียงเพราะว่าเธอเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าคู่เเข่งคนอื่นๆ เท่านั้น ไม่ได้มาจากความชื่นชอบ หรือความนับถือ รวมถึงมาจากการวางตัวเหมาะสมต่อการแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยการยึดหลักของประเทศ คือ สิทธิเสรีภาพ 

ขณะที่นายทรัมป์ ผู้มีวลีเด็ดประจำตัว อย่าง"Make America Great Again"มาซื้อใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถปลุกกระแสประชาชนได้ไม่น้อย แม้จะมีบุคลิกภาพที่หลายคนมองว่าเป็นบุคคลอันตรายก็ตาม ซึ่งนักวิเคราะห์อธิบายว่า นายทรัมป์เป็นเหมือนตัวแทนของชาวอเมริกันจำนวนหนึ่ง ที่ไม่พอใจต่อระบบการบริหารประเทศที่ล้าหลังจนไม่สามารถจัดการปัญหาได้เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งของคนผิวสี, จำนวนผู้อพยพที่เข้ามาแย่งตำแหน่งงานคนในประเทศ, รวมถึงการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมในประเทศ เป็นต้น ซึ่งทรัมป์เลือกซื้อใจคนด้วยการอาสาแก้ปัญหาเหล่านั้นเอง แต่หลักแก้ปัญหาของเขากลับขัดกับแนวคิดหลักของประเทศที่คนส่วนใหญ่ยึดถือ

ทั้งคู่จึงมีข้อดีข้อเสียต่างกันในสายตาของประชาชน และในช่วงโค้งสุดท้ายที่คะแนนนิยมของทั้ง 2 ฝ่าย ยังไม่น่าไว้วางใจนั้น ก็ทำให้ทั้งคู่ต้องมุ่งประเด็นไปที่การปลุกระดมให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่เคยตั้งใจจะไม่ไปใช้สิทธิ์ เพราะคิดว่าพรรคที่ตนเลือกจะชนะอยู่แล้ว เปลี่ยนใจกลับมาใช้สิทธิ์ให้ได้ โดยชี้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้คือตัวแปรสำคัญที่จะชี้อนาคตของประเทศ และผู้สมัครทั้งสองยังมุ่งโจมตีข่าวฉาวของคู่แข่งเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของอีกฝ่าย 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ไม่ว่าใครจะเป็นผู้นำประเทศคนต่อไป ข้อกล่าวหาที่ทั้งคู่เคยโจมตีซึ่งกันและกันเมื่อครั้งตอนหาเสียง จะกลับมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน ในอนาคตอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นหมายความว่าเส้นทางการบริหารประเทศจะไม่ได้สวยหรู เพราะอาจถูกขุดคุ้ยเรื่องในอดีตอย่างไม่จบสิ้น 

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง