พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

การนำของทรัมป์ภายใต้นโยบายต่างประเทศ

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 10 พ.ย. 59 เวลา 06:10:40 น.

จำนวนผู้ชม : 1,106

กรุณารอสักครู่...

ถือว่าพลิกความคาดหมายของประชาชนทั่วโลกสำหรับผลการเลือกตั้งเมื่อวานนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ คือ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลายฝ่ายออกมาคาดการณ์ว่า นโยบายของทรัมป์จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด

ผลคะแนนล่าสุดชี้ว่า ทรัมป์ได้คะแนน Electoral Vote จากคณะผู้เลือกตั้งไป 278 คะแนน ขณะที่นางฮิลลารี คลินตัน ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมเเครตที่หลายฝ่ายเชื่อว่า จะเป็นผู้คว้าชัยในครั้งนี้ไปได้ได้ 228 คะแนน

ทำให้หลายฝ่ายต้องจับตามองว่า สหรัฐอเมริกายุคใหม่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์จะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปตอนที่ทรัมป์หาเสียง เขามักจะหยิบยกนโยบายภายใต้แนวคิดสุดโต่งหลายอย่างมานำเสนอเพื่อเรียกคะแนนเสียงจากประชาชน 

นโยบายที่ทรัมป์เคยพูดไว้ตอนหาเสียง คือ กีดกันมุสลิมไม่ให้เดินทางเข้ามาในประเทศ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายมองว่าเขาเป็นคนประเภทเหยียดศาสนา ตลอดจนเหยียดสีผิวด้วย โดยระบุว่า หากได้รับตำแหน่งจะสั่งให้มีการตรวจสอบคนผิวสีเป็นพิเศษ เพื่อลดปริมาณอาชญากรรมในประเทศ และผ่านร่างกฎหมายพกพาอาวุปืน  นอกจากนี้จะให้มีการเนรเทศผู้อพยพที่เดินทางเข้ามาในสหรัฐอเมริกาเเบบผิดกฎหมาย และสร้างกำแพงกั้นไม่ให้คนเหล่านั้นสามารถเดินทางเข้ามาได้อีกที่บริเวณชายแดนระหว่างสหรัฐฯ กับเม็กซิโก

และยังมีแนวคิดชัดเจนที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายโอบามาแคร์ และการสนับสนุนเงินให้กับนาโต้ (NATO) ซึ่งทำให้ประเทศสูญเสียรายได้มหาศาล ตลอดจนต้องการยกเลิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) และความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) เนื่องจากมองว่าลิดรอนสิทธิประโยชน์ของชาวอเมริกันโดยเฉพาะชนชั้นแรงงาน

นโยบายทั้งหมดดูเหมือนจะทำให้ประชาชนชาวอเมริกันรู้สึกเป็นกังวลหากประเทศมีผู้นำที่ชื่อทรัมป์จริง แต่เพระเหตุใดผลการเลือกตั้งกลับพลิกความคาดหมายของฝ่ายต่างๆ ไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ นักวิเคราะห์มองว่า นโยบายของทรัมป์สามารถจับจุดที่คนอเมริกันรู้สึกถูกเอารัดเอาเปรียบและต้องการพัฒนาได้อย่างแท้จริง สิ่งที่เขานำเสนอ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าจับต้องได้ และสามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายเหล่านั้นได้จริง แม้ทรัมป์จะแสดงแนวคิดเหล่านั้นด้วยท่าทีที่ดูไม่เป็นมิตรนัก แต่หลายฝ่ายเชื่อว่า เขาจะมีท่าทีอ่อนลงเมื่อได้รับตำแหน่งสำคัญ ซึ่งเห็นได้จากสุนทรพจน์ของเขาเมื่อทราบว่าได้รับชัยชนะ ทรัมป์ระบุว่า จะร่วมเยียวยาบาดเเผลของประเทศ และจะเป็นมิตรกับทุกชาติ ตลอดจนลดความขัดแย้ง แม้จะมุ่งดำเนินการพัฒนาประเทศด้วยนโยบาย America First แต่จะไม่นำนโยบายนี้มาเป็นอุปสรรคในการสานสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ เป็นแนวคิดที่ทำให้หลายฝ่ายคาดหวังว่า อาจจะได้เห็นทรัมป์โฉมใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้

ส่วนโพลล์ต่างๆ ที่ออกมาก่อนนี้ที่ชี้ไปในทางเดียวกันว่าทรัมป์จะแพ้ อาจเป็นเพราะละเลยการสำรวจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่เป็นชนชั้นแรงงานระดับล่าง โดยเฉพาะชายผิวขาวซึ่งน่าจะเป็นฐานเสียงหลัก  

เมื่อเวลาประมาณเที่ยงของวันพุธที่ 9 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณเที่ยงคืนตามเวลาในประเทศไทย นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตได้แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ที่โรงแรมวินแธม นิวยอร์กเกอร์ ในเขตแมนฮัตตัน พร้อมด้วยผู้สนับสนุนและทีมงานหาเสียง โดยนางคลินตันกล่าวขอโทษที่ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งได้ และผลการเลือกตั้งที่ออกมาทำให้รู้สึกผิดหวังซึ่งแสดงให้เห็นความแตกแยกอย่างหนักในประเทศ อย่างไรก็ตาม นางคลินตันกล่าวว่าได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับทรัมป์แล้ว และอวยพรให้เขาเป็นประธานาธิบดีที่ประสบความสำเร็จ และหวังว่าจะทำงานร่วมกับทรัมป์เพื่อพัฒนาประเทศต่อไปได้ 

คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ทั้งสองฝ่ายจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างที่หมายมั่นไว้หรือไม่ และประธานาธิบดีคนใหม่จะดำเนินงานร่วมกับนานาชาติ และขั้วอำนาจด้านต่างๆ ในทิศทางใด ตลอดจนประเด็นวิกฤตต่างๆ ในโลกจะเป็นอย่างไรต่อไป

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง