พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

วิตกไวรัส"ซิกา"อาจรุนแรงกว่าอีโบลา

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 31 ม.ค. 59 เวลา 16:09:00 น.

จำนวนผู้ชม : 718

กรุณารอสักครู่...

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข เผยการระบาดของไวรัสซิกาที่มียุงลายเป็นพาหะ อาจรุนแรงกว่าเชื้อไวรัสอีโบลา ขณะที่โคลอมเบีย เผยผู้ติดเชื้อล่าสุดเกิน 20,000 คน 

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข แสดงความวิตกกังวลก่อนการประชุมฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ที่สวิตเซอร์แลนด์ วันพรุ่งนี้ว่า ไวรัสซิกาที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักอยู่ในแถบละตินอเมริกา อาจเลวร้ายยิ่งกว่าการระบาดของอีโบลา ระหว่างปี 2014-2015 ที่คร่าชีวิตผู้ติดเชื้อในแอฟริกาใต้ไปกว่า 11,000 คนก็เป็นได้ เนื่องจากซิกายังไม่มีวัคซีนป้องกัน ผู้ที่ติดเชื้ออย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่แสดงอาการซึ่งจะทำให้ยากต่อการติดตาม โดยกลุ่มที่อันตรายที่สุด คือ สตรีมีครรภ์ เพราะจะส่งผลต่อทารกที่จะมีศีรษะเล็กผิดปกติ หรือ ภาวะไมโครเซฟาลี ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กทารก โดยที่ประชุมฉุกเฉินของ WHO วันพรุ่งนี้ จะตัดสินใจว่าจะประกาศให้การระบาดของไวรัสซิกา เป็นภัยคุกคามด้านสาธารณสุขระดับโลกหรือไม่

และประเทศที่กำลังเผชิญกับการระบาดอย่างหนักเป็นอันดับ 2 รองจากบราซิล คือ โคลอมเบีย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 2,297 คนโดย 63.6 เปอร์เซนต์ หรือ 2,116 คน เป็นสตรีมีครรภ์ โดยบราซิลมีตัวเลขผู้ติดเชื้อซิกาอยู่ที่ 1,500,000 คน นับตั้งแต่การระบาด เมื่อปีที่แล้ว โดยพบภาวะไมโครเซฟาลี หรือ ศีรษะเล็กผิดปกติแล้ว 3,718 คน ทั้งนี้ รัฐบาลโคลอมเบีย คาดการณ์ว่าภายในปีนี้ โคลอมเบียจะมีผู้ติดเชื้อซิกาสูง ถึงกว่า 600,000 คน 

ล่าสุด จาไมก้า ยืนยันผู้ติดเชื้อไวรัสซิการายแรกของกลุ่มประเทศแคริบเบียน โดยพบในเด็กวัย 4 ขวบ ซึ่งมีอาการหลังจากเดินทางกลับจากรัฐเท็กซัส สหรัฐฯ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเด็กติดเชื้อจากเท็กซัสหรือในจาไมก้า 

ขณะที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยไทยยังไม่มีการระบาดของโรคไข้ซิกา โดยในปี 2555 - 2558  มีรายงานผู้ป่วย 2-5 คน ซึ่งผู้ป่วยที่ตรวจพบในไทยนั้นบ่งบอกถึงมาตรการเฝ้าระวัง การวินิจฉัยโรค ที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก แม้โรคไข้ซิกาจะมียุงพาหะ คือ ยุงลายบ้านเช่นเดียวกับไข้เลือดออก แต่โอกาสจะเกิดการระบาดของไข้ซิกานั้นมีน้อย เนื่องจากประเทศไทยไม่มีแหล่งรังโรคของไวรัสซิกา

ส่วนอาการที่พบบ่อยมีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ข้อบวม ปวดหลัง อาจมีอาการอื่นๆ ได้ เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต และ อุจจาระร่วง ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง อาการเหล่านี้จะทุเลาลงภายในเวลา 2-7 วัน หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที พร้อมกับแนะหญิงตั้งครรภ์หลีกเลี่ยงเดินทางไป 23 ประเทศ มีการระบาด ตามรายงานองค์การอนามัยโลก 

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง