พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เบลเยียมสกัดผู้ต้องสงสัยก่อเหตุโจมตีย่านท่องเที่ยว

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 24 มี.ค. 60 เวลา 06:08:40 น.

จำนวนผู้ชม : 161

กรุณารอสักครู่...

ตำรวจเบลเยียมจับกุมชายขับรถด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนเส้นหลักในย่านการค้าของเมืองแอนต์เวิร์ป หวั่นเป็นการก่อการร้าย คล้ายกับเหตุที่เกิดในเขตเวสต์มินสเตอร์ของอังกฤษ

เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเบลเยียม เจ้าหน้าที่ตำรวจเบลเยียมได้สกัดจับชายคนหนึ่ง ลักษณะคล้ายชาวแอฟริกาเหนือ ที่พยายามขับรถด้วยความเร็วสูงเข้ามาในถนนเส้นหลักของย่านการค้าในเมืองแอนต์เวิร์ป ซึ่งอัยการเบลเยียมเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า ผู้ต้องสงสัยที่จับกุมได้มีประวัติเป็นพลเมืองของฝรั่งเศส และท้ายรถที่ใช้ก่อเหตุเต็มไปด้วยอาวุธ และเครื่องแต่งกายทหาร ซึ่งคาดว่าน่าเอาไว้ใช้พรางตัวขณะก่อเหตุ 


ภายหลังจากการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย ทางการเบลเยียมได้ระดมเจ้าหน้าที่ความมั่นคงออกลาดตระเวนเพื่อรักษาความปลอดภัยในเมืองเป็นการด่วน ขณะที่ นายชาร์ลส์ มิเชล นายกรัฐมนตรีเบลเยียม ได้ยกย่องหน่วยรักษาความปลอดภัยที่เข้าควบคุมสถาการณ์ได้ทันท่วงที 

ส่วนความคืบหน้าเหตุโจมตีบริเวณอาคารรัฐสภาอังกฤษในเขตเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ล่าสุดมีการเปิดเผยชื่อผู้ลงมือก่อเหตุที่ถูกตำรวจวิสามัญ คือ นายคาลิด มาซูดอายุ 52 ปี เกิดเเละอาศัยในเมืองเคนท์ ไม่เคยมีชื่ออยู่ในบัญชีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายมาก่อน แต่มีประวัติเคยเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด, มีอาวุธร้ายแรงในครอบครอง และการก่อความไม่สงบ โดยลงมือก่อเหตุครั้งนี้เพียงคนเดียว ขณะที่กลุ่มไอเอสออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตี แต่ทางการอังกฤษไม่ได้ยืนยันคำกล่าวอ้างดังกล่าว

นางเธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ว่า จะยังคงระดับการเตือนภัยคุกคามขั้นรุนแรงในประเทศต่อไป พร้อมขอให้ทุกคนร่วมนำประเทศกลับคืนสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด

จากรายงานทั้ง 2 เหตุการณ์ จะเห็นได้ว่า ท่ามกลางการเฝ้าระวังของฝ่ายความมั่นคงในประเทศต่างๆ ที่หวั่นว่ายุคสมัยแห่งเทคโนโลยีจะทำให้ผู้ก่อการร้ายหันมาใช้วิธีก่อเหตุที่ทันสมัยขึ้น ในทางกลับกัน พบว่าคนร้ายหันมาใช้วิธีการที่ง่ายจนคาดไม่ถึง อย่างการใช้รถยนต์เป็นอาวุธสำคัญในการก่อเหตุซึ่งมีประสิธิภาพการทำลายสูง และมีโอกาสที่คนร้ายจะหนีเอาตัวรอดได้มากกว่าการก่อเหตุด้วยการพลีชีพ นักวิเคราะห์มองว่า วิธีการดังกล่าวเป็นการอาศัยช่องโหว่ของมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยคนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุแบบที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งปัจจุบันสถิติการเกิดผู้ร้ายหน้าใหม่มีมากขึ้น โดยบางคนก่อเหตุเพราะได้รับคำสั่งจากกลุ่มก่อการร้ายต้นสังกัด ขณะที่บางคนก่อเหตุด้วยเหตุผลส่วนตัว นับเป็นกลยุทธ์การโจมตีที่ฝ่ายความมั่นคงต้องก้าวตามให้ทัน และหาทางอุดช่องโหว่ของมาตรการรักษาความปลอดภัยให้รอบด้านมากขึ้นด้วย

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง