สภาพอากาศทั่วโลกปีนี้ มีแนวโน้มต่างกันสุดขั้ว

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 11 ม.ค. 61 เวลา 06:07:20 น.

จำนวนผู้ชม : 566

กรุณารอสักครู่...

ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทั่วโลกเผชิญกับสภาพภูมิอากาศ ที่แปรปรวนแบบฉับพลัน และรุนแรง ชนิดที่บางพื้นที่ไม่ทันได้ตั้งตัว โดยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้ ได้สร้างความเสียหายให้หลายภาคส่วน 

ที่สหรัฐอเมริกา เจอกับปรากฎการณ์"Bomb Cyclone"ก่อให้เกิดอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้อากาศหนาวจัดเป็นประวัติการณ์ และทำให้มีหิมะตกหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึง ภาคการจราจร ทั้งทางบก และอากาศ 

โดยล่าสุด ปรากฏการณ์นี้ ยังก่อให้เกิดพายุหิมะ พ่วงมาด้วยอิทธิพลของความกดอากาศต่ำ เป็นสาเหตุให้เกิดฝนฟ้าคะนอง บริเวณแถบรัฐแคลิฟอร์เนีย และเกิดเหตุดินโคลนถล่ม ทางตอนใต้ของรัฐ (ซึ่งเคยเป็นพื้นที่เดียวกับที่เกิดไฟป่าทอมัส ไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดของรัฐ ในปีที่แล้วที่เพิ่งดับไป) เหตุการณ์โคลนถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว อย่างน้อย 15 ราย โดยหน่วยงานกู้ภัย ยังคงเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิต ในเมืองมอนเตซิโต้ ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด ต่อไป  

ขณะที่ สวิตเซอร์แลนด์ เผชิญอากาศหนาวเย็นรุนแรง เกิดหิมะตกหนักและเสี่ยงถล่มลงมา จนต้องมีการอพยพนักท่องเที่ยวนับหมื่นคน ที่เดินทางไปยังภูเขา แมทเทอร์ฮอร์น ในเมือง เซอร์แมท ทางตอนใต้ของประเทศ เป็นวันที่ 2 แล้ว ล่าสุด สามารถนำส่งนักท่องเที่ยว ลงมายังยอดเขาได้เพียง 300-400 คนเท่านั้น

ส่วนที่ออสเตรเลีย ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน มีรายงานสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง แบบสุดขั้วเช่นกัน โดยเฉพาะที่เมืองซิดนีย์ อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นถึง 47.3 องศาเซลเซียส ส่งผลให้หลายพื้นที่ เกิดไฟป่าเป็นวงกว้าง จนทางการต้องออกคำเตือน ให้งดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร้อนเพิ่มขึ้น 

และเมื่อวานนี้ ทางฝั่ง ฮอนดูรัส ได้ตรวจพบแผ่นดินไหวรุนแรง 7.6 แมกนิจูด จุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ทะเล เพียง 10 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเกาะเกรตสวอน ไปราว 36 กิโลเมตร ส่งผลให้ต้องมีการประกาศเตือนภัยสึนามิ ก่อนยกเลิก ในเวลาต่อมา 

เว็บไซต์ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก อออกมาประกาศเตือน ตั้งแต่ช่วงต้นปีว่า ตลอดทั้งปี 2561 ว่าทั่วโลกต้องเผชิญกับสภาพอากาศ ที่เปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน ตลอดทั้งปี ทำให้ต้องเฝ้าติดตาม และเฝ้าระวังความสูญเสีย ที่อาจตามมาภายหลังด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาพอากาศที่จะเปลี่ยนแปลงจากอีกซีกโลกหนึ่ง ส่งผลให้อีกซีกโลกหนึ่ง ต้องรับมือตามมาในทิศทางตรงข้ามกัน  

และในช่วงนี้ ประเทศในแถบทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และแคนาดา ยังคงต้องเผชิญความหนาวเย็นต่อไปสักระยะ โดยมีแนวโน้มที่อุณหภูมิจะติดลบ สูงสุดถึง -50 องศาฯ เช่นเดียวกับแถบยุโรป โดยเฉพาะ สหราชอาณาจักร อิตาลี ฝรั่งเศส ที่เผชิญกับอากาศหนาวเย็น และลมกระโชกแรง แต่บางพื้นที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน เช่น เยอรมนี 

อากาศที่แปรปรวน ในปีนี้ ยังส่งผลให้เกิดหิมะตกในพื้นที่ทะเลทราย แถบตะวันออกกลาง สร้างความแปลกใจ ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว เป็นอย่างมาก 

ขณะที่ สำนักข่าว CNN ระบุว่า ไม่เพียงปรากฎการณ์ Bomb Cyclone ที่เกิดจากอิทธิพลของอากาศเย็น แต่ยังจะมี"Snow Eater"ที่หมายถึง ปรากฏการณ์ลมกระโชกแรง บนเทือกเขาต่างๆ ซึ่งส่งผลให้อากาศยิ่งแห้งแล้งลงกว่าเดิม 

"Thundersnow"คือ ปรากฏการณ์ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ที่จะเกิดขึ้นได้ แม้จะมีสภาพอากาศหนาวเย็น และหิมะตกก็ตาม 

"Arctic Blast"คือ มวลอากาศเย็น ที่ก่อตัวในมหามสมุทรอาร์กติก ที่เตรียมพัดถล่มหลายพื้นที่ 

"Polar vortex"อิทธิพลลมแรงที่ก่อให้เกิดน้ำวนในขั้วโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตแถบนี้ได้ 

ซึ่งทั้งหมด ล้วนมีอิทธิพลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากภาวะโลกร้อน ที่ทั่วโลกต้องกังวล 

และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ ยังจะทำให้เราได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ถูกนำออกมารับมือ กับสภาพอากาศในปีนี้เพิ่มขึ้น เช่น เครื่องมือวิเคราะห์สภาพอากาศบนดาวเคราะห์ดวงต่างๆ ที่อาจส่งผลกระบมายังโลก , เครื่องจำลองสภาพภูมิอากาศ เพื่อประเมินสถานการณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ บริษัทพัฒนาด้านเทคโนโลยีต่างๆ จะพร้อมใจออกมาพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ สภาพอากาศที่มีความแม่นยำ และ ละเอียดขึ้น เพื่อรองรับผู้ใช้งาน ที่จะนำไปใช้ตามมุมต่างๆ ทั่วโลกด้วย

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง