พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทำไมเบลเยียม จึงเป็นเป้าหมายการก่อการร้าย

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 23 มี.ค. 59 เวลา 11:59:41 น.

จำนวนผู้ชม : 3,521

กรุณารอสักครู่...

การก่อการร้ายครั้งนี้ถือว่าเป็นการโจมตีศูนย์กลางอำนาจยุโรป เพราะที่บรัสเซลล์เป็นที่ตั้งที่ทำการสหภาพยุโรป สภาสหภาพยุโรป และองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต

อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนและนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งไม่แปลกใจที่เหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดที่เบลเยียม เนื่องด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้


1. ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บรัสเซลล์เมืองหลวงของเบลเยียมได้กลายเป็นที่ซ่องสุมของกลุ่มก่อการร้าย (Terrorism Hub) เมื่อดูจากจำนวนของนักรับจีฮัดที่ไปรบในซีเรีย เบลเยียมมีคนไปเป็นสัดส่วนสูงสุดในยุโรป 

ข้อมูลเมื่อเดือนธนวาคม ปีที่แล้วชี้ว่า นักรบต่างชาติ มาจากประเทศ ตูนีเซีย มากที่สุด ที่ 6,000 คน, ซาอุดีอาระเบีย 2,500 คน,รัสเซีย 2,400 คน,ตุรกี 2,100,จอร์แดน 2,000 ซึ่งยุโรปตะวันตก มีคนเข้าร่วมรวม 5,000 คน

ขณะที่เบลเยียม ถือเป็นประเทศในอียูที่มีคนออกจากประเทศไปร่วมรบกับไอเอสมากที่สุด โดยมีสัดส่วน นักรบไอเอส 40 คนต่อประชากรเบลเยียม 1 ล้านคน

และข้อมูลจาก เว็บไซต์ i100 เมื่อปลายปีที่แล้วระบุว่า มีชาวเบลเยียม 474 คน เกี่ยวข้องกับ ความขัดแย้งในซีเรีย

2. ย่านที่เป็น Hotbed หรือแหล่งผลิตคนที่นิยมความรุนแรงอยู่ใจกลางเมือง นั่นคือย่าน Molenbeek 

ข้อมูลจากเว็บไซต์บีบีซี ระบุว่า เป็นเขตแออัดใจกลางเมืองหลวง มีวัฒนธรรมที่หลายหลายเพราะมีคนต่างเชื้อชาติอยู่เยอะ Molenbeek มีชุมชนชาวมุสลิมขนาดใหญ่ด้วย

Molenbeek มีประวัติเกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้ายโดยผู้ต้องสงสัยที่จะก่อเหตุโจมตีบนรถไฟความเร็วสูงจากเบลเยียมถึงฝรั่งเศส และคนก่อเหตุโจมตีปารีสอย่างน้อย 2 คนมาจากที่นี่ 

ในชุมชนมีปัญหาความยากจนและการเหยียดเชื้อชาติ และเป็นเหตุผลหนึ่งที่อธิบายว่าทำไมจึงมีคนหนุ่มสาวจำนวนมากจากที่นี่เข้าร่วมกับกลุ่มหัวรุนแรง

3. ที่ผ่านมาทางการเบลเยียมได้จับตาดูชุมชนนี้โดยเฉพาะหลังเหตุโจมตีปารีส แต่ด้วยระบบการติดตามที่ไม่ดีทำให้ไม่สามารถเช็คได้อย่างมีประสิทธิภาพว่าใครเข้าออกชุมชนบ้าง นอกจากนี้ความต่างทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมในชุมชนทำให้การประสานและร่วมมือกับทางการไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ฝ่ายความมั่นคงของเบลเยียมออกมายอมรับว่าล้มเหลวในการสลายหรือแม้แต่เข้าถึงกลุ่มคนที่ใช้ชุมชนเป็นที่วางแผนก่อการร้าย 

4. เบลเยียมเองก็เป็นประเทศที่มีการแบ่งฝ่ายกันเอง ทำให้เป็นการยากมากสำหรับ Migrants โดยเฉพาะคนมุสลิมในการหลอมรวมกับสังคมหลักหรือการหางาน

เบลเยียมเป็นประเทศที่มีประชากรสองกลุ่มหลักคือกลุ่มที่พูดภาษาฝรั่งเศสหรือวัลลูนและกลุ่มที่พูดภาษาดัชท์หรือเฟรนเดอร์ แต่ละกลุ่มมีความหวงแหนภาษาและวัฒนธรรมของตัวเอง

ช่วงปี 2010 ทั้งสองกลุ่มมีความขัดแย้งการเมืองอย่างหนัก หลังจากพรรคการเมืองทางเหนือซึ่งพูดภาษาดัชท์และพรรคการเมืองจากทางใต้ที่พูดภาษาฝรั่งเศสไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องการกระจายส่วนแบ่งด้านภาษี การตกลงกันไม่ได้ทำให้ไม่มีรัฐบาลบริหารประเทศอยู่กว่า 19 เดือนหรือ 541 วัน

ความขัดแย้งที่เกิดจากความต่างทางเชื้อชาติในเบลเยียมเคยนำมาซึ่งแนวคิดในการแยกประเทศด้วย สภาพสังคมแบบนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่คนต่างเชื้อชาติที่อพยพมาอยู่ในเบลเยียมจะมีความลำบากในการหลอมรวมหรือ integrate ปัจจัยทั้งหมดรวมกัน ความยากจน โอกาสทางสังคม ทำให้เกิดมีปรากฎการณ์คนหนุ่มสาวเข้าร่วมกับกลุ่มสุดโต่ง

5. การเกิดขึ้นของ sharia4Belgium องค์กรนี้ ต้องการให้เบลเยียม เปลี่ยนไปเป็น  islamist state โดยมีการรณรงค์ให้ใช้กฎหมายอิสลามชารีอะห์ในเบลเยียมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว กลุ่มนี้ ได้ถูกกำหนดให้เป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายโดยศาลของเบลเยียม ซึ่งกลุ่มนี้ยังถูกคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มที่ระดมเพื่อส่งไปสู้รบในซีเรีย

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง