ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

FTA อินโดฯ-EU กับสัญญาณฟื้นตัว

หมวดข่าว:เศรษฐกิจ

วันที่ 28 ก.ค. 59 เวลา 14:15:37 น.

จำนวนผู้ชม : 114

กรุณารอสักครู่...

เริ่มมีสัญญาณบวกสำหรับเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ภายใต้การบริหารของนายโจโก วิโดโด แล้ว จากการแก้กฎหมายเอื้อต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ ทำให้คาดการณ์ตัวเลขไตรมาส 2 จะโตได้ถึง 5% ขณะที่อีกปัจจัยบวกคือ อียู พิจารณาเห็นชอบให้มีการเปิดเขตการค้าเสรีกับอินโดนีเซีย ที่คาดว่าจะมีผลใช้ได้ปลายปีนี้

ที่ประชุม 28 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) เห็นชอบเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA กับอินโดนีเซีย คาดว่าจะเริ่มได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยเมื่อรวมกันแล้ว ขนาดตลาดของสองฝ่ายรวมกันมีผู้บริโภคจำนวน 750 ล้านคน โดยปัจจุบัน อียูมีสถานะเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 4 ของอินโดนีเซีย ขณะที่อินโดนีเซียเป็นคู่ค้าอันดับ 5 ของอียูในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นอันดับ 30 ของโลก

ทว่าแผนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความหวาดระแวงในความรู้สึกของสาธารณชน ต่อนโยบายด้านการค้าของอียู ว่าจะสามารถหาประโยชน์จากโลกาภิวัฒน์ได้จริงหรือไม่ โดยข้อตกลงระหว่างอียูและแคนาดากำลังเผชิญความเสี่ยงกับความไม่แน่นอนใน กระบวนการให้การรับรองระหว่างสมาชิก 28 ประเทศ ขณะที่ข้อตกลงกับสหรัฐก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะถูกพักไว้ก่อน

นอกจากอินโดนีเซีย ประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีการเจรจาเรื่องข้อตกลงการค้าเสรีกับอียูแล้วคือ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย ขณะที่ประเทศที่การเจรจาสรุปลงตัวแล้ว คือสิงคโปร์ และเวียดนาม โดยแผนการเจรจาการค้าเสรีกับอาเซียนทั้งกลุ่มได้ถูกชะลอออกไป และหันไปมุ่งเน้นการทำข้อตกลงแบบทวิภาคีรายประเทศ เพื่อเป็นรากฐานไปสู่ข้อตกลงอียู-อาเซียนในอนาคต

สำหรับคาดการณ์เศรษฐกิจอินโดนีเซียไตรมาส 2 ปีนี้ รัฐบาลประธานาธิบดี โจโก วิโดโด เชื่อมั่นว่าจะเติบโตไปแตะหลัก 5% ได้ จากปัจจัยที่ภาคการเกษตรจะเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว

รวมทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ และการออกกฎหมายดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาถือครองกิจการ และอสังหาริมทรัพย์ ในสัดส่วนมากกว่าเมื่อก่อน

อย่างไรก็ตามภาคการเกษตรที่ปีนี้ การเก็บเกี่ยวผลผลิตล่าช้า เพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นปัจจัยลบที่หลายชาติอาเซียนเผชิญเช่นกัน เลยทำให้รายได้ภาคเกษตร อาจเติบโตไม่ได้ตามเป้า

ด้านธนาคารกลางอินโดนีเซีย ประเมินว่าการจับจ่ายหลังช่วงเดือนรอมาฎอน วันตรุษอีฎิ้ลฟิตรี และตรงกับช่วงจ่ายโบนัสให้รัฐวิสาหกิจ ก็ยังไม่เพียงพอจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้โตถึง 5% ได้ เพราะปัจจัยหลัก ยังคงต้องพึ่งการส่งออก ที่เศรษฐกิจโลก และตลาดจีนคู่ค้ารายใหญ่ ยังซบเซาอยู่

เศรษฐกิจ

อ่านข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง