พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สคบ.เอาจริงตรวจจับ ปรับจริง เต้นท์รถมือสองผิดกฎหมาย

หมวดข่าว:เศรษฐกิจ

วันที่ 22 ส.ค. 59 เวลา 13:13:47 น.

จำนวนผู้ชม : 1,979

กรุณารอสักครู่...

สำนักงานคณะกรรมการผู้บริโภค เตือนประชาชนตรวจสอบฉลากสินค้า สัญญาซื้อขาย และหลักฐานการรับเงิน การซื้อรถยนต์มือสองโดยละเอียด ขณะที่รัฐเพิ่มโทษเข้ม หากพบผู้ประกอบการทำผิดกฎหมาย

นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ"ตรวจจับ ปรับจริง เต็นท์รถยนต์มือสอง"ระบุว่า ปัจจุบันปัญหาจากการซื้อรถจากเต็นท์รถยนต์ที่พบมากที่สุด ได้แก่ การนำรถไปจดทะเบียนความยุ่งยากในการนำรถไปจดทะเบียนต่อ รถที่นำไปใช้เกิดการชำรุดง่าย ผู้ประกอบการไม่รับแก้ไข และปัญหาตกแต่งตัวเลขระยะทางการใช้รถ ทั้งนี้ขอเตือนให้ผู้บริโภคสังเกตข้อมูลดังต่อไปนี้โดยละเอียด ซึ่งจะมีผลทางกฎหมายตัวสัญญา ซึ่งมีความคุ้มครองเฉพาะในหลายเรื่องที่แตกต่างกัน เช่น กรมธรรม์ประกันภัย การรับรองมาตรฐานสินค้า ความรับผิดชอบในค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการโอน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้บริโภคมักถูกเอาเปรียบ จากการที่ผู้ประกอบการผลักภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งผู้ประกอบการนำมาบวกในค่าธรรมเนียมการโอน และเขียนสัญญาให้รับผิดชอบคนละครึ่ง ซึ่งทางกฎหมายไม่ได้รับรองไว้ แต่ผู้บริโภคมักหลวมตัวเซ็นสัญญาไปแล้ว จึงอยากให้ผู้บริโภคร้องขอร่างสัญญาซื้อขาย จากผู้ประกอบการ เพื่อนำมาศึกษาล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ หรือนำไปปรึกษากับคอลเซ็นเตอร์ของ สคบ. หมายเลข 1166 หรือที่ศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ เรื่องการโฆษณาที่เป็นเท็จ และเกินความจริง โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,00 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด ทำให้ผู้ประกอบการไม่ยำเกรง ขณะนี้ได้ปรับแก้ระเบียบ เพิ่มความเข้มงวดในการเอาผิดโทษทางอาญาอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังมีปัญหาจัดทำฉลากสินค้าที่ไม่ถูกต้อง และไม่มีการจัดทำหลักฐานการรับเงินส่งมอบให้กับผู้บริโภคตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้โทษผู้กระทำผิดในเรื่องหลักฐานการรับเงินส่งมอบมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับแนวทางการช่วยเหลือผู้บริโภค หลังได้รับการร้องเรียน เบื้องต้น สคบ. จะตรวจสอบรายละเอียด และเรียกผู้ประกอบการมารับทราบ พร้อมให้โอกาสแก้ต่าง ก่อนที่จะนัดทั้ง 2 ฝ่ายมาไกล่เกลี่ย และตกลงหาข้อยุติ พร้อมรับการเยียวยา แต่หากเป็นกรณีที่รุนแรงกว่านั้น จะตั้งคณะกรรมการไกล่เกลี่ย ประกอบการด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ และหากไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ สคบ.จะเป็นคนฟ้องแทนผู้บริโภคต่อศาล ซึ่งปัจจุบันมีคดีความในลักษณะเช่นนี้ 500 คดีความต่อปี

ทั้งนี้ปัจจุบันคณะกรรมการว่าด้วยฉลากและคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ได้ออกกฎหมายจำนวน 2 ฉบับ เพื่อนำมาใช้ในการบังคับประกอบธุรกิจขายรถยนต์ใช้แล้ว ได้แก่ ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับ 35(2556) เรื่อง ให้รถยนต์ใช้ว่าเป็นสินค้าควบคุมฉลาก ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการธุรกิจต้องจัดทำฉลากสินค้า ระบุรายละเอียดสำคัญ คือ ชื่อ ประเภทหรือชนิดของสินค้า ชื่อและสถานที่ประกอบการของผู้ขาย ขนาดหรือน้ำหนัก สมุดคู่มือการบำรุงรักษารถ และข้อมูลการประสบภัย  และประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจขายรถยนต์ใช้แล้ว เป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ.2550 ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องมีหลักฐานการรับเงินให้กับผู้บริโภค โดยระบุรายละเอียดทุกอย่างอย่างชัดเจน

เศรษฐกิจ

อ่านข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง