ทุนญี่ปุ่นสำคัญ ดันเศรษฐกิจกัมพูชาโต

หมวดข่าว:เศรษฐกิจ

วันที่ 26 ส.ค. 59 เวลา 14:31:12 น.

จำนวนผู้ชม : 291

กรุณารอสักครู่...

แม้จะมีความกังวล ว่ารายได้ไม่เป็นไปตามคาด แต่ผู้ประกอบการ และนักลงทุนจากญี่ปุ่น ยังคงถือเป็นกลุ่มทุนรายใหญ่ ที่เข้าไปประกอบธุรกิจในกัมพูชา เติบโตขึ้นอย่างมาก ญี่ปุ่น ถือเป็นภาคเอกชนต่างชาติ ที่เข้าไปลงทุนมากที่สุดเป็นชาติอันดับ 3 ในกัมพูชา และยังคงมีแนวโน้มจะดึงดูดให้เข้าไปลงทุนเพิ่ม แม้จะต้องเผชิญกับนาคตที่ไม่แน่นอนก็ตาม

ตัวเลขเอกชน ภาคธุรกิจต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชาปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีการลงทุนโดยตรง หรือ FDI ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 หากคำนวณจากตัวเลข มีทั้งหมด 250 บริษัท เป็นรองจีน ที่มีมากที่สุด 1,055 แห่ง และอันดับ 2 เกาหลีใต้ที่ 278 แห่งอยู่ไม่มาก

โดยเอกชนญี่ปุ่นนิยมเข้าไปลงทุน ภาคนำเข้า ส่งออก อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงงาน ให้คำปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งด้านการเกษตร และภาคก่อสร้าง โดย 250 บริษัทที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา เติบโตก้าวกระโดด จากเพียงแค่ 19 บริษัทเมื่อ 5 ปีก่อน และเพิ่มเป็น 179 บริษัทเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

ในกรุงพนมเปญ เราจะเห็นห้างสรรพสินค้ารายใหญ่อย่างอิออน มอลล์ เปิดตัว เป็นทั้งไลฟ์สไตล์มอลล์ หรูหรา จับกลุ่มตลาดบน จนถึงห้างขนาดเล็ก ไฮเปอร์มาร์ท ที่จับตลาดล่าง

นอกจากนี้ กัมพูชา ยังมีร้านอาหารญี่ปุ่น ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ไม่ต่ำกว่า 150 ร้านในปัจจุบัน เพื่อรองรับตลาดทั้งจากชาวญี่ปุ่นเองที่เข้าไปทำงานไม่น้อยกว่า 2,500 คนในปัจจุบัน และกลุ่มชาวกะมพูชาเองที่มีกำลังซื้อ ไม่นับโรงเรียนญี่ปุ่นแห่งแรกที่เพิ่งเปิดการเรียนการสอนเมื่อปีที่ผ่านมา

สภาเพื่อการพัฒนากัมพูชาชี้ว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งภาครัฐและเอกชนญี่ปุ่น มีส่วนสำคัญในการก่อร่างสร้างประเทศ โดยเฉพาะการให้เงินทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้ง ถนน สะพาน จนถึงโรงเรียน โรงพยาบาล จนถึงการพัฒนาบุคลากรกัมพูชา ทั้งนี้ญี่ปุ่นถือว่าได้นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนา รวมทั้งแบบแผนในการทำงานที่น่ายึดถือเป็นเยี่ยงอย่างด้วยในตัว

เม็ดเงินลงทุนของญี่ปุ่นปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจาก ราว 1,700 ล้านบาท เป็น 2,000 ล้านบาท และตัวเลข 6 เดือนแรก ก็ยังคงเติบโต แม้เศรษฐกิจกัมพูชาจะชะลอตัวช่วงที่ผ่านมาก็ตาม โดยมีปริมาณการลงุทนครึ่งปีแรก เติบโตจากปีที่แล้วช่วงเดียวกันถึง 10 เท่าตัว อย่างไรก็ตามสิ่งที่กัมพูชากังวลคือตัวเลขที่สูง ส่วนมากมาจากภาคบริการ มากกว่าภาคการผลิต

ยกตัวอย่าง อาทิ โรงแรมโตโยโก อินน์ ความสูง 23 ชั้น มูลค่าก่อสร้างกว่า 500 ล้านบาท เป็นโรงแรมสัญชาติญี่ปุ่นแห่งแรกในเขมร ที่เปิดห้บริการปีที่ผ่านมา ตามรอยความสำเร็จของห้างอิออนมอลล์ ที่เปิดตัวเมื่อ 2 ปีก่อน กระตุ้นบรรยากาศการลงทุนช่วงที่ผ่านมาอย่างมาก จนทำให้ขณะนี้ อยู่ระหว่างการก่อสร้างแห่งที่ 2 ซึ่งจะแล้วเสร็จอีก 2 ปี

แต่ 2 ปีนี้ก็เป็นช่วงเดียวกับที่ อีกปัจจัยซึ่งส่งผลเศรษฐกิจกัมพูชา ที่กำลังจะถึงจุดเปลี่ยนผ่านการเลือกตั้งในช่วง 1-2 ปีนี้ โดยจะมีการเลือกตั้งทั่วไปเดือนกรกฎาคม ปี 2561 ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในทิศทาง

นอกจากนี้ เจโทร หน่วยงานเพื่อการลงทุนต่างประเทศของญี่ปุ่น เผยว่าเอกชนญี่ปุ่นในกัมพูชา ประสบปัญหา ทั้งการปรับขึ้นอัตราค่าไฟ, แรงงานขาดการฝึกอบรม และขาดการศึกษา กฎหมายและเจ้าหน้าที่รัฐ ยังไม่มีมาตรฐาน และสิ่งสำคัญโครงสร้างพื้นฐาน ถนนชำรุด ไปจนถึงระบบอินเตอร์เน็ตไม่เสถียร

ส่วนชาวกัมพูชา ส่วนมากพอใจกับสินค้าที่ผลิตจากญี่ปุ่น ชื่นชมชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาก่อสร้าง พัฒนาหลาย ๆ ด้าน โดยมีทัศนคติ ว่าเป็นของดี และมีราคา ตั้งแต่ร้านอหาร รถยนต์ ร้านสินค้ามือ 2 จากญี่ปุ่น เครื่องใช้ไฟฟ้า และแม้แต่ถุงยางอนามัยแบรนด์ญี่ปุ่น ก็มีราคาแพงที่สุดที่วางขายในกัมพูชา

เศรษฐกิจ

อ่านข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง