ชาวนาขายข้าวออนไลน์ ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง

หมวดข่าว:เศรษฐกิจ

วันที่ 03 พ.ย. 59 เวลา 11:49:47 น.

จำนวนผู้ชม : 5,053

กรุณารอสักครู่...

จากปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้ ทำให้ชาวนาต้องปรับตัวนำข้าวที่เกี่ยวแล้วมาขายเองโดยไม่ผ่านโรงสีหรือพ่อค้าคนกลาง มีชาวนาและลูกชาวนาจำนวนมาก โพสต์ข้อความขายข้าวผ่านทางสื่อออนไลน์ ตอนนี้กลายเป็นกระแส มีเสียงตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และยังมีหน่วยงาน รวมถึงคนดัง เข้ามาให้การสนับสนุนด้วย ไปดูการโพสต์ขายข้าวในเฟซบุ๊กกันก่อน 

เฟซบุ๊กออนซอนอีสาน โพสต์ข้อความขายข้าว บอกว่าวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ข้าวหอมมะลิใหม่ จาก อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ส่งตรงถึงพื้นที่เขต กทม. ท่านใดอยากทานข้าวใหม่ และช่วยชาวนาสามารถไปซื้อได้ที่ 6 จุด แถวราชเทวี รังสิต นวมินทร์ มีนบุรี จอมทอง และ บางบัวทอง ในาคา 32 บาท ต่อ กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าเป็นแบบบรรจุถุง 5 กิโลกรัม ราคา 160 บาท นี่เป็นข้าวจากชาวนาที่จะส่งมาถึงผู้บริโภคโดยตรงเลย

ไปดูที่เฟซบุ๊ก ฟาร์มบ้านชัดเจนพิจิตร กันบ้าง นี่เป็นตัวอย่างของชาวนาที่ขายข้าวผ่านทางเฟซบุ๊กแล้วได้ผลตอบรับที่ได้ ปัจจุบันมีลูกค้ามากมายสั่งซื้อข้าวทางเฟซบุ๊ก เป็นข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษ คุณชัยชนะ ปรารถนารักษ์ บอกว่าปลูกข้าวแล้วไม่อยากนำข้าวไปขายให้กับพ่อค้าคนกลาง เพราะถูกกดราคา จึงมาจำหน่ายเองทางเฟซบุ๊ก ปัจจุบันมียอดจำหน่ายเดือนละหลายพันกิโลกรัม 

อีกหนึ่งท่านที่น่าสนใจ คนนี้ถือว่าเป็นชาวนารุ่นใหม่ ขายข้าวผ่านโซเชียลโดยเฉพาะ นี่คือเฟซบุ๊ก สิริมณี มณีท่าโพธิ์ ข้าวไรซ์เบอรี่ อนเดอร์ส่งข้าวยาวเหยียด อย่างที่คุณผู้ชมเห็น ทั้งข้าวกล้องหอมนิน ข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอรี่ บรรจุใส่ถุงพร้อมทำสติ๊กเกอร์อย่างดี 

นอกจากการโพสต์ขายข้าวเองของชาวนาแล้ว ยังมีแนวคิดของ ดร.เดชรัต สุขกำเนิด หัวหน้าภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ริเริ่มแนวคิดให้ลูกหลานชาวนามาช่วยพ่อแม่ขายข้าว ระบุว่าลูกชาวนาน่าจะเป็นผู้ที่สามารถช่วยกระจายข้าวได้เร็วที่สุด เพราะสามารถประสานกับพ่อแม่ที่เป็นชาวนาโดยตรง นำข้าวมาขายให้กับคนใกล้ตัว หรือ โพสต์ขายข้าวผ่านทางสื่อออนไลน์ 

ชาวนาจะมีช่องทางในการขายข้าว 2 ช่องทาง คือ กลไกเดิมที่ทำอยู่แล้ว กับ การกระจายผ่านช่องทางใหม่ ช่วยระบายข้าวได้เร็วขึ้น และได้ราคาดีกว่าปกติ สามารถเป็นผู้ต่อรองในตลาดได้ในอนาคต 

ตอนนี้เฟซบุ๊กของดร.เดชรัต เลยกลายเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์การขายข้าวไปแล้ว แต่จริงๆ ดอกเตอร์ บอกว่า อยากให้ชาวนา หรือ ลูกชาวนาโพสต์ขายข้าวเองดีกว่า แล้วมาให้ดอกเตอร์แชร์อีกที หรือช่วยเชียร์ก็ยินดีเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ถือว่าการขายข้าวผ่านช่องทางออนไลน์ในระยะสั้นเห็นผลแล้ว ชาวนามีโอกาสขายข้าวในช่องทางที่ดีกว่า แต่ในระยะยาวชาวนาต้องรักษาคุณภาพของข้าวที่ขายเอาไว้ ให้ผู้บริโภคเชื่อมั่น ตอนนี้พยายามเชื่อมโยงให้ชาวนาได้เจอกับผู้บริโภคโดยตรง ส่วนแผนในระยะต่อไป ดร.เดชรัต บอกว่ากำลังคิดถึงเรื่องการจัดการระบบการขนส่งให้ดีขึ้น 

มาดูที่ลูกชาวนากันบ้าง นางสาวศิริรัตน์ รมณีย์ บอกว่า ระยะหลังมานี้ราคาข้าวตกต่ำมาก น้องจึงคิดจะช่วยพ่อแม่ ลองสอบถามจากคนใกล้ตัวว่ามีใครต้องการข้าวหรือไม่ ตอนแรกๆน้องบอกว่าขายได้ 2-3กิโลกรัม ต่อมาคนที่ได้ซื้อข้าวของน้องไปเกิดติดใจ สั่งกลับมาอีกเป็น 5-10 กิโลกรัม แล้วบอกต่อๆกันไป จนตอนนี้มียอดสั่งข้าวผ่านจากตัวของน้องเองต่อเดือน 30-40 กิโลกรัม ราคาข้าวอยู่ที่ 35-40 บาท แต่ถ้าขายในกลไกเดิม ข้าวเปลือกกิโลกรัมละ 7-8 บาท และต้องส่งเข้าโรงสีต่อไป นอกจากนี้ตัวน้องยังบอกด้วยว่าการโพสต์ขายผ่านสื่อออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ช่วยขายข้าวได้มาก สามารถทำได้จริงและได้ราคาดี 

นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ไทยไรซ์ เป็นพื้นที่ขายข้าวออนไลน์แห่งใหม่ที่พัฒนาวิธีการขายมาโดยคุณพิจารณ์ แจ้งสว่าง ให้ชาวนานำข้าวของตัวเองมาขายได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถกำหนดราคาได้เอง โดยที่ก่อนจะวางขายต้องกรอกแบบฟอร์มข้อมูลของข้าวที่จะนำมาขาย และผู้บริโภคก็สามารถสั่งซื้อข้าวได้ด้วยเช่นกัน 

กระแสการขายข้าวไม่ได้หยุดอยู่แค่การโพสต์ขายของชาวนาและลูกชาวนา แต่ยังมีหน่วยงานและนักแสดงคนดังอีกท่านที่เข้ามาช่วยชาวนาในครั้งนี้ อย่างเช่น นักแสดงของช่อง3 คุณป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม บอกว่าแท็กมาเลย ผมไม่ลบทิ้ง เฟซบุ๊ก ไอจี ได้หมด ขอแค่พี่ๆชาวนาช่วยรักษาคุณภาพข้าวให้ผู้บริโภคได้ท่านข้าวอร่อยๆนะครับ ช่วยกันครับ รับฝากชาวนาขายข้าวเอง 

จากโพสต์ข้อความออกไปก็มีชาวนามาฝากขายข้าวเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้คุณป๋อยังฝากถึงผู้บริโภคที่ต้องการจะซื้อข้าว อยากได้ข้าวอะไรแบบไหน มากน้อยเท่าไหร่ ให้มาแจ้งได้ที่ไอจีได้เช่นเดียวกัน

และล่าสุดครับคุณผู้ชมเฟซบุ๊กแฟนเพจ RANGSIT UNIVERSITY,THAILAND ของ มหาวิทยาลัยรังสิต ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่าได้มีการจัดเวทีระดมความเห็นเพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตราคาข้าวช่วยเหลือชาวนา โดยมีการนำเสนอประเด็นมาตรการแก้ไขระยะสั้นที่จะดำเนินการช่วยเหลือชาวนาในเบื้องต้น 5 ข้อ 

1. มหาวิทยาลัยจะจัดให้มีจุดรับข้าว เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชาวนาสามารถนำข้าวสารมาขาย
2. ให้ชาวนาในพื้นที่บริเวณหนองสาหร่าย จังหวัดกาญจนบุรี สามารถนำข้าวเปลือกมาสีได้ที่โรงสีข้าวหนองสาหร่าย ซึ่งอยู่ในโครงการนวัตกรรมนาข้าว ชาวนาอัจฉริยะ ของมหาวิทยาลัยรังสิต
3. ช่วยเหลือนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิตที่เป็นลูกชาวนา โดยให้นำข้าวสารมาจ่ายเป็นค่าหน่วยกิตได้ และจัดให้มีทุนการศึกษา"ทุนลูกชาวนา"โดยพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ
4. จัดพื้นที่ให้บุคลากร นักศึกษาที่ครอบครัวทำนา ได้นำข้าวสารมาร่วมจำหน่าย โดยเปิดโซนพื้นที่ในการจำหน่ายให้ที่ถนนข้าวสารลานแบร์ ม.รังสิต เพื่อเป็นอีกช่องทางในการช่วยจำหน่ายข้าวสาร
5. สถาบันปฏิรูปประเทศไทย มหาวิทยาลัยรังสิตร่วมกับสถาบันต่างๆ จะมีการจัดเวทีนำเสนอนโยบายการช่วยเหลือชาวนาอย่างเป็นรูปธรรมและจะจัดกิจกรรมผู้บริโภคพบปะจับคู่ชาวนาในวาระต่อไป


เศรษฐกิจ

อ่านข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง