ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ต่อประเทศไทย

หมวดข่าว:เศรษฐกิจ

วันที่ 09 พ.ย. 59 เวลา 22:03:33 น.

จำนวนผู้ชม : 232

กรุณารอสักครู่...

การประกาศชัยชนะของทรัมป์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในต่างประเทศปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากนโยบายของทรัมป์ในเรื่องแรงงาน เช่น จีนและฮ่องกง สำหรับไทยอาจมีผลต่อการส่งออก เพราะทรัมป์ประกาศไม่สนันสนุนข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ TPP

นายบุญฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ คาดว่าเมื่อประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 คือนายโดนัลด์ ทรัมป์ อาจส่งผลต่อภาวะการค้าของโลกในหลายประเด็น เพราะจากการหาเสียงของทรัมป์ที่ผ่านมาค่อนข้างชัดเจนว่า เน้นพึ่งพาเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก และไม่สนับสนุนข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ TPP ซึ่งจะทำให้จีนมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้น และการประกาศจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้า ก็จะทำให้การค้าโลกโน้มเอียงเข้ามาทางฝั่งทวีปเอเชีย ส่งผลไทยจะส่งสินค้าเข้าไปจำหน่ายยังสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 และประเทศคู่ค้าที่มีความสำคัญลำดับที่ 3 ได้ยากขึ้น เพราะอาจจะมีมาตรการกีดกันที่มิใช่ภาษี หรือ NBT เพิ่มขึ้นตามกำแพงภาษี ขณะที่ประเทศสมาชิก ASEAN ซึ่งเข้าเป็นสมาชิก TPP แล้ว ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน และเวียดนาม ก็อาจจะไม่ได้มีแต้มต่อมากกว่าไทยอีกต่อไป

ด้านตลาดหุ้น นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เห็นว่าชัยชนะของทรัมป์ น่าจะกดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะตลาดหุ้นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ซึ่งจะถูกกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้า เช่น การตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าโดยเฉพาะจากจีน และเสนอให้ทบทวนข้อตกลงทางการค้า ทั้ง NAFTA และ WTO นโยบายดังกล่าวนับเป็นความเสี่ยงที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การค้าโลกอยู่ในภาวะซบเซา

ด้านค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ น่าจะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินเยน และยูโร แต่จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทและเงินสกุลอื่น ๆ ในตลาดเกิดใหม่ ส่วนทองคำ ค่าเงินเยน และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ น่าจะได้รับผลบวกจากกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย

ราคาน้ำมันน่าจะได้รับผลบวกจากท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นของสหรัฐฯ ต่อกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ส่วนราคาถ่านหิน จะได้รับผลบวกจากนโยบายสนับสนุนการใช้ถ่านหิน ซึ่งในทางกลับกันจะส่งผลลบต่อราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นสินค้าทดแทน

ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในภาพรวมอาจได้ผลบวกจากมาตรการกระตุ้นทางการคลัง เช่น การลดภาษี ซึ่งนายทรัมป์เสนอให้ลดอัตราภาษีรายได้บุคคลธรรมดาขั้นสูงสุดลงเป็น 25% จาก 39.6% และลดภาษีนิติบุคคลลงเป็น 15% จาก 35% ซึ่งนโยบายนี้น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวการลดภาษีลงต่ำเกินไปก็อาจเป็นการเพิ่มหนี้ภาครัฐ และเป็นความเสี่ยงต่อฐานะการคลัง

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ ปรับตัวอยู่ในแดนลบตั้งแต่เปิดการซื้อขายช่วงเช้า และปรับตัวลดลงแรง ราว 20 จุด ในช่วงเที่ยงวัน หลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ มีคะแนนนำเหนือนางฮิลลารี คลินตัน

ผลการประกาศชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ตลาดหุ้นฮ่องกง ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลง ส่วนตลาดหุ้นไทยปรับตัวดีขึ้นในระหว่างวัน หลังเริ่มนักลงทุนคลายความกังวล เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาเป็นเอกฉันท์ ทำให้ปิดตลาดติดลบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยพรุ่งนี้ คาดว่าอาจอยู่ในแดนลบ แต่เป็นการลบในกรอบแคบ ๆ ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ

เศรษฐกิจ

อ่านข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง