เตรียมบังคับใช้ พ.ร.บ.สรรพสามิต 16 ก.ย.นี้

หมวดข่าว:เศรษฐกิจ

วันที่ 24 มี.ค. 60 เวลา 12:42:15 น.

จำนวนผู้ชม : 671

กรุณารอสักครู่...

กรมสรรพสามิต เดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างภาษีสรรพสามิตและการจัดเก็บ ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เน้นความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษี และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจผู้ประกอบการ โดยเตรียมบังคับใช้ 16 กันยายนนี้ ยันไม่กระทบประชาชน

นายสมชาย พูนสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้เตรียมปฏิรูปโครงสร้างของระบบกฏหมายภาษีสรรพสามิต และแนวทางการจัดเก็บ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน หลังจากที่ไม่ได้มีการปรับแก้ไขมาเป็นเวลานาน โดยจะจัดทำเป็นพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 ซึ่งจะรวบรวมกฎหมายภาษีสรรพสามิต 7 ฉบับด้วยกัน โดยจะมีผลบังคับใช้ ในวันที่ 16 กันยายน 2560 หรือเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับจากวันที่ประกาศในราชกิจจาณุเบกษาเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560

ทั้งนี้ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกฎหมายภาษี และแนวทางจัดเก็บใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส สากล และลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ แก้ไขปัญหาการจัดเก็บภาษีได้ทั้งระบบ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยหลังจากนี้กรมจะต้องออกกฎหมายลำดับรองอีกกว่า 80 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายแม่บท โดยเฉพาะอัตราจัดเก็บภาษี สินค้า และบริการต่าง ๆ เนื่องจากตัวกฎหมายแม่บท ได้มีการขยายเพดานอัตราภาษีสรรพสามิต ซึ่งเพดานใหม่จะใช้ไปถึงปี 2580 หรือกินระยะเวลากว่า 20 ปี ซึ่งอัตราที่เก็บจริง ก็จะลดจากเพดาน เนื่องจากกรมต้องกำหนดเพดานกฎหมายให้สูงไว้ เพื่อมองถึงสถานการณ์ในอนาคตอีก 20 ปี โดยกรมยืนยันว่าการปรับโครสร้างภาษีครั้งนี้ จะไม่เพิ่มภาระต่อประชาชน อย่างมีนัยยะสำคัญ โดยหากมีกลุ่มผู้ค้าที่กักตุนสินค้า หรือขายสินค้า ในราคาที่เอาเปรียบประชาชนในช่วงนี้ ก็จะประสานความร่วมมือ แก่หน่วยงานที่ดูแลที่พื้นที่นั้น ๆ

อธิบดีกรมสรรพสามิต ยังเปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2560 คาดว่ากรมฯ จะจัดเก็บรายได้ได้ตามเป้าหมายที่ 550,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 499,000 ล้านบาท เนื่องจากมีการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราภาษีน้ำมัน ขณะเดียวกันในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ (ตุลาคม-มีนาคม) สามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้แล้ว 1,000 ล้านบาท และเฉพาะในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียวสามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่าเป้าหมายแล้ว 4,000 ล้านบาท ทั้งจากการบริโภคเบียร์ และเครื่องดื่มต่าง ๆ

นอกจากนี้สถานการณ์รถยนต์ยอดขายก็เริ่มปรับตัวดีขึ้น มีทั้งจากมอเตอร์โชว์ และในปีนี้คาดว่ายอดขายรถยนต์ก็ยังจะสูงขึ้นมาที่ 800,000 คัน จากปีที่ผ่านมา 790,000 คันด้วย เชื่อว่าการจัดเก็บรายได้ของกรมฯคงไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน


เศรษฐกิจ

อ่านข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง