ทรัมป์ทัวร์เอเชีย ปฏิบัติการคุมการค้า

หมวดข่าว:เศรษฐกิจ

วันที่ 13 พ.ย. 60 เวลา 12:46:07 น.

จำนวนผู้ชม : 181

กรุณารอสักครู่...

การเดินทางเยือนเอเซีย ซึ่งเป็นการเดินทางที่ใช้ระยะเวลายาวนานที่สุดของ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาครบ 1 ปี ในตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐฯ หลายคนอาจมองว่า ทรัมป์ ยังไม่มีผลงานอะไรชัดเจน ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง แต่ถ้าดูกันลึก ๆ ทรัมป์ได้สร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ด้วยนโยบายอเมริกันเฟิร์ส และการค้าโลกให้กลับมาฟื้นอีกครั้ง

นโยบายแรกที่ทรัมป์ทำ หลังขึ้นดำรงดำแหน่ง (ปี 2559) คือทรัมป์ได้ลงนาม ถอนตัวจาก TPP และสั่งให้มีการตรวจสอบการค้าระหว่างประเทศกับ 16 ประเทศ ที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้า ซึ่งรวมถึงไทย และถ้าดูจากรายชื่อประเทศที่ทรัมป์เดินทางเยือนครั้งนี้ จะเห็นว่า เป็นประเทศที่ได้ดุลการค้าสหรัฐ ฯ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะจีน ที่สหรัฐฯกาหัวไว้ ซึ่งนั่นหมายถึงหมาย การเดินทางของทรัมป์ มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง 

ช่วงที่ทรัมป์สั่งตรวจสอบ หลายคนกังวลว่า สหรัฐฯ อาจก่อกำแพงภาษี เพื่อลดการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ตนเองขาดดุลการค้า จนส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นทรัมป์ใช้มาตรากรนี้ แต่ตรงกันข้าม การมาเยือนเอเชีย ครั้งนี้ของนายทรัมป์ จะเป็นบทพิสูจน์ว่า ทรัมป์ กำลังใช้นโยบายเพิ่มปริมาณการส่งออกสินค้าสหรัฐฯ ให้กับ 16 ประเทศ โดยเฉพาะประเทศในเอเชีย และเลือกที่จะเปิดการเจรจาเป็นรายประเทศ ซึ่งไทยก็โดนมาแล้ว ช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนสหรัฐ เมื่อเดือนก่อน 

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย บอกว่า การเดินทางมาเยือนเอเชียครั้งนี้ ของนายทรัมป์ ชี้ชัดว่าทรัมป์ต้องการอะไร เพราะการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ กับเอเชีย เมื่อปี 2559 เป็นกลุ่มที่สหรัฐฯ ขาดดุลมากที่สุด มากกว่าปริมาณการส่งออกกว่าเท่าตัว โดยสหรัฐฯ ส่งออกมาเอเชีย 4.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่มีการนำเข้ามากถึง 9.85 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขาดดุล 5.33 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 

โดยสหรัฐฯ ขาดดุลการค้าให้กับจีนมากที่สุดถึง 38.8% รองลงมา คือ ญี่ปุ่น 7.7% เยอรมัน 7.2% และไทยอยู่อันดับที่ 11 คือ 2.1% 

การเติบโตของเศรษฐกิจโลกหลังจากนี้ จะมาจากเอเชียเป็นหลัก ซึ่งก็สอดคล้องกับภูมิทัศน์ของเอเชียที่กำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นิตยสาร Economist คาดหมายว่า สัดส่วนเอเชียในผลิตภัณฑ์ทางเศรษฐกิจของโลก จะเพิ่มจากปัจจุบัน 32% เป็น 53% ในปี 2050 หมายความว่า เมื่อถึงเวลานั้น ธุรกรรมเศรษฐกิจของโลก ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในเอเชีย การเดินทางเยือนเอเชียของทรัมป์ครั้งนี้ จะส่งผลอย่างใดอย่างหนึ่ง เหมือนกับที่เฮนรี่ คิสซิงเกอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ สหรัฐฯ ได้เคยกล่าวไว้ว่า นโยบายของทรัมป์อาจสร้างลู่ทางโอกาสแบบพิเศษขึ้นมา แต่ก็เพิ่มความไม่แน่นอนให้แก่หลายประเทศในภูมิภาคนี้

อีกนโยบายหนึ่งที่ต้องจับตา คือ การกำลังผลักดันการลดภาษีนิติบุคคลจาก 35% เหลือ 25% ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นภายในต้นปีหน้า และเชื่อว่าจะทำให้การค้า การลงทุนของยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ ฟื้นขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

เศรษฐกิจ

อ่านข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง