มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาสู่ยุค 4.0 อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

หมวดข่าว:เศรษฐกิจ

วันที่ 16 พ.ย. 60 เวลา 10:49:01 น.

จำนวนผู้ชม : 258

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาสู่ยุค 4.0 อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาสู่ยุค 4.0 อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาสู่ยุค 4.0 อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาสู่ยุค 4.0 อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาสู่ยุค 4.0 อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

เกษตรกรรม นับเป็นอาชีพหลักและเป็นรากฐานสำคัญของประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นเกษตรกร สินค้าทางการเกษตรของไทยโดยเฉพาะการเพาะปลูกข้าว พืชผัก ผลไม้  นอกจากจะใช้เป็นอาหารของคนในประเทศแล้วยังสามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศ นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สําคัญของไทยที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เพาะปลูกได้เป็นอย่างดี ซึ่งต่างประเทศได้มีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ท่ามกลางสภาพปัญหาความแห้งแล้ง การขาดน้ำ สภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปและมีแนวโน้มที่รุนแรงในอนาคต  ทำให้วิถีชีวิตของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะ เกษตรกรน้ำฝนจำนวนมากยังวนเวียนอยู่ในวงจรความยากจน และกับดักของหนี้สินอย่างยากที่จะหลุดพ้น

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชทาน “หลักการทำเกษตรทฤษฎีใหม่” ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ทรงใช้แนวคิดแห่งการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการบริหารงานในการทำการเกษตร โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไว้เป็นรากฐานให้เกษตรกรและประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้นำไปประยุกต์ใช้ เพื่อการแก้ไขปัญหาการเกษตรและสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข มีความพอเพียง หลุดพ้นบ่วงแห่งความยากจน

ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้จัดทำ “โครงการมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม สาขาเกษตรกรรม ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อเป็นการน้อมนำหลักการเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและประชาชนชาวไทยทั้งด้านองค์ความรู้ที่เป็นมาตรฐาน ตรงตามแนวพระราชดำริ และนำไปสู่ภาคปฏิบัติให้ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่ทำการเกษตรของตนเอง จนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข พอเพียง พ้นจากความยากจน  อีกทั้ง เพื่อให้สถานศึกษาทุกระดับ สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนวิชา เกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริ ได้ตรงกับแนวพระราชดำริของพระองค์ท่าน อันจะนำประชาชน ชุมชน และสังคมไทยได้เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เกิดการบูรณาการอย่างยืดหยุ่น  มีการบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม  จนสามารถก้าวไปสู่การพึ่งพาตนเอง และการพัฒนาประเทศสู่ความสมดุล มั่นคง และยั่งยืนได้สืบไป

อาจารย์ปราโมทย์  ไม้กลัด ประธานที่ปรึกษาของมูลนิธิน้ำเพื่ออีสาน ขยายความหลักการทำทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริว่า ทฤษฎีใหม่เป็นการประยุกต์การทำการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงอย่างชัดเจน เป็นพระราชดำริเพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็ก ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  โดยทฤษฎีใหม่ เป็นขั้นของความเข้าใจและจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนคือ 30 เปอร์เซ็นต์ ขุดสระเก็บกักน้ำเพื่อใช้เก็บกักน้ำฝน ต่อมา 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกข้าวในฤดูฝนเพื่อใช้เป็นอาหารเพียงพอตลอดปีลดค่าใช้จ่าย ถัดมา 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชไร่ พืชสมุนไพร ฯลฯ เหลือก็นำไปจำหน่าย และสุดท้าย 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นที่อยู่อาศัยเลี้ยงสัตว์และโรงเรือน  หากเกษตรกรเข้าใจคำว่าทฤษฎีใหม่แน่นอนว่าครอบครัวเกษตรกรนั้นจะมีงานทำตลอดทั้งปี ทำให้เกิดทักษะ เกิดความขยันในการทำงาน ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้และค่าตอบแทนแน่นอน ผลิตผลที่ผลิตในพื้นที่ย่อมมีกินตลอดปี และทำให้เกิดจิตวิญญาณที่จะมุ่งมั่นสู่การทำงาน ซึ่งจะได้ความสุขในชีวิตตอบแทนกลับคืนมาด้วย แต่ต้องมีความเพียรพยายาม ดังพระราชดำรัสของพระองค์ที่ว่า

“การทำทฤษฎีใหม่ เป็นเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง...ผู้ที่ปฏิบัตินี้ต้องมีความเพียร และต้องอดทน ...ทฤษฎีใหม่...ยืดหยุ่นได้และต้องยืดหยุ่น เหมือนชีวิตของเราทุกคนต้องมียืดหยุ่น”

อาจารย์ปราโมทย์  ไม้กลัด ประธานที่ปรึกษามูลนิธิน้ำเพื่ออีสาน ได้อธิบายถึง “โครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม สาขาเกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” ว่า  เป็นการดี เพราะเป็นการสร้างความยั่งยืนในการน้อมนำ “เกษตรทฤษฎีใหม่และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ให้เกษตรกรหรือผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมนำมาใช้เป็นแนวทางและหลักการอย่างตรงตามแนวพระราชดำริ  ทั้งด้านองค์ความรู้ ความพร้อมในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างเป็นขั้นตอน ความสามารถในการวางแผนอย่างมีกระบวนการ การจัดการทรัพยากรการผลิตอย่างสมดุลและเหมาะสม จนเกิดนวัตกรรมในการพึ่งพาตนเองได้ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในทุกสถานการณ์และบริบทพื้นที่”

อาจารย์ปราโมทย์ ปรารภว่า  “การจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม สาขาเกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง จะมีการจัดแบ่งระดับของมาตรฐานวิชาชีพ และคุณวุฒิวิชาชีพให้สอดคล้องกับบริบทของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฏีใหม่ใน 3 ระดับ คือ 1.ระดับต้น โดยจะมุ่งกำหนดกรอบสมรรถนะเพื่อสร้างเสถียรภาพของการผลิต รายได้ ความมั่นคงของตัวเกษตรกรและชุมชนชน มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเอง  ถัดมา 2. ระดับกลาง ที่มีกรอบของสมรรถนะมุ่งเน้นการสร้างกลุ่มหรือสหกรณ์  เพื่อดำเนินการการเกษตรอย่างครบวงจร และ 3. ระดับก้าวหน้า ที่มีกรอบสมรรถนะมุ่งเน้นการเป็นผู้ประกอบการ และสร้างเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกเพื่อสนับสนุนการผลิตและการตลาด

ทั้งนี้ การจัดทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อกำหนดแนวทางเดินให้กับเกษตรกร ซึ่งในตอนนี้เกษตรกรมีพื้นฐานความเข้าใจอยู่แล้วส่วนหนึ่ง เรียกว่า “ภูมิปัญญาชาวบ้าน” แต่อาจไม่สมบูรณ์ ถ้าหากทางสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพดำเนินการต่อยอดเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริถือเป็นเรื่องดี แต่ต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเข้าใจและชี้ให้เห็นภาพว่ามาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพคืออะไร ตรงนี้ถือว่าสำคัญมาก

ส่วนเรื่องเครื่องจักรกลต่าง ๆ ทางภาครัฐเองก็ต้องเข้ามาช่วยสนับสนุน ร่วมแชร์กันไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง ต้องทำตามพระราชดำรัสว่า “บวร” และต้องสร้างความริเริ่มในการพัฒนาให้กับเกษตรกรด้วย โดยทาง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ จะต้องแนะแนวทางการสร้างมาตรฐานว่าควรเป็นแบบใดและขับเคลื่อนตามมาตรฐานได้อย่างไร อาจารย์ปราโมทย์ อธิบายต่อว่า “นอกจากนี้ มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม สาขาเกษตรกรรม ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง จะต้องเป็นการพัฒนาศักยภาพ และสมรรถนะของเกษตรกรหรือผู้ประกอบอาชีพทางการเกษตรได้อย่างสอดคล้องกับการเกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริ และทิศทางการพัฒนาภาคเกษตรในบริบทของ Thailand 4.0  สู่การเป็นเกษตรกรที่มีมาตรฐาน และมีสมรรถนะมืออาชีพ นำไปสู่การขยายผลของความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนในอาชีพเกษตรกรรมต่อไป”

ดร.นพดล ปิยะตระภูมิ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เปิดเผยถึง มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ ว่า “สำหรับองค์ความรู้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือว่า สคช. จะขอน้อมเกล้านำมาจารึกไว้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นมาตรฐานเพื่อให้คนรุ่นหลังทั้งคนไทย และคนต่างประเทศได้นำหลักการ แนวพระราชดำริ ทฤษฎีใหม่ ไปใช้และปฏิบัติ ตามพระราชดำริที่พระองค์ทรงพระราชทานไว้ และยังจะทำให้เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงไม่สูญหาย จะยังคงเปรียบเสมือน “ทรัพย์อันทรงคุณค่าของแผ่นดินไทย” ถ้าประชาชนทั้งประเทศนำไปใช้เชื่อว่าทุกครัวเรือนจะมีความกินดีอยู่ดีมากขึ้น พ้นจากความยากจนด้วยความเพียรอีกหนทางหนึ่ง

การสร้างมาตรฐานอาชีพนี้ นอกจากจะทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์จากการทำเกษตรที่ได้ผลผลิตเพิ่มตลอดปี มีความหลากหลายแบบผสมผสานแล้ว  ยังเกิดความพอเพียง ไม่ทำเกษตรเกินตัว โดยส่งผลให้มีข้าว น้ำ พืชผล สัตว์ ใช้บริโภคตลอดปี หากเหลือกินเหลือใช้สามารถนำไปขายสร้างรายได้ของครอบครัวอีกด้วย

คาดว่า การทำมาตรฐานฯ ครั้งนี้จะเสร็จสมบูรณ์ประมาณเดือนพฤษภาคม 2561 ในขั้นตอนการรับรองมาตรฐาน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพจะต้องเชิญบุคคลที่มีความรู้และรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในช่วงการก่อกำเนิด เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งก็คือ อาจารย์ปราโมทย์ ไม้กลัด มาให้การรับรองข้อมูลอย่างถูกต้องและถ่องแท้ เพื่อเป็นมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพเกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด หลังจากนั้นจะนำองค์ความรู้ที่รวบรวมมาจัดทำเป็นมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบสู่การปฏิบัติอย่างทั่วถึงผ่านเว็บไซต์ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)  แนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ จึงถือว่า เป็นทรัพย์ของแผ่นดินและเป็นทรัพย์ของสากล หากนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง” ดร.นพดล กล่าว

ท้ายที่สุด ดร.นพดล กล่าวฝากว่า  สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ขอเรียนเชิญหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมสนับสนุนช่วยเหลือให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย อาทิ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สภาเกษตรกรจังหวัดขอนแก่น  ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านทุ่งรวงทอง จังหวัดกำแพงเพชร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาของชาวบ้านโครงการส่งเสริมกสิกรรม ไร้สารพิษ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์เกษตรอนินทรีย์วิถีชุมชนหนองกระโดนมน จังหวัดสุพรรณบุรี ศูนย์ฝึกอบรมเกษตรผสมผสานบ้านโนนรัง-บูรพา จังหวัดนครราชสีมา ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนำควาย และที่ขาดไม่ได้ คือ มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิน้ำเพื่ออีสาน และปราชญ์ชาวบ้านที่น้อมนำแนวทฤษฎีใหม่ไปปฏิบัติใช้แล้วเห็นผลเชิงประจักษ์ ประสบความสำเร็จ ขอเชิญท่านให้เข้ามามีส่วนร่วมทำให้เกิดมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ และคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรทฤษฏีใหม่ตามหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันเปรียบเสมือน “ทรัพย์อันทรงคุณค่าของแผ่นดินไทย” ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อมวลประชาโลกสืบไป

เศรษฐกิจ

อ่านข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง