ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

เปิดตัว'ถนนพารารับเบอร์ซอยล์ซีเมนต์'สายแรกของประเทศไทย

หมวดข่าว:เศรษฐกิจ

วันที่ 01 มี.ค. 59 เวลา 14:33:12 น.

จำนวนผู้ชม : 1,269

กรุณารอสักครู่...

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เปิดตัวถนนตัวอย่าง พารารับเบอร์โพลิเมอร์ซอยล์ซีเมนต์ สายแรกของประเทศไทย หวังเพิ่มสัดส่วนการใช้ยางพาราในประเทศเพิ่มมากขึ้น พร้อมเตรียมเสนอรัฐบาลของบสนับสนุนงานวิจัยเพิ่ม 20 ล้านบาทเพื่อให้การวิจัยและพัฒนาเกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ผศ.ดร.ระพีพันธ์ แดงตันกี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรม นักวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผู้วิจัยและริเริ่มโครงการถนนยางพารารูปแบบใหม่ เปิดเผยว่า ถนนพารารับเบอร์ซอยล์ซีเมนต์ เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศให้มากขึ้น โดยเป็นการใช้น้ำยางพารามาผสมกับซีเมนต์และดินจากผิวทางเพื่อนำมาทำถนนในชั้นฐานแทนหินคลุก โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Pavement in-place recycling ด้วยการใช้เครื่องจักรกลหนักทำการตะกุยผิวดินขึ้นมา ในความลึก 20 เซนติเมตร ไปพร้อมกับผสมน้ำยางพารา ซีเมนส์ และดินที่ขุดขึ้นมา ก่อนจะบดอัดเป็นถนนต่อไป ซึ่งสัดส่วนการใช้น้ำยางพาราจะอยู่ที่ 6-18 ตัน ต่อถนนความยาว 1 กิโลเมตร(แต่สัดส่วนที่เหมาะสมที่สุดคือ 10 ตันต่อ 1 กิโลเมตร)

สำหรับการทดสอบในครั้งนี้จะใช้น้ำยางพารา 1.5 ตัน กับถนนตัวอย่างความยาว 150 เมตร ซึ่งเป็นคนละส่วนกับผิวถนนที่มีการใช้ยางพาราผสมกับยางมะตอยในสัดส่วน 5-7% ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้กำลังศึกษาเกี่ยวกับการนำยางแผ่นมาใช้ทำถนนยางพาราเช่นเดียวกับน้ำยาง ซึ่งหากสำเร็จ ก็เชื่อว่าจะช่วยระบายสต๊อกยางพาราที่มีอยู่ในระบบได้อย่างมาก สำหรับต้นทุนการทำถนนพารารับเบอร์ซอยล์ซีเมนต์นี้ จะมีต้นทุนที่ประมาณ 200-300 บาท ต่อตารางเมตร ซึ่งต่ำกว่าถนนที่ทำจากยางมะตอยที่มีต้นทุน 350-400 บาท ต่อตารางเมตร และถนนที่ทำจากคอนกรีตที่ใช้งบ 750-800 บาทต่อตารางเมตร ทั้งยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า 10 ปี และไม่มีฝุ่นดิน ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้สร้างพื้นสนามบินในหลายประเทศ เพียงแต่ต่างประเทศไม่มียางพาราเลยใช้โพลีเมอร์แทน

สำหรับการวิจัยในโครงการนี้เป็นการวิจัยโดยใช้งบประมาณของทางมหาวิทยาลัยฯ ภายใต้วงเงิน 800,000 บาท พร้อมกับได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ กองทัพบก และหน่วยงานภาคเอกชน ในการร่วมมือทดสอบภาคสนามครั้งนี้ แต่ทางมหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างการเตรียมขอสนับสนุนงบวิจัยฯเพิ่มเติมจากรัฐบาลวงเงิน 20 ล้านบาท เพื่อให้การวิจัยและพัฒนาสามารถทำได้เห็นผลในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

เศรษฐกิจ

อ่านข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง