พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เมื่ออินโดนีเซียจ่อแซงไทยเป็นดีทรอยต์เอเชีย

หมวดข่าว:เศรษฐกิจ

วันที่ 17 มี.ค. 59 เวลา 10:59:24 น.

จำนวนผู้ชม : 336

กรุณารอสักครู่...

จากสัญญาณเศรษฐกิจในขณะนี้ บ่งชี้ได้ว่าอินโดนีเซียกำลังจะก้าวแซงประเทศไทย กลายมาเป็นผู้นำการผลิตยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียนในไม่ช้า ซึ่งมีนัยยะสำคัญที่จะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการวางกลยุทธ์ของผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์ และผู้วางแผนนโยบายในทั้งสองประเทศ แต่ก็ยังพอมีข่าวดีที่ประเทศไทยต้องเร่งรับมือ และรักษาจุดแข็งเพื่อครองความเป็นชาติเบอร์ 1 อุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคให้ได้ต่อไป 

แนวโน้มการผลิตยานยนต์ การแก้ไขและออกนโยบายสนับสนุน รวมไปถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศของรัฐบาลจาการ์ตา เป็นตัวบ่งชี้ว่าอินโดนีเซียกำลังมุ่งสู่การพัฒนาขีดความสามารถในการกระตุ้นการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ และการส่งเสริมการส่งออก ผู้ผลิตยานยนต์ และผู้วางแผนนโยบายในทั้งไทยและอินโดนีเซียจึงควรจับตามองการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างใกล้ชิด

สำหรับประเทศไทยถือเป็นผู้นำการผลิตยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียนมายาวนาน โดยในปี 2558 มีปริมาณการผลิตอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านคัน/ปี ส่วนอินโดนีเซียอยู่ที่ 1.1 ล้านคัน/ปี เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค

โดยสิ่งที่ทำให้อินโดนีเซียยังเป็นรอง คือความสามารถการพัฒนาตลาดการส่งออกยานยนต์ ยังทำได้ไม่เทียบเท่ากับไทย จากปริมาณการส่งออกยานยนต์ของอินโดนีเซียอยู่ที่ 23% ขณะที่ปริมาณการส่งออกของไทยอยู่ที่ 55%

ทั้งนี้ หากอินโดนีเซียต้องการจะขึ้นมาเป็นผู้ผลิตยานยนต์อันดับหนึ่งในภูมิภาคนั้น จำเป็นจะต้องปิดช่องว่างทั้งด้านการผลิตและการส่งออก โดยเทียบจากอัตราช่องว่างการผลิตยานยนต์ของทั้งสองประเทศในปี 2558 อยู่ที่ประมาณ 810,000 คัน โดยในปี 2563 คาดว่าอัตราช่องว่างการผลิตยานยนต์จะลดลงมาอยู่ที่ 465,000 คันต่อปี ซึ่งจะทำได้โดยการเพิ่มอัตราการผลิตของโรงงาน

สิ่งที่ไทยต้องเร่งมือรักษาความได้เปรียบเอาไว้ คือการปรับยุทธศาสตร์ที่เรามีความพร้อมมากกว่า และตอกย้ำความได้เปรียบการส่งออก สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ให้มีภาพลักษณ์ดึงดูดน่าลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ต่อไป 

ล่าสุด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้หารือกับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยพบกลุ่มบริษัทอีซูซุ เพื่อหารือ รับฟังอุปสรรคการประกอบธุรกิจในไทย ทั้งแนวทางสิทธิประโยชน์ด้านภาษี และสิทธิประธยชน์เขตการค้าเสรี ไปจนถึงระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ นายกฯ ยังได้กล่าวขอบคุณผู้ประกอบการที่ยังไม่ย้ายฐานการผลิต ซึ่งรัฐบาลให้คำมั่นจะอำนวยความสะดวกการทำธุรกิจและการลงทุน 

ปัจจุบันไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอาเซียนในปีที่แล้ว สามารถผลิตรถยนต์ราว 2 ล้านคัน เป็น 1 ใน 12 ประเทศผู้ผลิตรถยนต์หลักของโลก ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของไทยในขณะนี้คือ ไทยจะสามารถคงความเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ในอาเซียนในระยะยาวได้หรือไม่ และในอนาคตหากอุตสาหกรรมยานยนต์ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องก็เป็นไปได้ที่ไทยจะไต่อันดับติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก

เศรษฐกิจ

อ่านข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง