พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ดรีม-แก๊ป นำแฟนรายการ 168 ชั่วโมง เรียนรู้วิถีเกษตรพอเพียงบ้านหัวเวียง จ.พระนครศรีอยุธยา

หมวดข่าว:บันเทิง

วันที่ 14 มี.ค. 60 เวลา 16:27:58 น.

จำนวนผู้ชม : 280

รายการ 168 ชั่วโมง จัดกิจกรรมเรียนรู้วิถีเกษตรแบบพอเพียงตามรอยในหลวง ร.9 ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านหัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีแฟนรายการฯ และ 2 นักแสดง ดรีม ณฐณพ-แก๊ป ชนกสุดา เข้าศึกษาด้วย ซึ่งบรรยากาศตลอดทั้งวัน ทางผู้เข้าร่วมฯ ต่างสนใจในการเรียนรู้เป็นอย่างมาก ก่อนจบทริปด้วยการไหว้พระขอพร ณ วัดพนัญเชิงวรวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล


เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา รายการ 168 ชั่วโมง จัดกิจกรรมเรียนรู้ชุมชนต้นแบบตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ 3 นำโดย 2 นักแสดงหนุ่มหล่อ สาวสวย ของช่อง 3"ดรีม ณฐณพ"จากละครเรื่องบาปรักทะเลฝัน และ"แก๊ป ชนกสุดา"จากละครเรื่องนางอายและเจ้าจอม พร้อมด้วย ทิพย์ ศศิมา พิธีกรรายการ 168 ชั่วโมง และรายการบ้านพระราม 4 นำแฟน ๆ รายการฯ ไปศึกษาเรียนรู้ชุมชนต้นแบบที่ได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ในชุมชน ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านหัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุทธยา โดยออกเดินทางจากตรีเพชรอีซูซุเซลส์ เวลา 8.30 ถึงจุดหมาย เวลาประมาณ 10.00 น.


ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านหัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นศูนย์เรียนรู้ฯ (ศพก.) มีพื้นที่ทั้งหมด 11 ไร่ 3 งาน โดยเกษตรกรทั้ง 17 ตำบลในอำเภอแห่งนี้สามารถมาเรียนรู้ วิธีทางการเกษตรแบบพอเพียงได้ โดยที่นี้เป็นศูนย์นำร่องในเรื่องของการลดต้นทุนต่าง ๆ ทางด้านการเกษตร, การผลิตข้าว, ไร่นาส่วนผสมตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจัดสรรพื้นที่เป็นส่วน ๆ ให้ได้ศึกษาอยางละเอียด เช่น โรงเพาะเห็ด, โรงเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าว, จุดทำปุ๋ยอินทรีย์, บ่อเลี้ยงปลา, โรงเลี้ยงไก่ไข่ ฯลฯ เป็นต้น หากเกษตรกร หรือหน่วยงานเกษตรที่สนใจสามารถมาศึกษาจากศูนย์เรียนรู้ได้โดยตรง (081-758-1539 : ผู้ใหญ่บ้านจันทร์จ้าว โพธิ์สุทธิ) ซึ่งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านหัวเวียงแห่งนี้ เป็น 1 ใน 882 ศูนย์ทั่วประเทศ


เมื่อทางคณะผู้เข้าร่วมฯ เดินทางมาถึง นางจันทร์จ้าว โพธิ์สุทธิ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหัวเวียง หมู่ที่ 7 พร้อมด้วยวิทยากรได้ต้อนรับอย่างอบอุ่น สิ่งแรกที่ทางคณะผู้เข้าร่วมฯ ได้เห็นคือ พิธีทำขวัญข้าวหรือทำขวัญแม่โพสพ เป็นพิธีตามความเชื่อของคนสมัยก่อน โดยเชื่อว่าถ้าได้ทำขวัญข้าว จะไม่ทำให้เมล็ดข้าวล้ม หนอน สัตว์ต่าง ๆ มากล้ำกราย ได้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์


หลังจากนั้นวิทยากรฯ ได้พาคณะผู้เข้าร่วมฯ ไปเรียนรู้ตามแหล่งศึกษาต่าง ๆ ภายในศูนย์แห่งนี้โดยเริ่มจากจุดทำน้ำยาไล่แมลง ซึ่งใช้สมุนไพรเป็นวัตุดิบในการทำ คือ ใบสะเดา, ตะใคร้หอม, สาบเสือ, หนอนตายหยาก, ไหลแดงไหลขาว แล้วนำมาหมักรวมกัน ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมาก


จากนั้นไปดูการเลี้ยงปลาในบ่อ และ โรงเลี้ยงไก่ไข่พื้นเมือง โดยโรงเลี้ยงไก่ไข่ที่นี้ได้รับการสนับสนุนจากเกษตรและปศุสัตว์ที่ช่วยส่งเสริมในเรื่องนี้ ซึ่งวิทยากรเล่าว่า ก่อนหน้านี้ทางศูนย์เรียนรู้ฯ ไม่ได้จับไก่ไข่ขังไว้ในกรง จึงพบว่า ไก่ไม่ไข่เลย หรือไก่ไข่ออกมาน้อยมาก จึงเปลี่ยนวิธีจับไก่ไข่ไปเลี้ยงไว้ในกรงแทน ผลลัพธ์ที่ได้คือ ไก่ไข่ที่อยู่ในกรงจะเกิดความเครียดและไข่ได้มากกว่า


สำหรับจุดต่อไปนั้นได้ศึกษาเกี่ยวกับการทำน้ำหมักและปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งการทำน้ำหมักนี้ส่วนผสมหลักคือวัตถุดิบจากธรรมชาติที่หาได้ใกล้ตัว เช่น ไก่ดิบ, ไข่, สัปปะรด, รำละเอียด, กากน้ำตาล และ พด.2 ซึ่งประโยชน์ที่ได้คือจุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรมของจุลินทรีย์ ส่วนปุ๋ยอินทรีย์ วัตถุดิบที่ใช้จะเป็นแกลบดิบ, แกลบดำ, มูลสัตว์, รำข้าวละเอียด, กากน้ำตาล, สารเร่ง พด.1 พด.3, ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ (สูตร พด.2) และน้ำสะอาด ซึ่งประโยชน์ที่ได้นั้นจะทำให้ดินร่วนซุย เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน เป็นต้น และจุดสุดท้ายก่อนพักรับประทานอาหารเที่ยง คือ โรงเพาะเห็ด ที่นี้มีการเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน ถือเป็นเห็ดเศรษฐกิจที่นิยมบริโภคของบุคคลทั่วไป เป็นเห็ดที่เพาะง่าย มีอายุการพักเชื้อที่สั้น คุ้มทุน อีกทั้งยังดูแลรักษาง่าย โดยแต่ละฐานการเรียนรู้ ทางด้านคณะผู้เข้าร่วมฯ และ 2 นักแสดง ได้ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับทฤษฎีการทำเกษตรพอเพียงในภาคเช้านี้


ในระหว่างช่วงเบรคพักเที่ยง มีกิจกรรมสุนก ๆ ให้แต่ละครอบครัวได้ทำร่วมกัน คือ ให้ตอบคำถามในกระดาษหลังจากได้ไปศึกษาในแต่ละฐานที่ทางวิทยากรนำชมว่ามีลักษณะอย่างไร ซึ่งแต่ละครอบครัวได้ให้ความร่วมมือและเล่นเกมนี้อย่างสนุกสนาน


สำหรับในภาคบ่ายนี้จะเป็นส่วนของการลงมือปฏิบัติ โดยให้แบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมเป็น 2 กลุ่มใหญ่ รวมทั้ง 2 นักแสดง เพื่อไปศึกษาวิธีการปั้นดินจิ๋วและวิธีการทำเครื่องจักสาน ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมรายได้ยามว่างให้กับครอบครัว ในการปั้นดินจิ๋วนั้น ทางวิทยากรได้แนะนำว่า ต้องใช้ดินไทยเท่านั้นในการปั้น และไม่นิยมใช้ดินน้ำมัน เนื่องจากดินน้ำมันเมื่อสัมผัสความร้อนจะเสียรูปไม่อยู่ทรง หากใช้ดินไทยแทนเมื่อขึ้นรูปเรียบร้อยแล้วจะอยู่ทรงและแข็งตัว ส่วนการทำเครื่องจักสาน วัสดุที่ใช้ในการทำขึ้นอยู่ตามแต่ละภาคและท้องถื่นนั้น ๆ  เช่น ภาคเหนืออาจจะใช้ไม้ไผ่แทนในการสาน ส่วนภาคกลางจะใช้ไม้หวายแทน แต่ที่ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้นิยมใช้ไม้หวายในการผลิต กิจกรรมสุดท้ายก่อนออกเดินทางไปยังหมายต่อไป คือ วัดพนัญเชิงวรวิหาร ได้มีการมอบของรางวัลสำหรับผู้ชนะกิจกรรมตอบคำตอบเมื่อช่วงเที่ยงและมอบของที่ระลึก โอกาสนี้ได้ถ่ายภาพเก็บความประทับใจในครั้งนี้ด้วย


ได้เวลาลากลับแล้ว ทางรายการ 168 ชั่วโมง ได้พาผู้เข้าร่วมฯ ไปไหว้พระเพื่อความเป็นศิริมงมล ณ วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท มีจุดเด่นสำคัญ คือ พระพุทธไตรรัตนนายกหรือหลวงพ่อซำปอกง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา เป็นพระโบราณคู่บ้านคู่เมืองของที่นี้ และตั้งจิตร่วมกันห่มผ้าถวายพระพุทธไตรรัตนนายก ก่อนออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเวลา 15.30 น.

บันเทิง

อ่านข่าวบันเทิงทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง