สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี

ทรงพระเจริญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

พระราชประวัติ

พระราชสมภพ

“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” รัชกาลที่ ๑๐ เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๕ เวลา ๑๗.๔๕ น. ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๙ ปีมะโรง จัตวาศก อธิกวาร จุลศักราช ๑๓๑๔ นับเป็นปีที่ ๗ แห่งการเสด็จขึ้นครองราชย์ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

พระราชพิธีสมโภชเดือน และขึ้นพระอู่

เมื่อทรงเจริญพระชนมายุได้ ๑ เดือน กับ ๑๘ วัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกอบพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๙๕ ทั้งพิธีพราหมณ์ พิธีสงฆ์ และถวายเห่กล่อม โดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์ในเย็นวันที่ ๑๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๙๕

เช้าวันรุ่งขึ้น (๑๕ กันยายน) จึงมีพิธีสงฆ์และพิธีพราหมณ์ในห้องพิธี เริ่มด้วยพอถึงพระฤกษ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงจรดพระกรรบิดกริบพระเกศา ทรงเจิม ทรงผูกด้ายพระขวัญ พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา พราหมณ์ประกอบพิธีลอยกุ้ง ปลาทอง มะพร้าวเงิน มะพร้าวทอง ลงในพระขันสาคร แล้วพระสงฆ์ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

พระมหาราชครูเชิญเสด็จขึ้นพระอู่และเห่กล่อมเปิดศิวาลัยไกรลาศตามประเพณีพิธีของพราหมณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงวางพระราชภัณฑ์ลงในพระอู่ตามพระราชประเพณีแล้ว พระมหาราชครูเชิญพระราชโอรสขึ้นพระอู่ พระบรมวงศานุวงศ์และข้าทูลละอองธุลีพระบาท เวียนเทียนครบรอบตามประเพณี ในวาระนี้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติได้จัดขับไม้มโหรีขับกล่อมถวายพระพร และมีการถ่ายทอดเสียงในพระราชพิธีทางวิทยุ ไปทั่วประเทศ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

ต่อมาเมื่อทรงเจริญพระชนมายุได้ ๑ พรรษา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระนาม ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็น ผู้ตั้งถวายพระนามตามดวงพระชะตาว่า

“สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ
เทเวศรธำรงสุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร
กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร”

ทรงอธิบายเป็นพระมงคลนามตามพระราชตระกูล คือได้อัญเชิญพระนามฉายาในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพระไปยิกาธิราช ซึ่งปรากฏในขณะทรงพระผนวชว่า วชิรญาณะ ผนวกกับ อลงกรณ์ จากพระนาม “จุฬาลงกรณ์” ของรัชกาลที่ ๕

การศึกษา

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ” ทรงเข้าศึกษาชั้นอนุบาลปีที่ ๑ เมื่อเดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๔๙๙ เมื่อพระชนมายุ ๔ พรรษา ณ โรงเรียนจิตรลดา ชั้นอนุบาล ตั้งอยู่ ณ พระที่นั่งอุดร ในพระราชวังดุสิต ต่อมาโรงเรียนย้ายไปตั้งในบริเวณพระราชฐานสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

จากนั้นในเดือนมกราคม-กันยายน พุทธศักราช ๒๕๐๙ ทรงเข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนคิงส์มีด เมืองซีฟอร์ด แคว้นซัสเซกส์ ประเทศอังกฤษ และในเดือน กันยายนปีเดียวกันนั้นได้เสด็จฯ ไปทรงศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมิลล์ฟีลด์ เมืองสตรีท แคว้นซอเมอร์เซ็ต ประเทศอังกฤษ จนถึงเดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๑๓

ต่อจากนั้นในเดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๑๓ ทรงรับการศึกษาระดับเตรียมทหารที่โรงเรียนคิงส์ เขตพาร์รามัตตา นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ทรงศึกษาอยู่จนถึง เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๑๔ แล้วทรงศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีสาขาอักษรศาสตร์ (ด้านการทหาร) จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๙

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

หลังจากนั้น ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรประจำ ชุดที่ ๕๖ ระหว่าง พุทธศักราช ๒๕๒๐-๒๕๒๑ ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ ทรงเข้ารับ การศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยทรงได้รับปริญญานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๐ และทรงเข้ารับการศึกษา ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร แห่งสหราชอาณาจักร เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๓ ด้วย

สมเด็จพระยุพราช

เมื่อมีพระชนมายุครบ ๒๐ พรรษา วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ได้มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ” เฉลิมพระอิสริยยศในตำแหน่ง สมเด็จพระยุพราชมกุฎราชกุมาร อันเป็นตำแหน่งพระรัชทายาทที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาขึ้น และประกาศสถาปนาขึ้นเป็น “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” พระองค์ที่ ๓ ของไทย เพื่อรับราชสมบัติ ปกครองราชอาณาจักรสืบสนองพระองค์ โดยมีพระนามาภิไธย ตามจารึกพระสุพรรณบัฏว่า

“สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒฯ วรขัตติยราชสันตติวงศ์
มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ สยามมกุฎราชกุมาร”

ในมงคลวาระนั้น ”สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร” ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณในการพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งแสดงถึงน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมุ่งมั่นจะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อชาติบ้านเมือง และประชาชนชาวไทย เป็นที่ซาบซึ้งประทับใจพสกนิกรอย่างยิ่ง ดังความว่า

“ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานกระทำสัตย์ปฏิญาณสาบานต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยเฉพาะพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
เฉพาะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรท่ามกลางสันนิบาตนี้ว่า

ข้าพเจ้าผู้เป็น สยามมกุฎราชกุมาร จะรักษาเกียรติยศและอริยศักดิ์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้ด้วยชีวิต จะภักดีต่อชาติบ้านเมือง
จะซื่อสัตย์ต่อประชาชน จะปฏิบัติภาระหน้าที่ทุกอย่าง โดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถ และโดยความเสียสละ
เพื่อความเจริญสงบสุขและความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศไทยจนตราบเท่าชีวิตร่างกายจะหาไม่”

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

ผนวช

ต่อมาเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๒๑ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน พระบรมราชานุญาต ให้ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร” ทรงผนวชในพระพุทธศาสนา ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง เป็นเวลา ๑๕ วัน โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) เป็นพระอุปัชฌาย์, และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับถวายสมณนาม ว่า “วชิราลงกรโณ” ประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร จนทรงลาสิกขา ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๒๑

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

การรับราชการ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับราชการ เป็นนายทหารประจำกรมข่าวทหารบก กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ ๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๑๘

♦ จากนั้นทรงดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับกองพันทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑
♦ ทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพันทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๒๓
♦ ทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๑๗
♦ ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑
♦ ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการ ถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด เมื่อวันที่ ๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๓๕
♦ และทรงปฏิบัติหน้าที่ครูการบินเครื่องบินขับไล่แบบเอฟ – ๕ อี/เอฟ เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๓๗

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

การฝึกอบรมทางทหาร

ทรงเข้ารับการฝึกอบรมทางทหารต่าง ๆ รวมถึงทรงศึกษางานด้านการทหารในประเทศออสเตรเลีย โดยทุนของกระทรวงกลาโหม ทรงประจำการ ณ กองปฏิบัติการทางอากาศพิเศษ ที่นครเพิร์ธ รัฐออสเตรเลียตะวันตก ระหว่างเดือนมกราคม-ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

หลักสูตรและการฝึก

ทรงฝึกเพิ่มเติมในหลักสูตรวิชาอาวุธพิเศษ การทำลายและยุทธวิธีการรบนอกแบบ

♦ หลักสูตรต้นหนชั้นสูง
♦ หลักสูตรการลาดตระเวนและต้นหนชั้นสูง
♦ หลักสูตรส่งอากาศ

หลักสูตรการฝึกบินเฮลิคอปเตอร์ ใช้งานทั่วไปแบบ ยู เอช – ๑ เอช ของบริษัทเบลล์ จำนวนชั่วโมงบิน : ๕๙.๓๖ ชั่วโมง และหลักสูตรการฝึกบิน เฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบ เอ เอช – ๑ เอส คอบรา ของบริษัทเบลล์ ระหว่างเดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒ - เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๒๓

หลังจากนั้นทรงเข้ารับการฝึก และทรงศึกษา ตามโครงการช่วยเหลือทางทหารของกองทัพสหรัฐอเมริกา ที่ฟอร์ตแบรกก์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ในเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๓ ตามหลักสูตรดังนี้

♦ หลักสูตรอาวุธประจำกายและเครื่องบินยิงลูกระเบิด
♦ หลักสูตรการปฏิบัติการพิเศษ
♦ หลักสูตรการต่อต้านการก่อการร้าย
♦ หลักสูตรการสงครามแบบกองโจร
♦ หลักสูตรการฝึกการดำรงชีพ
♦ หลักสูตรส่งทางอากาศ (ทางบกและทางทะเล)

แล้วทรงเข้ารับการศึกษาหลักสูตรการฝึกบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ ยู เอช – ๑ เอช และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ ยู เอช – ๑ เอ็น ของบริษัทเบลล์ จำนวนชั่วโมงบิน : ๒๔๙.๕๖ ชั่วโมง ระหว่างเดือนมิถุนายน - เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๒๓

จากนั้นทรงเข้ารับการศึกษาหลักสูตรการฝึกบินเฮลิคอปเตอร์โจมตีติดอาวุธ (แบบ ยู เอช – ๑ เอช ของบริษัทเบลล์) ของกองทัพบกไทย จำนวน ชั่วโมงบิน : ๕๔.๕๐ ชั่วโมง ในเดือนกันยายน-ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๒๓

ทรงเข้ารับการศึกษาหลักสูตรการฝึกบินเครื่องบินปีกติดลำตัวแบบ Siai - Marchetti SF ๒๖๐ MT จำนวนชั่วโมงบิน : ๑๗๒.๒๐ ชั่วโมง ในเดือน ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๓ - เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๒๔

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

ทรงเข้ารับการศึกษาหลักสูตรการฝึกบินเครื่องบินปีกติดลำตัวแบบ Cessna T – ๓๗ จำนวนชั่วโมงบิน : ๒๔๐ ชั่วโมง เดือนมีนาคม-กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๒๔

ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๔ เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรกิจการทางทหาร และตำรวจที่ประเทศอังกฤษ, เบลเยียม, สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, สาธารณรัฐฝรั่งเศส และออสเตรเลีย

จากนั้น ทรงเข้ารับการศึกษาหลักสูตร การบินเปลี่ยนแบบเป็นเครื่องบินขับไล่แบบเอฟ – ๕ (พิเศษ) รุ่นที่ ๘๓ (พุทธศักราช ๒๕๒๖) เอ ที ดับบลิว และ หลักสูตรเครื่องบินขับไล่ชั้นสูง รุ่นที่ ๘๓ (พุทธศักราช ๒๕๒๖) เอ วี ดับบลิว ที่ฐานทัพอากาศวิลเลียมส์ รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา จำนวนชั่วโมงบิน : มากกว่า ๒,๐๐๐ ชั่วโมง ในเดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๒๕ - กันยายน พุทธศักราช ๒๕๒๖

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

การปฏิบัติการรบ

ขณะทรงปฏิบัติหน้าที่ด้านการทหาร ได้ทรงเข้าร่วมปฏิบัติการรบในการต่อต้านการก่อการร้ายบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย รวมทั้งการคุ้มกันพื้นที่ในบริเวณรอบค่ายผู้อพยพชาวกัมพูชา ที่เขาล้าน จังหวัดตราด

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

ขอบคุณข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย / มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช

พระราชกรณียกิจ

ตลอดระยะเวลานับแต่ยังทรงพระเยาว์ตราบจนปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ ได้ทรงยึดมั่นในพระปฏิญญา ทรงพระวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่นปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยโดยมิได้ย่อท้อ และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในด้านต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งทรงปฏิบัติ หน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน

นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พระราชธิดา คือ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจด้านต่าง ๆ ด้วย

ดังปรากฏว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ ได้ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ จวบจนปัจจุบัน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

ด้านการบิน

ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบิน เครื่องบินโบอิ้ง ๗๓๗-๔๐๐ ในเที่ยวบินพิเศษมหากุศล เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และจัดหาอุปกรณ์ด้านการแพทย์ สำหรับโรงพยาบาล ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

ด้านการทหาร

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมที่ตั้งกองทหารหน่วยต่าง ๆ อยู่เสมอ จากการที่ได้ทรง ศึกษาด้านวิชาทหารมานาน ทรงมีความรู้เชี่ยวชาญอย่างมาก และได้พระราชทานความรู้เหล่านั้นให้แก่ทหาร ๓ เหล่าทัพ ทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างแก่นายทหาร ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในความเป็นอยู่ทุกข์สุขของทหารผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาอย่างทั่วถึง รวมทั้งพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นทุนการศึกษาแก่บุตรของทหาร

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

ด้านการศึกษา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ ทรงเห็นความสำคัญของการศึกษา จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ อาคารของกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นที่ตั้งของโรงเรียนอนุบาลทหารมหาดเล็กราชวัลลภ โดยในระยะแรกได้จัดการเรียนการสอนเฉพาะ ชั้นอนุบาล ต่อมาโรงเรียนได้ย้ายไปที่จังหวัดนนทบุรี และได้รับพระราชทานชื่อใหม่ว่า “โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์”

พร้อมกันนี้ยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สมทบการก่อสร้างโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ตั้งอยู่ในชนบทห่างไกล ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการสนอง พระราชประสงค์ด้วยการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษาจำนวน ๖ แห่ง เป็นโรงเรียนในพระราชูปถัมภ์ ได้แก่

1. โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา ๑ อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม
2. โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา ๒ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร
3. โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา ๓ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
4. โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี ๑ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
5. โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี ๒ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
6. โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี ๓ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

ด้านการแพทย์และสาธารณสุข

ทรงให้การสนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ๒๑ แห่งทั่วประเทศ ที่สร้างขึ้นจากความรักและความศรัทธาของปวงประชาทั่วราชอาณาจักรที่มีต่อ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ ทั้งนี้พระองค์ทรงเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และทรงมีพระราชปณิธานเอาใจใส่ในการรักษาพยาบาลพสกนิกรของพระองค์ในถิ่นทุรกันดารให้ได้รับการดูแลรักษาพยาบาลเป็นอย่างดีถ้วนหน้าเสมอกัน

นอกจากนี้พระองค์ทรงอุปการะเด็กกำพร้า คือ จักรกฤษณ์ และอนุเดช ชูศรี ที่ครอบครัวเสียชีวิตจากภูเขาถล่มที่อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๕๔ รวมทั้งครอบครัวของบูรฮาน และบุศรินทร์ หร่ายมณี ซึ่งบิดาถูกลอบสังหารจากเหตุการณ์ไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยทรงอุปการะ จนกว่าจะสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี หรือจนกว่าจะมีอาชีพสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ เป็นต้น

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

ด้านศาสนา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ ได้ทรงแสดงพระองค์เป็นพุทธมามกะที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๐๙ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ

โดยตลอดระยะเวลาพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านพระพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ เช่น พระราชพิธีการเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง, การพระราชกุศลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา, วันวิสาขบูชา, วันอาสาฬหบูชา, วันเข้าพรรษา รวมถึงการถวายผ้าพระกฐิน ณ พระอารามหลวง ต่าง ๆ เป็นต้น

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ ทรงให้ความสำคัญกับทุกศาสนา เช่น เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปทรงเปิดงาน เมาลิดกลางแห่งประเทศไทยต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ทรงเป็นประธานในพิธี พระราชทานถ้วยรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับประเทศ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

ด้านการเกษตร

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา และวัชพืชอื่น ๆ เป็นปฐมฤกษ์ เพื่อพระราชทานแก่เกษตรกร สำหรับนำไปใช้ในการเพาะปลูกเป็นการเพิ่มผลผลิต ที่บ้านแหลมสะแก ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อ วันที่ ๒๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๘

จากนั้นวันที่ ๑๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๙ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ เสด็จพระราชดำเนินไปยังบึงไผ่แขก ตำบลดอนโพธิ์ทอง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ทรงนำพสกนิกรเก็บเกี่ยวข้าวแปลงนาสาธิต ซึ่งช่วงเวลานั้นพระองค์ได้เสด็จฯ มายกช่อฟ้า และทอดพระเนตร เห็นกองปุ๋ยหมัก และสนพระทัย จึงเสด็จฯ ไปทำปุ๋ยหมัก เพื่อเป็นแบบอย่างให้เกษตรกรทั่วประเทศได้ใช้ประโยชน์ พร้อมกันนั้นได้ทรงลงนาหว่านข้าว และทรงเกี่ยวข้าว ด้วยพระองค์เอง

และเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๙ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงสาธิต การทำนาโดยใช้ปุ๋ยหมัก ณ บึงไผ่แขก ตำบลดอนโพธิ์ทอง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี และทรงลงแปลงนาหว่านข้าวโดยไม่มีอยู่ในหมายกำหนดการ สร้างความ ปลาบปลื้มใจแก่พสกนิกรและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

ด้านการต่างประเทศ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ไปทรงเยือนนานาประเทศทั่วทุกทวีปอย่างเป็นประจำทุกปี เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีอันดีกับมิตรประเทศ อันเป็นรากฐานสำคัญของความสงบสุขและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งยังได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้บุคคลสำคัญจากต่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยด้วย

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

กิจกรรม Bike For Mom , Bike For DAD

พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ ทรงมีพระราชปณิธานให้จัดกิจกรรม Bike For MOM ปั่นเพื่อแม่ ในวันที่ ๑๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาส มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๓ พรรษา ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ และกิจกรรม Bike For DAD จัดขึ้นในวันที่ ๑๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงจักรยาน ในกิจกรรม Bike For MOM ส่วนกิจกรรม Bike For DAD พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงจักรยานร่วมกับทั้ง 2 พระองค์ด้วย โดยทั้ง 2 กิจกรรมได้ทรงจักรยานนำข้าราชการและประชาชนทั่วประเทศหลายแสนคนออกมาปั่นจักรยานกันอย่างพร้อมเพียง ถือเป็นปรากฏการณ์ ครั้งยิ่งใหญ่ที่จะถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ ได้พระราชทานสิ่งของจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ผู้เข้าร่วม กิจกรรมเป็นเสื้อยืดสีฟ้าสำหรับกิจกรรม Bike For MOM และเสื้อยืดสีเหลืองสำหรับกิจกรรม Bike For DAD ใช้สวมใส่ขี่จักรยาน, เข็มกลัดพระราชทาน, น้ำดื่มพระราชทาน รวมทั้งมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานชุดช่างจักรยาน หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ตรวจสภาพจักรยานฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พสกนิกรผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระเจริญ

ขอบคุณข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย / มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช