ปฏิทินท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ 2561 เก๋ไก๋ไปได้ทั้งปี

หมวดข่าว:ไลฟ์สไตล์

วันที่ 15 พ.ย. 60 เวลา 13:16:47 น.

จำนวนผู้ชม : 317

ปฏิทินท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ 2561 เก๋ไก๋ไปได้ทั้งปี

เที่ยวอุทยานฯ เก๋ไก๋ ไม่เหมือนใครที่ไม่ควรพลาดจริง ๆ สำหรับนักผจญภัยที่ชอบความท้าทายเดินทางชมธรรมชาติป่าเขาเป็นชีวิตจิตใจ เพราะเรามีทริปท่องเที่ยวอุทยานฯ มาให้แบบเต็มอิ่มตลอดทั้งปี 




รู้แบบนี้แล้วหยิบปฏิทินปี 2561 มากางรอกันเลยจ้า

 

มกราคม


ชมป่าเปลี่ยนสี : อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวจ.เพชรบูรณ์



ประมาณเดือนธันวาคม-มกราคมของทุกปี ผืนป่าบริเวณกิโลเมตรที่ 419 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 สายหล่มสัก-ชุมแพ ซึ่งเป็นป่าผสมผลัดใบ ก่อนที่พันธุ์ไม้จะผลัดใบจะมีปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ใบไม้ในป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ เปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีเหลืองและแดงทั่วทั้งป่าในช่วงหน้าแล้ง จึงเกิดเป็นสีสันของธรรมชาติที่แปลกตาน่าชมมาก โดยเฉพาะที่ภูหลังกงเกวียน จุดที่มองป่าเปลี่ยนสีได้ชัดเจนที่สุดคือ บริเวณกิโลเมตรที่ 419 นอกจากนี้ยังสามารถชมความงามของป่าเปลี่ยนสีได้ที่ยอดภูกุ่มข้าว และบนเส้นทางไปน้ำตกเหวทรายอีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว โทร 081-962-6236



เที่ยวป่าเฟิร์น ชมทะเลหมอกภาคใต้ : อุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช



อุทยานแห่งชาติเขาหลวงเป็นมรดกทางธรรมชาติที่สำคัญที่สุด ประกอบด้วย ยอดเขาหลวง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภาคใต้ มีสภาพธรรมชาติที่สมบูรณ์และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคนี้ เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารหลายสายที่ไหลหล่อเลี้ยงผืนแผ่นดินภาคใต้ตอนกลาง มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เช่น น้ำตก ภูเขา ยอดเขา ทิวทัศน์ และที่สำคัญสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดคือ ความหลากหลายทางชีวภาพ อาทิ ป่าเฟิร์นโบราณที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ที่มีมากกว่า 200 ชนิด 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติเขาหลวง โทร 075-300-494 

 

กุมภาพันธ์


ชมดอกบัวผุดบาน :อุทยานแห่งชาติคลองพนมจ.สุราษฏร์ธานี



พบมากบริเวณเขาหลังบ้านถ้ำผึ้ง หมู่ที่ 6 ตำบลคลองสก อำเภอพนม ห่างจากถนนสายหลัก สุราษณ์ธานี-ตะกั่วป่า เข้าไปช่วงหลักกิโลเมตรที่ 108 ประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงแหล่งบัวผุด ซึ่งโดยมากบัวผุดจะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศและดินมีความชื้นพอเหมาะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติคลองพนม โทร077-918-559



เดินป่าระยะไกล ดอยลังกาหลวง :อุทยานฯ แม่ตะไคร้ จ.เชียงใหม่, อุทยานฯ ขุนแจ จ.เชียงราย และ อุทยานฯ แจ้ซ้อนจ.ลำปาง



ดอยลังกาหลวง เป็นเทือกเขาสูงรอยต่อ 3 จังหวัด คือ เชียงราย ลำปาง เชียงใหม่ บนยอดดอยปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าและป่าสนเขา เป็นเส้นทางเดินป่าระยะไกลที่รับความนิยมมากแห่งหนึ่ง เส้นทางเดินบนสันเขามองเห็นทิวทัศน์ 360 องศา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ โทร 096-680-2727,อุทยานแห่งชาติขุนแจ โทร 084-366-5213 และ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน โทร 093-137-5533,089-851-3355



มีนาคม


ดำน้ำชมปะการัง หมู่เกาะชุมพร :อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรจ.ชุมพร



ทะเลชุมพร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการดำน้ำ ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก เพราะมีความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลเป็นอย่างมาก ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ต่าง ๆ เช่น เกาะมาตรา, เกาะลังกาจิว, เกาะหลักแรด, หมู่เกาะง่าม และ เกาะมะพร้าว โดยเฉพาะกาะรังกาจิว เป็นเกาะสัมปทานรังนก จัดว่าเป็นเกาะที่มีรังนกมากที่สุดในจังหวัดชุมพร อีกทั้งยังเป็นเกาะที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก และที่สำคัญคัญของเกาะนี้ คือมีลายพระหัตถ์จารึกพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. สลักอยู่บนผาหินหน้าปากถ้ำรังนัก คราวที่เสด็จประพาสทอดประเนตรการเก็บรังนกอีแอ่น ปรากฏปี ร.ศ.108

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ศัพท์ 077-588-144-6



ชมนกเงือก ดูผีเสื้อ :อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดีจ.นราธิวาส



อุทยานฯ มีผีเสื้ออยู่ 4 วงศ์ โดยเฉพาะวงศ์สีน้ำเงิน มีผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์กว่า 80 ชนิด รวมถึงผีเสื้อหายาก อาทิ ผีเสื้อหนอนกลอยสีฟ้า พบได้เฉพาะในป่าที่สมบูรณ์และเป็นที่นิยมของนักชมผีเสื้อ นอกจากนี้อุทยานฯ ยังมีนกเงือกมากถึง 6 ชนิด จาก 13 ชนิดซึ่งมีอยู่ในประเทศไทย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี โทร 073-551-646



เมษายน


ผจญภัย ลอดถ้ำ ชมเสาหินสูงที่สุดในโลก :อุทยานแห่งชาติลำคลองงูจ.กาญจนบุรี



ดินแดนแห่งการท่องเที่ยวผจญภัยถ้ำ และน้ำตก ที่นี่มีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวมาช้านาน คือเสาหินปูนขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในโลก ถ้ำเสาหินอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 20 กิโลเมตร ภายในถ้ำเสาหินจะมีธารน้ำจากลำห้วยคลองงูไหลตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวต้องเดินและต่อด้วยการว่าน้ำเข้าไปในถ้ำระยะทางประมาณ 700 เมตร บริเวณกลางถ้ำจะพบเสาหินปูนขนาดใหญ่ สูงประมาณ 61 เมตร และยังมีหินงอกหินย้อย และหินลายไม้สวยงามภายในถ้ำให้ชื่นชมด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติลำคลองงู โทร 084-913-2381



น้ำตกจ๊อกกระดิ่น : อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี



จ๊อกกระดิ่น หรือ ก๊อกกระด่าน เป็นภาษาพม่า-ทวาย (ซึ่งคำว่า จ๊อกหรือก๊อก แปลว่า หิน คำว่า กระด่าน แปลว่า น้ำตก) เมื่อคนไทยเรียกจึงเพี้ยนไปเป็นน้ำตกจ๊อกกระดิ่นโดยจากต้นน้ำแห่งนี้ได้ไหลผ่านหมู่บ้านอีปู่ถึงน้ำตกจ๊อกกระดิ่น มีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร หน้าฝนสายน้ำจะไหลพรั่งพรู สวยงามมาก ยามหน้าแล้งสายน้ำก็ยังคงไหลอยู่ตลอดเวลา เพราะแหล่งต้นน้ำเกิดจากเขาอีปู่ในของเหมืองทังสเตน เป็นน้ำผุดขึ้นจากเหมืองแห่งนี้ ซึ่งสมัยก่อนแหล่งน้ำแห่งนี้เป็นพุน้ำร้อน เมื่อมีการทำเหมืองแร่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันน้ำไม่ร้อนแล้ว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โทรศั 098-252-0359



พฤษภาคม 


อาบน้ำแร่แช่น้ำอุ่นเทพพนม :อุทยานแห่งชาติออบหลวง จ.เชียงใหม่

 


บ่อน้ำร้อนเทพพนม อยู่ในเขตป่าแม่แจ่ม ตำบลห่าผา อำเภอแม่แจ่ม ห่างจาก ออบหลวง 14 กิโลเมตร แยกจากทางหลวงหมายเลข 108 ตรงกิโลเมตรที่ 22 เข้าไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติเกิดจากความร้อนใต้พิภพ มีแรงดันพุ่งขึ้นมากระทบน้ำเย็นใต้ดินเกิดเป็นไอร้อนคุอยู่ตลอดเวลา ความร้อนสูงถึง 99 องศาเซลเซียส บริเวณเป็นที่ราบโล่งเตียนประมาณ 10 ไร่ มีลำห้วยเล็ก ๆ คือ ห้วยโป่งไหลผ่าน จึงมีทั้งธารน้ำร้อนและน้ำเย็นบริเวณเดียวกัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติออบหลวง โทร 081-602-1290

 


เที่ยวน้ำตก ชมปลาพลวง :อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวงจ.ระยอง



น้ำตกเขาชะเมา หรือที่รู้จักกันดีในชื่อน้ำตกคลองน้ำใส เพราะเป็นน้ำตกที่มีธารน้ำใสรองรับอยู่ เบื้องล่างซึ่งมีความยาวถึง 3 กิโลเมตร เต็มไปด้วยจุดต่าง ๆ น่าสนใจมากมาย เช่น วังหนึ่ง วังมัจฉา วังมรกต วังไทรงาม ผากล้วยไม้ ช่องแคบ น้ำตกหกสาย และผาสูง โดยเฉพาะชั้นวังมัจฉา นั้นเต็มไปด้วยปลาพลวง ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่อาศัยอย่างชุกชุมในบริเวณนั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง โทร 038-020-510, 038-894-378




มิถุนายน


ดูช้าง กระทิง ฟาซารีเมืองไทย :อุทยานแห่งชาติกุยบุรีจ.ประจวบคีรีขันธ์



ฝูงช้างป่าและกระทิงภายในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับกิจกรรมนี้มายาวนาน และการชมช้างป่านั้นต้องอยู่ในบริเวณจุดชมสัตว์ป่า ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมให้เท่านั้น สำหรับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่รวมถึงพันธุ์ไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจมากมาย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติกุบยุรี โทร 032-646-292 

                 


ดูพะยูน สัตว์สงวนใกล้สูญพันธ์ : อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง



อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ประกอบด้วยป่าชายเลน หญ้าทะเล เกาะแก่ง มีหาดทรายขาวนวลเรียงยาวไปตามชายฝั่งกว่า 20 กิโลเมตร และต้นสนทะเลตามธรรมชาติอันสวยงาม เป็นแหล่งระบบนิเวศที่สำคัญ ทั้งระบบนิเวศป่าชายเลน หญ้าทะเล และแนวปะการัง เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำมากมาย เช่น ปูแสม ปูม้า หอยนางรม หอยตะเภา หอยชักตีน ปลาเก๋า ปลาผีเสื้อ โลมา ที่สำคัญคือ เป็นแหล่งที่มีพะยูนฝูงสุดท้ายอยู่ในพื้นที่ของอุทยานฯ ด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม โทร 075-203-308 



กรกฎาคม 


ชมใบไม้สีทอง : อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดีจ.นราธิวาส



ต้นใบไม้สีทอง หรือ ย่านดาโอ๊ะ ใบไม้สีทองหนึ่งเดียวในโลก ใบไม้สีทองเป็นพันธุ์ไม้เถาเลื้อยต้นไม้ขนาดใหญ่พบที่บริเวณ รอบแนวเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ฝักของใบไม้สีทองมีขนสีน้ำตาลแดงคล้ายกำมะหยี่ปกคลุมเมล็ด มีลักษณะเป็นรูปโล่ ดอกของใบไม้สีทองจะมีลักษณะดอกสีขาวคล้ายดอกเสี้ยว มีกลิ่นหอมคล้ายดอกพิกุล มีใบเป็นสีทองชัดเจน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี โทร 073-551-646



อ่างเก็บน้ำเขารวก :อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นจ.สระบุรี



อ่างเก็บน้ำเขารวก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย สร้างประมาณปี 2523 บริเวณริมอ่างเก็บน้ำมีบ้านพัก ศาลาอเนกประสงค์ นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติยังได้จัดกิจกรรมไว้บริการ อาทิ พายเรือคายัก ปั่นเรือถีบ และเล่นน้ำ ท่ามกลางธรรมชาติ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น โทรศัพท์ 036- 713-829, 089-815-9455


  

สิงหาคม


ล่องแก่ง ลำน้ำคลองยัน :อุทยานแห่งชาติแก่งกรุงจ.สุราษฏร์ธานี



อุทยานฯ แก่งกรุง มีฝนตกเกือบตลอดทั้งปี ทำให้อากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นสบาย โดยเฉพาะลำน้ำคลองยัน ลำน้ำที่มีเกาะแก่งและธรรมชาติของป่าดิบชื้นริมสองฝั่งน้ำสวยงามมาก โดยมีแก่งกรุงเป็นชื่อแก่งขนาดใหญ่ ในลำน้ำคลองยัน สามารถทำกิจกรรมล่องแก่งได้ตลอด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง โทร 077-918-063 



ฟังเสียงเขียดว้าก !! :อุทยานแห่งชาติทะเลบันจ.สตูล



บึงทะเลบัน เป็นบึงน้ำขนาดประมาณ 125 ไร่ มีปลาและสัตว์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญเป็นที่อยู่ของเขียดว๊าก สัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ที่ชอบอาศัยอยู่ตามป่าบากง รอบ ๆ หนองน้ำทะเลบัน โดยตัวผู้มีถุงขยายเสียง มองเห็นได้จากภายนอก 1 คู่ จะส่งเสียงร้องคล้ายเสียงลูกสุนัขในยามค่ำคืนที่สงบ และในฤดูผสมพันธุ์จะร้องว้ากๆๆ จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกนั่นเอง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติทะเลบัน083-533-1710 , 074-750 758



กันยายน 


ถ้ำขมิ้น มหัศจรรย์ใต้พิภพ : อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น จ.สุราษฏร์ธานี



ถ้ำขมิ้น เป็นถ้ำหินปูน เรียกอีกชื่อว่า ถ้ำเหม็น มีขนาดกว้างใหญ่มาก มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม และเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวจำนวนมาก ที่ผ่านมาเคยเป็นถ้ำที่ให้สัมปทานเก็บมูลค้างคาว จุดเด่นคือ”ซากรถจิ๊ป”ที่เคยใช้เดินทางภายในถ้ำขณะที่เคยมีสัมปทานมูลค้างคาว ซึ่งภายในถ้ำได้จัดเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1,250 เมตร

อบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น โทร 077-344-633



เที่ยวน้ำตกธารสวรรค์ ชมนกยูง :อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง จ.พะเยา



เป็นน้ำตกหินปูนขนาดกลางที่เกิดจากลำห้วยสองสบ ห้วยโป่ง ห้วยอูน และตาน้ำบ่อเบี้ย ไหลลงมารวมกันเป็นห้วยแม่ปั๋ง และตกจากหน้าผาลงมาเป็นน้ำตกธารสวรรค์ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูนาง ประมาณ 300 เมตร มีความสูงประมาณ 20 เมตร กว้างประมาณ 30 เมตร เป็นน้ำตกสองชั้น มีน้ำไหลตลอดปี น้ำจากน้ำตกไหลผ่านหมู่บ้านที่ตั้งอยู่โดยรอบอุทยานฯ ทำให้ชาวบ้านมีน้ำทำการเกษตร อุปโภค-บริโภค และไหลลงไปสู่แม่น้ำยม ที่สำคัญยังชมความสวยงามกับฝูงนกยูงไทย หรือ นกยูงสีเขียว ที่ลงมาหาอาหารกินบริเวณลานจอดรถหน้าที่ทำการอุทยานฯ ช่วงเช้าและเย็นของทุกวัน

สอบถามข้อมูลข้อมูลเพิ่มเติม : อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง โทร 054-476-302, 095-690-0605



ตุลาคม 


เที่ยวป่าหิน ชมทุ่งดอกไม้ :อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบจ.มุกดาหาร



กลุ่มหินเทิบ มีลักษณะเป็นกลุ่มโขดหินที่วางซ้อนทับกันอยู่ เกิดจากการทับถมของตะกอนแม่น้ำ และการกัดเซาะจากน้ำฝน แสงแดด และสายลมผ่านกาลเวลามาถึง 120-95 ล้านปี ก่อเกิดเป็นกลุ่มก้อนหินรูปทรงพิศดารมากมายหลากหลายรูปทรงซึ่งล้วนแต่จะจินตนาการ ทั้งรูปทรงมงกุฏ แมวน้ำ เครื่องบิน จระเข้ เก๋งจีน และดอกเห็ด เป็นต้น ถัดจากกลุ่มหินเทิบ บนลานมุจลินจ์ซึ่งเป็นลานหินเรียบทอดยาว จะมีกลุ่มดอกไม้บานสะพรั่งไปทั่วลานกว้าง เช่น สร้อยสุวรรณา หยาดน้ำค้าง หนาวเดือนห้า ดาวรวมดวง และ ดอกดุสิตตา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ โทร 094-289 2383, 042-676-474 , 042-601-753

 

 ล่องเรือคายัค ชมป่าชายเลน : อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์



ป่าไม้เขาสามร้อยยอด มี 3 ลักษณะ คือ ป่าชายเลน ป่าชายหาด ป่าเขาหินปูน ระบบนิเวศมีลักษณะเป็นของสังคมพืชต้นโกงกาง ต้นชะคราม โปรงแดง การเกิดทุ่งดอนตะกาด และสุสานหอย สำหรับการลองเรือท่ามกลางป่าชายเลน รวมถึงกิจกรรมล่องเรือคลองเขาแดง นอกจากจะได้ชมความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนแล้ว ยังได้ชมกับวิถีชีวิตของชุมชนชาวประมงริมคลองเขาแดง อันเรียบง่ายด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด โทร 032-821-568



พฤศจิกายน 


เที่ยวทะเลหมอกป่าสน : อุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี



ป่าสนสองใบ เป็นป่าผืนเดียวในภาคกลางที่มีสนสองใบอยู่บริเวณยอดเขาพุเตย ซึ่งบริเวณที่สูงสุดคือ ยอดเขาเทวดา เป็นเส้นทางท่องเที่ยวผจญภัย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยท้าทายความสูงที่มีถึง 1,123 เมตร สูงที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรี นักท่องเที่ยวผู้พิชิตยอดเขาเทวดาจะได้ชื่นชมกับผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติพุเตย, อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และมรดกโลกห้วยขาแข้ง ซึ่งมีไอหมอกปกคลุมตลอดฤดูหนาว ประกอบกับภูเขานับร้อย สลับซับซ้อนเหมือนท้องทะเลแห่งภูเขา 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : อุทยานแห่งชาติพุเตย โทร 035-446-237, 081-934-2240



เดินป่าระยะไกล ชมความงามยอดดอยหนอก : อุทยานแห่งชาติดอยหลวง จ.เชียงราย



ยอดดอยหนอก เป็นเขาหินปูนที่มีความสูงและชันมาก ตั้งอยู่บนสันเขาดอยหลวง มีความสูง 1,077 เมตรจากระดับน้ำทะเล เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัยและต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างไกล้ชิด เป็นจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ได้ 360 องศา สามารถมองเห็นกว๊านพะเยา ตัวเมืองพะเยา ตัวอำเภอวังทอง และผืนป่าที่อยู่รอบด้าน ในฤดูหนาวบนดอยหนอกสามารถมองเห็นทะเลหมอกที่สวยงามมาก สำหรับการเดินทางสู่ยอดดอยหลวง ดอยหนอก จะต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง และต้องพักแรมในป่า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :อุทยานแห่งชาติดอยหลวง โทร 053-609-042, 081-960-2456



ธันวาคม


ชมดาว ณ ลานชมดาว : อุทยานแห่งชาติตาดหมอก จ.เพชรบูรณ์




เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทัศนียภาพของตัวเมืองเพชรบูรณ์ได้ดีที่สุด บรรยากาศเย็นสบายปลอดโปร่ง ชมทิวทัศน์ได้รอบทิศทาง เหมาะแก่การศึกษาดาราศาสตร์ และสัมผัสบรรยากาศการฟื้นตัวของป่าเสื่อมโทรมในเทือกเขาเพชรบูรณ์ตะวันออกหลังจากการสิ้นสุดสัมปทานทำไม้ ลานชมดาวอยู่ห่างจากปากทางแยกเข้าสู่อุทยานฯ จากทางหลวงหมายเลข 2275 เพียงประมาณ 5 กม. นักท่องเที่ยวสามารถกางเต้นท์ค้างแรม อยู่ห่างจากกลางตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ เพียงแค่ 15 กม. 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : อุทยานแห่งชาติตาดหมอก โทร 088-278-7108, 081-888-4927



พิชิตเขาหลวง สุโขทัย : อุทยานแห่งชาติรามคำแหง จ.สุโขทัย




เขาหลวงเป็นภูเขาที่มียอดเขาสูงที่สุด อยู่ทางด้านทิศใต้ของเมืองสุโขทัย รูปพรรณสัณฐานคล้ายสตรีนอนสยายผม ใบหน้าเคลียอยู่กับเมฆหมอกตลอดเวลา บนยอดเขามีทิวทัศน์สวยงามประกอบไปด้วยยอดเขาสูงที่ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าธรรมชาติ บริเวณผานารายณ์เป็นจุดที่สามารถไปยืนชมทิวทัศน์กว้างไกลของทุ่งหญ้าและผืนป่าดงดิบตามริมห้วยชุ่มชื้น และยังเป็นจุดชมดวงอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าและตกในยามเย็น จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติมีเส้นทางเดินเท้าสู่ยอดเขาหลวงระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : อุทยานฯ รามคำแหง โทร 055-910-000-1


ข้อมูล/ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ไลฟ์สไตล์

อ่านข่าวไลฟ์สไตล์ทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง