ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

ตร.ลงพื้นที่ย่านนานา คุมเข้มความปลอดภัยแก่ นทท.

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 15 ม.ค. 59 เวลา 21:49:16 น.

จำนวนผู้ชม : 764

กรุณารอสักครู่...

ตำรวจท่องเที่ยวไทย ลงพื้นที่ย่านนานา เพื่อรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว หลังเกิดเหตุระเบิดที่อินโดนีเซียเมื่อวานนี้ ยืนยันยังไม่มีข่าวการก่อเหตุในไทย ขณะที่ตำรวจอินโดนีเซียระบุชื่อผู้บงการก่อเหตุโจมตี เป็นชาวอินโดนีเซีย กลุ่มหัวรุนแรงที่สนันสนุนไอเอส

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงวันนี้ว่า พบธงสีดำ ธงสัญลักษณ์ของไอเอส ในบ้านพักของหนึ่งในคนร้าย การพบธงผืนนี้ถือเป็นหลักฐานสำคัญ ยืนยันความเกี่ยวข้องระหว่างกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส กับเหตุระเบิดกลางกรุงจาการ์ต้าเมื่อวานนี้ ขณะนี้ มีการระบุชื่อผู้บงการคือ นายบาห์รุน นาอิม ชาวอินโดนีเซีย หัวหน้าเครือข่ายกลุ่มติดอาวุธ คาติบาห์ นูซันทารา สั่งการโจมตีครั้งนี้จากเมืองรักกา เมืองหลวงโดยพฤตินัยของกลุ่มไอเอสในซีเรีย นายนาอิม มีวิสัยทัศน์กลุ่มหัวรุนแรงที่สนับสนุนไอเอสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงอินโดนีเซีย, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมา ทางการ พบข้อมูลว่ากลุ่มเหล่านี้ร่วมมือกัน และเคยมีชาวมาเลเซียที่ก่อเหตุโจมตีฆ่าตัวตายในตะวันออกกลาง

ผู้บัญชาการตำรวจกรุงจาการ์ตา กล่าวในวันนี้ว่า อินโดนีเซียจำเป็นต้องให้ความสนใจอย่างจริงจังต่อการขยายตัวของเครือข่ายก่อการร้ายไอเอส โดยต้องเพิ่มกฎหมายและมาตรการป้องกันต่าง ๆ รวมถึงร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อต่อสู้ ขณะที่นายลูฮัต ปันจัยตัน รัฐมนตรีความมั่นคงอินโดนีเซีย กล่าวว่า กำลังทำงานร่วมกับรัฐสภา เพื่อแก้กฎหมายเพิ่มอำนาจตำรวจ จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ก่อนก่อเหตุ

ทางการได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจทั่วประเทศเฝ้าระวังภัยขั้นสูงสุด สถานทูตหลายแห่งในกรุงจาการ์ตาปิดทำการวันนี้ ส่วนที่เกาะบาหลี ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวออสเตรเลียและเอเชีย มีการคุมเข้มการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่สื่อท้องถิ่น รายงานว่า ตำรวจได้ปฏิบัติการไล่ล่ากลุ่มหัวรุนแรงทั่วประเทศ โดยเช้ามืดวันนี้ จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 3 คนที่เมืองดีปอก ทางใต้ของจาการ์ตา ระบุว่าเป็นมือทำระเบิด ผู้เชี่ยวชาญอาวุธปืน และนักวิชาการศาสนา แต่ยังไม่พบความเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีเมื่อวาน

ด้านผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่า อินโดนีเซียกำลังเผชิญภัยคุกคามมากขึ้น จากกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่ได้แรงบันดาลใจจากไอเอส ซึ่งการโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการโจมตีแบบประสานกันเป็นทีม มีลักษณะอุกอาจ และมุ่งเป้าตำรวจ คล้ายเหตุโจมตีเมืองมุมไบของอินเดีย เมื่อ 7 ปีก่อน และเหตุโจมตีกรุงปารีส ของฝรั่งเศส เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่มีจำนวนผู้เสียชีวิตไม่มาก สะท้อนว่าผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นคนพื้นที่ ยังอ่อนการฝึก และอาวุธไม่มีประสิทธิภาพ

ขณะที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ ของอินโดนีเซีย หรือ KPI สั่งลงโทษสถานีโทรทัศน์ 3 แห่ง และสถานีวิทยุข่าว 1 แห่ง ที่เผยแพร่ข่าวลืออันเป็นเท็จ และภาพศพที่ไม่เซ็นเซอร์ ระหว่างรายงานเหตุโจมตีในกรุงจาการ์ต้า เนื่องจากกระทำผิดจรรยาบรรณ และกฎระเบียบด้านมาตรฐานรายการ ส่งผลให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก และทำให้เกิดความไม่สงบมากขึ้น

เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ปล่อยแถวตำรวจท่องเที่ยว เพื่อตรวจเยี่ยมรักษาความปลอดภัย ย่านสถานที่ท่องเที่ยวซอยนานา ถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทีนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซีย และนักท่องเที่ยวจากประเทศมุสลิม พักอาศัยจำนวนมาก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยยังสถานที่เฝ้าระวัง เช่นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีประชาชนพลุกพล่าน ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ได้มีการประสานความร่วมมือกับตำรวจสันติบาลในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าว ยืนยันว่ายังไม่มีการรายงานว่าจะมีการก่อเหตุรุนแรงในไทย และยังมีการกำชับไปยังตำรวจท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีเขตพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในการเฝ้าระวังคัดกรองบุคคลเข้าออกประเทศไทย

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง