พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

อัยการสั่งฟ้อง 7 โจ๋ ฆ่าชายพิการร้านขนมปัง'โดยเจตนา'ชี้ไม่เข้าข่าย'ฆ่าโดยไตร่ตรอง'

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 12 ก.ค. 59 เวลา 09:01:21 น.

จำนวนผู้ชม : 877

กรุณารอสักครู่...

อัยการสูงสุดแถลงยันตามพนักงานสอบสวน ไม่แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง กับ 7 ผู้ต้องหา ที่รุมฆ่าคนพิการในพื้นที่ สน.โชคชัย ระบุเป็นการกระทำผิดที่เกิดขึ้นซึ่งหน้า ไม่ใช่การเตรียมการวางแผนล่วงหน้า พร้อมเผย เตรียมส่งฟ้องพุธนี้ และคัดค้านการประกันตัวเกรงหลบหนี

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงความคืบหน้ากรณีที่กลุ่มวัยรุ่น 7 คน ก่อเหตุรุมทำร้ายนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ผู้พิการ จนเสียชีวิต ในพื้นที่ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย หลังจากที่ทางพนักงานสอบสวน ได้มีการสรุปสำนวนให้พนักงานอัยการโดยมีความเห็นส่งฟ้อง 7 ผู้ต้องในความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในตัวเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร และมีการแจ้งข้อหา 4 ผู้ต้อง จาก 7 ผู้ต้องหาหาเพิ่มอีกหนึ่งข้อหาคือ ร่วมกันบุกรุกเคหะสถานโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ

แต่ต่อมาทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้มีการยื่นให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหากลุ่มผู้ต้องหาเพิ่มในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพิ่มอีกหนึ่งข้อหา แต่ทางพนักงานสอบสวนไม่เห็นว่าเข้าเงื่อนไขในการแจ้งความผิดจึงไม่ได้มีการแจ้ง และมีการสรุปสำนวนให้อัยการพิจารณา และทางครอบครัวผู้เสียชีวิตยังได้มีการยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุดให้มีการพิจารณาสั่งฟ้องในความผิดนี้เพิ่มเติม

ทางสำนักงานคดีอาญา ได้มีความเห็นสั่งคดีไปแล้วเมื่อวันที่ 8 กรกฏาคม มีความเห็นยืนตามสำนวนที่พนักงานสอบสวนส่งมา โดยไม่มีการแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรอง เนื่องจากการกระทำผิดยังไม่เข้าเงื่อนไข ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างคำฟ้องเพื่อเตรียมการส่งฟ้องในวันพุธที่ 13 กรกฏาคมนี้ เนื่องจากครบกำหนดฝากขังผลัดที่ 6 ของกลุ่มผู้ต้องหาในคดีนี้ พร้อมยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัวของกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี

สำหรับข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามกฎหมายกำหนดบทลงโทษสถานเดียวคือประหารชีวิต ซึ่งจะต้องมีการวางแผนเตรียมการที่จะกระผิดชัดเจน เช่น การว่าจ้างมือปืนไปฆ่าผู้อื่น ซึ่งแตกต่างจากข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ที่มีบทลงโทษ ตั้งแต่ประหารชีวิต, จำคุกตลอดชีวิต และจำคุกตั้งแต่ 15 ถึง 20 ปี ขณะที่ผู้เสียหาย หากต้องการเรียกค่าเสียหาย ก็สามารถยื่นคำร้องต่ออัยการเพื่อยื่นต่อศาล ขอรับค่าเสียหายในคดีอาญาได้โดยไม่ต้องฟ้องร้องคดีความเพิ่มอีก แต่จะต้องยื่นก่อนที่ศาลจะสืบพยานนัดแรกในคดี หรือ หากคดีไม่มีการสืบพยานก็จะต้องยื่นก่อนที่ศาลจะตัดสินคดีความ

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง