พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พบแมงมุมสันโดษพิษร้ายแรง ในถ้ำที่กาญจนบุรี เตือน ปชช.อย่าตื่นตระหนก

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 21 ม.ค. 59 เวลา 08:44:57 น.

จำนวนผู้ชม : 709

กรุณารอสักครู่...

ทีมวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ค้นพบแมงมุมสันโดษเมดิเตอร์เรเนียนครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นแมงมุมสำคัญระดับโลก ที่มีพิษร้ายแรง สันนิษฐานอาจเข้ามาในไทยตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมเตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนกเนื่องจากพบอยู่ในพื้นที่จำกัด

แมงมุมสีน้ำตาล ลำตัวมีลักษณะแบนเรียวลู่คล้ายลูกศร มีตา 3 คู่ 6 ตา ขนาดตัวยาวประมาณ 7-7.5 มิลลิเมตร คือแมงมุมสันโดษเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งค้นพบครั้งแรกในประเทศไทยบริเวณถ้ำแห่งหนึ่ง ในอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี โดยทีมวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกีฏวิทยา ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดยนายนริทร์ ชมภูพวง นิสิตปริญญาเอก คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในทีมวิจัยเปิดเผยว่า ได้ค้นพบแมงมุมสันโดษเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Loxosceles rufescens ซึ่งพบระหว่างการลงพื้นที่สำรวจบริเวณถ้ำ ภายในเขตพื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งแมงมุมที่พบ ถือเป็นแมงมุมสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นแมงมุมที่มีพิษร้ายแรง พิษของแมงมุมจะส่งผลทำให้เกิดการตายเฉพาะส่วนของเนื้อเยื่อบริเวณที่ถูกกัด จากการสำรวจพบว่าบริเวณถ้ำดังกล่าวมีแมงมุมสันโดษเมดิเตอร์เรเนียนอยู่ประมาณ 500 ตัว

การพบครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่พบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในไทย เพราะถิ่นกำเนิดแมงมุมชนิดนี้จะอยู่ในเขตทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พบการกระจายหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก รัสเซีย ออสเตรเลีย และประเทศในแถบยุโรป จากการสำรวจทั้งหมด 5 ถ้ำ พบแมงมุมชนิดนี้อาศัยเฉพาะถ้ำที่พบเพียงถ้ำเดียวเท่านั้น โดยนักวิจัยระบุว่า ปกติแมงมุมชนิดนี้จะอาศัยอยู่ในจุดเดิมๆที่สภาพแวดล้อมเหมาะสม มีแหล่งอาหาร อุณหภูมิประมาณ 8-40 องศาเซลเซียล ไม่นิยมย้ายถิ่นอาศัยไปพื้นที่อื่น ซึ่งจากการเก็บข้อมูลคาดการว่าแมงมุมชนิดนี้ น่าจะเข้ามาในประเทศไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างการขนส่งวัสดุและยุทโธปกรณ์จากญี่ปุ่นมายังไทย และใช้ถ้ำเป็นสถานที่เก็บอุปกรณ์

สาเหตุที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์สนใจแมงมุมชนิดนี้ เนื่องจากเป็นแมงมุมที่มีชื่อเสียงว่ามีพิษรุนแรง ดังนั้นหากมีประชาชนถูกแมงมุมชนิดนี้กัด จะเป็นประโยชน์ต่อทางการแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและรักษาโรค แต่ประชาชนอย่าตื่นตระหนกเนื่องจากยังไม่พบแมงมุมชนิดนี้ในพื้นที่อื่น และจากการเก็บสถิติในต่างประเทศ พบว่าคนที่โดนแมงมุมชนิดนี้กัดมีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่จะเกิดบาดแผลรุนแรง คนส่วนใหญ่จะเป็นตุ่มคล้ายโดนยุงกัดและหายได้ในเวลาไม่นาน

ข้อมูลของบราซิล พบว่าอัตราการตายจากถูกแมงมุมชนิดนี้กัด มีเพียงร้อยละ 0.05 หรือ คิดเป็น 47 ราย จากผู้ถูกกัดทั้งหมด 91,820 ราย แต่สิ่งที่ประชาชนอุ่นใจได้ในขณะนี้ ทีมวิจัยยังพบแมงมุมชนิดนี้ในพื้นที่จำกัดเพียงจุดเดียวภายในถ้ำ ซึ่งถือเป็นพื้นที่แคบๆ ประกอบกับ แมงมุมชนิดนี้มีนิสัยชอบหลบซ่อนตามซอกมุม ไม่มีนิสัยดุร้าย หากินกลางคืน และจากการสำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงยังไม่พบแมงมุมชนิดนี้ในจุดอื่นๆ

ทั้งนี้ทีมวิจัยยืนยันว่าขณะนี้ ยังไม่พบว่าแมงมุมชนิดนี้ จะทำให้แมงมุมพื้นถิ่นในไทยกลายพันธุ์ กลายเป็นเอเลี่ยนสปีชี่ แต่ต้องศึกษาในพื้นที่อื่น ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธสมัยสงครามโลกอย่างละเอียดดอีกครั้งว่ามีแมงมุมชนิดนี้หรือไม่ ส่วนการเป็นห่วงว่าจะมีประชาชนเข้าไปในถ้ำหรือนำแมงมุงออกมานอกพื้นที่ ทีมวิจัยยืนยันว่าไม่สามารถเข้าในถ้ำได้แน่นอน เนื่องจากเป็นที่ควบคุมของทหาร คนนอกไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ ส่วนผู้ที่จะเข้าเก็บข้อมุลต้องทำหนังสือขออนุญาตอย่างเป็นทางการ


ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง