พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ลุ้น IUU ปลดล็อคใบเหลืองสินค้าประมง

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 22 ม.ค. 59 เวลา 11:01:52 น.

จำนวนผู้ชม : 1,163

กรุณารอสักครู่...

ผู้แทนจากสหภาพยุโรป (อียู) เข้าพบรองนายกรัฐมนตรี หลังเดินทางมาตรวจสอบการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย  และ การค้ามนุษย์ ในธุรกิจด้านการประมงไทยของไทย

การเข้าพบครั้งนี้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกว่าผู้แทนของสหภาพยุโรป และ คณะที่ปรึกษา IUU Fishing ซึ่งไม่ใช่การประชุมอย่างเป็นทางการ

และการหารือครั้งนี้ ได้ขอคำแนะนำว่าไทยยังบกพร่องเรื่องใด เพราะที่ผ่านมารัฐบาลแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในส่วนของเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงรายละเอียดไปมากแล้ว วันนี้ จึงไม่ต้องชี้แจงอะไรมาก และ ยังไม่ชัดเจนว่าผลประเมินจะออกมาลักษณะใดแต่ก็มีความคาดหวังให้ไทยหลุดพ้นจากใบเหลืองไปในอันดับที่ดีขึ้น

สำหรับกรณีกลุ่มประมงพื้นบ้านออกมาเคลื่อนไหว พลเอกประวิตร มองว่าอาจเป็นการแสดงท่าทีสนับสนุนรัฐบาลมากกว่า ซึ่งจากนี้รัฐบาลต้องควบคุมดูแลไม่ให้เกิดการทำลายธรรมชาติ ประการัง หรือ สัตว์น้ำอื่นๆของประมงพื้นบ้านซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าคงไม่มีการเคลื่อนไหวกดดัน

อย่างไรก็ตาม หลังการหารือเสร็จสิ้น คณะผู้แทนของสหภาพยุโรป ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการหารือแต่อย่างใด หลังผู้แทนสหภาพยุโรป ประเมินความก้าวหน้าการแก้ปัญหาทำประมงผิดกฎหมายของไทย ระหว่างวันที่ 20-22 มกราคมนี้แล้ว คณะผู้แทนจะกลับไปวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตัดสินใจว่าจะประเมินไทยในระดับใด คาดว่าจะประกาศผลได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

สำหรับความเป็นไปได้ของผลการประเมิน มี 3 แนวทาง คือ ยกเลิกการให้ใบเหลือง คงการให้ใบเหลืองเพื่อให้เวลาแก้ปัญหาอีก 6 เดือน หรือ ให้ใบแดงสินค้าประมงไทยที่จะส่งผลให้ไทยไม่สามารถส่งออกสินค้าประมงไปยัง 28 ประเทศสหภาพยุโรปได้ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 25,000-30,000 ล้านบาท หรือ ประมาณร้อยละ 10 ของการส่งออกอาหารทะเลของไทย

ทั้งนี้ 3 ประเด็นหลัก ที่อียูแนะนำให้ไทยเร่งแก้ไข คือ การแก้พระราชบัญญัติการประมงที่ยังไม่ครอบคลุมตามมาตรฐานสากล ขาดการจัดทำแผนแก้ไขปัญหาประมงระดับชาติ และ ขาดระบบการตรวจสอบย้อนกลับ

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูความคืบหน้าล่าสุดของไทย ได้มีความพยายามแก้ปัญหาในทุกด้าน ทั้งการประกาศใช้พระราชกำหนดการประมง ที่มีการปรับแก้และปรึกษากับอียูแล้ว จัดตั้งศูนย์ตรวจเรือเข้าออก 28 แห่ง และ จดทะเบียนเรือ แจกจ่ายคู่มือการทำประมงให้ผู้ประกอบการ จัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติ 2 ฉบับ ติดตั้งระบบติดตามเรือที่มีขนาดใหญ่กว่า 60 ตันกรอส ได้ถึงร้อยละ 93.7 มีปฏิบัติการตรวจเรือในน่านน้ำไทยได้ 474 ลำ ซึ่งสูงกว่าจำนวนที่อียูแนะนำมาถึง 2 เท่า และ ดำเนินคดีผู้กระทำผิด 90 ราย จดทะเบียนแรงงานประมง 35,000 คน ยกเลิกการใช้อุปกรณ์ทำประมงที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล และ ให้ความช่วยเหลือแรงงานที่ถูกหลอกได้ 1,398 คน

เมื่อดูแนวทางการตัดสินของอียู ประเทศอาเซียนล่าสุดที่ถูกให้ใบเหลืองนอกจากไทย คือ ฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับใบเหลืองเมื่อต้นปี 57 ก่อนจะให้เวลาแก้ปัญหา 1 ปี ทั้งการแก้กฎหมายประมงให้เป็นไปตามเงื่อนไข จัดตั้งปฏิบัติการเชิงรุก และ ระบบตรวจสอบย้อนกลับ อีกทั้ง ให้ความสำคัญกับการติดตามเรือของตนในน่านน้ำสากล โดยได้รับการยกเลิกใบเหลือง เมื่อเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศที่ถูกใบแดงในขณะนี้มี 3 ประเทศทั่วโลก คือ ศรีลังกา กัมพูชา และ กินี

ต้องจับตาในช่วง 1 เดือนต่อจากนี้ ว่าอียูจะยอมรับความก้าวหน้าของไทยในการแก้ปัญหาว่าเพียงพอตามต้องการหรือไม่ ที่จะพิสูจน์ว่าสินค้าประมงไทยมาจากการทำประมงที่ถูกกฎหมาย หรือจะยังคงใช้ใบเหลืองหรือใบแดง กดดันรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามที่สหภาพยุโรปต้องการต่อไป

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง