สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 01 ต.ค. 59 เวลา 21:41:42 น.

จำนวนผู้ชม : 424

กรุณารอสักครู่...

สถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา กรมชลประทานยังควบคุมอัตราการไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เเต่หลายพื้นที่โดยเฉพาะชุมชนริมตลิ่งระดับน้ำยังเพิ่มสูงต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลมอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ผันน้ำออกจากพื้นที่วิกฤติ เเละให้เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

การระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา กรมชลประทานควบคุมปริมาณน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะนี้ระดับน้ำเหนือเขื่อนลดลง 1 เมตร 20 เซนซิเมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,998 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ยังส่งผลกระทบในพื้นที่ท้ายเขื่อน ตั้งแต่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เเต่จะไม่ขยายวงกว้างไปจากเดิม เเละมีแนวโน้มลดลงหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม เเต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนเข้ากรุงเทพมหานคร ที่สถานีอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไว้ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล   

สำนักงานชลประทานอ่างทองเปิดประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำเจ้าพระยา ให้น้ำไหลเข้าคลองผ่าน ตำบลบ้านอิฐ ตำบลบ้านรี อำเภอเมืองอ่างทอง ไปยัง ตำบลบ้านนา อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยชะลอน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลเข้าสู่ทุ่ง รวมถึงป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ท้ายประตูระบายน้ำในเขตอำเภอเมืองอ่างทอง และอำเภอมหาราช พระนครศรีอยุธยา   

ที่จังหวัดนครสวรรค์ ระดับน้ำในบึงบอระเพ็ดเกินระดับกักเก็บ ทำให้มวลน้ำจากบึงบอระเพ็ดไหลล้นสันฝายเข้าไปที่คลองบางปรอง ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ และจะไหลลงสู่ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้บ้านเรือนบางส่วนในบริเวณที่น้ำไหลผ่านได้รับผลกระทบถูกน้ำท่วม 

ที่คลอง14 ปทุมธานี ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมชุมชน เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำติดคลอง ไม่มีช่องทางระบายน้ำออก ทำให้น้ำเข้าท่วมจากด้านหลังชุมชนระดับน้ำสูงประมาณ 20-60 ซม. ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนกว่า 30 หลังคาเรือน ต้องเดินลุยน้ำ ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด พร้อมเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและประชาชน ช่วยกันกรอกกระสอบทรายทำเป็นคันกั้นน้ำ ป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมแปลงเกษตรจำนวนกว่า 2,000 ไร่

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่ารัฐบาลจำเป็นต้องผันน้ำเข้าไปในบางพื้นที่ โดยสร้างคันกั้นน้ำบังคับให้ไหลไปพื้นที่ที่กำหนด ซึ่งหน่วยงานชลประทานและหน่วยงานอื่นๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประจำจังหวัด จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะผันน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมไปจุดไหน ไม่ให้กระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกและที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเป็นผู้สำรวจและให้ข้อมูลแก่หน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อประกอบการตัดสินใจ และจัดตั้งทีมออกไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนให้ชัดเจนว่า ผู้ที่ต้องเสียสละที่ดินของตนให้เป็นพื้นที่รับน้ำนั้น จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางราชการอย่างไร เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ดีในการแก้ปัญหา 

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง