พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดภาคใต้ยังไม่คลี่คลาย

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 03 ธ.ค. 59 เวลา 21:41:35 น.

จำนวนผู้ชม : 1,057

กรุณารอสักครู่...

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ ยังไม่คลี่คลาย หลังจากยังมีพายุและฝนที่ตกหนักต่อเนื่องตลอด 2 วันนี้ ทั้งที่นครศรีธรรมราช ตรัง และพัทลุงที่ต้องอพยพประชาชนบางพื้นที่ ไปอยู่ปลอดภัย ขณะที่บ้านเรือนประชาชน ในอำเภอไชยา สุราษฎร์ธานี และอำเภอหลังสวน ของชุมพร ถูกพายุพัดเสียหายกว่า 60 หลังคาเรือน  

ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี น้ำป่าจากเทือกเขาหลวง ไหลบ่าเข้าท่วมในตำบลคลองสระ ตำบลท่าอุแท และตำบลกรูด ของอำเภอกาญจนดิษฐ์ รวมถึงตำบลชลคราม อำเภอดอนสัก ก่อนจะไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย แต่บางส่วนไหลเข้าท่วมในเขตอำเภอเมือง สุราษฎร์ธานีด้วย ขณะนี้ทหารมณฑลทหารบกที่ 45 ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้นำกำลังเข้าช่วยเหลือ ขนย้ายทรัพย์สินให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม ขณะที่เหล่ากาชาดจังหวัด นำถุงยังชีพ 150 ชุด มอบให้ชาวบ้านที่ตำบลน้ำรอบ อำภอพุนพิน ซึ่งมีประชาชนเดือนดร้อน 13 ตำบล จากทั้งหมด 16 ตำบล

นอกจากนี้ยังเกิดพายุหมุนพัดบ้านเรือนบ้านเรือนประชาชน ในอำเภอไชยา ของสุราษฎร์ธานี และบางพื้นที่ของอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ได้รับความเสียหายมากกว่า 60 หลัง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าไปช่วยเหลือ 

ศูนย์ปฏิบัติการร่วม เตรียมพร้อมรับมือหย่อมความกดอากาศต่ำ เคลื่อนตัวเข้าปลกคลุ่มภาคใต้ ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฏร์ธานี ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดย ดร.สุทัศน์ วีสกุล รองผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ประเมินสถานการณ์ร่วมกับ นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยังต้องเฝ้าระวังในทุกจังหวัดภาคใต้ โดยที่จังหวัดสุราษฏร์ธานีได้มีการอพยพประชาชนในหมู่บ้านใหม่พัฒนา ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำก่อนไหลลงสู่ทะเล 

ทหารจากค่ายฝึกรบพิเศษสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช นำเรือท้องแบน เข้าไปช่วยเหลือนายลำดวน และนางบุญยาย ชุมทอง พร้อมหลานสาว ที่ยืนรอความช่วยเหลือบนหลังคาบ้าน ก่อนจะพาออกไปยังที่ปลอดภัยได้ หลังจากถูกน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วม ที่หมู่ 10 ตำบลเปลี่ยน อำเภอสิชล เมื่อบ่ายวันนี้ ทำให้ถนนเข้าออกชุมชน ถูกน้ำท่วมสูงจนต้องสัญจรทางเรือเท่านั้น 

ขณะที่ฝนซึ่งยังตกหนักตลอด 2 วัน ทำให้น้ำหลากเข้าท่วมในหลายอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช เช่นที่อำเภอลานสกา และอำเภอร่อนพิบูลย์ น้ำป่าจากเทือกเขาหลวง ไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนประชาชน เป็นบริเวณกว้างส่วนในเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช มีน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย เช่นถนนกะโรม ถนนเทวบุรี สะพานยาว ปากนคร และถนนพัฒนาการคูขวาง เป็นต้น ระดับน้ำในตัวเมืองสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร และในพื้นที่ลุ่มต่ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ที่ถนนเลียบทางรถไฟ ตั้งแต่สามแยกศาลาหมอปาน ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมือง จนถึงบ้านวังวัว ตำบลนาสาร อำเภอพระพรหม ถูกน้ำท่วมจนรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ขณะที่รางรถไฟ ถูกน้ำท่วมยาวหลายกิโลเมตรเช่นกัน จึงต้องหยุดให้บริการรถไฟ ในเส้นทางที่จะเข้าสถานีรถไฟนครศรีธรรมราชไปโดยปริยาย

นอกจากนี้ พื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งทะเล ตั้งแต่อำเภอขนอม สิชล ท่าศาลา เมือง ปากพนัง และอำเภอหัวไทร ต่างได้รับผลกระทบจากคลื่นลมแรง ความสูงประมาณ 3 เมตร พัดตลอดแนวชายฝั่ง จนเจ้าหน้าที่่สั่งห้ามชาวประมง นำเรือออกจับปลาเด็ดขาด และเมื่อเวลา 14.30 น. น้ำทะเลหนุนสูง ทำให้น้ำที่หลากท่วม ระบายลง ทะเล ได้ช้า จนท่วมขายวงกว้างออกไปอีก นายธวัชชัย ศิวบวร ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช สรุปสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดว่า มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 13 อำเภอ ถนนเสียหาย 50 เส้นทาง มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 24,000 คน และมีผู้จมน้ำเสียชีวิต 4 คน

ขณะที่จังหวัดพัทลุง น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัด หลากเข้าท่วม ที่ตำบลชะม่วง อำเภอควนขนุน ก่อนลงสู่ฝายท่าแนะที่อำเภอศรีบรรพต จนต้องเปิดประตูระบายน้ำแบบยกบาน ทำให้พื้นที่ใต้ประตูระบายน้ำคลองท่าแนะ ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร 20 เซนติเมตร ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 200 ครอบครัว โดยมี 11 อำเภอ ที่ถูกน้ำท่วม และท่วมหนักใน 3 อำเภอ คืออำเภอเมือง กงหรา และอำเภอควนขนุน 

ขณะที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา น้ำไหลบ่าเข้าท่วมที่บ้านแลแบง ตำบลสะบ้าย้อย จนต้องอพยพชาวบ้าน 29 ครอบครัว ที่อยู่จุดเสี่ยงออกไปอาศัยที่หอประชุม ศาลาประชาคมอำเภอสะบ้าย้อยชั่วคราว และอาจต้องอพยพเพิ่มเติม เพราะยังมีน้ำจากตำบลบาโหย ไหลมาสมทบต่อเนื่อง ส่วนอีกพื้นที่ของจังหวัดสงขลา ที่ยังต้องจับตามอง คืออำเภอสะเดา ซึ่งมีน้ำล้นตะลิ่งจากคลองอู่ตะเภาไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรมากขึ้น 

ส่วนที่จังหวัดนราธิวาส เริ่มมีน้ำท่วมแล้ว ที่บ้านยาโง๊ะ ตำบลมะรือโบออก อำเภอเจาะไอร้อง และบ้านกูแบ ลือดี ตำบลโคกเคียง อำเภอเมือง ทำให้ประชาชนประมาณ 50 ครอบครัว ได้รับความเดือดร้อน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือ

ล่าสุดนายกฤษฏา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภาคใต้ ให้ทบทวนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย กำหนดพื้นที่ปฏิบัติการและวิธีการช่วยเหลือให้ชัดเจนสอดคล้องกับพื้นที่เกิดเหตุ กำหนดผู้รับผิดชอบในการช่วยหลือประชาชน ประชาสัมพันธ์ข่าวสารและลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง