พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 25 ธ.ค. 59 เวลา 22:23:41 น.

จำนวนผู้ชม : 293

กรุณารอสักครู่...

ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฉบับใหม่ ที่จะประกาศใช้ภายใน 120 วัน ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ฝ่ายที่เห็นด้วย และฝ่ายรัฐบาล รวมทั้ง ฝ่าย สนช.ที่ผ่านร่างนี้ ยืนยันว่า เป็นกฏหมายที่เป็นประโยชน์ และทำให้เกิดสมดุลในการบังคับใช้ คือสามารถควบคุมการกระทำผิดผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ในขณะเดียวกัน ก็ตัดบางความผิด เช่น เรื่องการหมิ่นประมาทผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ออกแล้วให้ไปใช้กฏหมายอาญาในฐานความผิดหมิ่นประมาทตามช่องทางปกติขณะที่กลุ่มไม่เห็นด้วย ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะให้อำนาจรัฐ ในการเข้าไปล้วงข้อมูลในการสื่อสารส่วนบุคคล เช่นไลน์ หรือเฟซบุ๊ก ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และกระแสต่อต้านยังขยายไปถึงความหวาดกลัวว่า รัฐจะประกาศใช้ Single Gateway คือการควบคุมช่องทางอินเทอร์เน็ต จากทุกมุมโลกที่เชื่อมกับประเทศไทย ให้เหลือช่องทางเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม

แม้รัฐบาลจะยืนยันว่า การจะประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ไม่ได้มีมาตราใดระบุว่า รัฐจะใช้ Single Gateway เพื่อควบคุมการส่งต่อข้อความทางอินเทอร์เน็ต แต่ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้าน Single Gateway ที่ใช้วิธีเจาะข้อมูลในเว็บไซต์ของทางราชการ หลายแห่ง ขณะเดียวกัน ก็มีกลุ่มที่เคลื่อนไหวเปิดเผย และแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้

วันนี้ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้จัดเสวนาในหัวข้อ ประเทศไทยหลัง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 2559 โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้

ในวงเสวนา เสียงส่วนใหญ่ต่างวิพากษ์วิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ว่าเป็นกฏหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นเรื่องการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะมาตรา 14 ที่มีใจความระบุเกี่ยวกับเรื่องการการโพสต์ข้อความบิดเบือนหรือข้อความอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งวงเสวนาในวันนี้มีความกังวลในขั้นตอนการวินิจฉัย ว่าการกระทำใดจะเข้าข่ายข้อความอันเป็นเท็จ

นอกจากนี้ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในมาตรา 20 ที่มีใจความเกี่ยวกับเรื่องการระงับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ จะเข้ามามีอำนาจในการสั่งระงับการเผยแพร่หรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นออกจากระบบได้ ประชาชนจึงเกิดกังวลว่ากฏหมายข้อนี้อาจนำไปสู่การประกาศใช้ Single Gateway ที่จะทำให้รัฐบาล เข้าถึงข้อมูลการสื่อสารเฉพาะกลุ่มหรือส่วนบุคคลได้ง่าย

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า กฏหมายฉบับนี้อาจถูกมองว่า เป็นกฎหมายปิดกั้นประชาชนในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง และกฏหมายนี้อาจเป็นเครื่องมือให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้ละเมิดสิทธิ์ประชาชน

แม้จะมีเสียงคัดค้าน แต่รัฐบาลก็พยายามออกมาชี้แจงว่า ร่างพระราชบัญญัตินี้ มีข้อดี มากกว่า ไม่ดี และจะต้องประกาศใช้เป็นกฎหมายภายใน 120 วันนับจากวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง