พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

น้ำท่วมใต้ยังน่าห่วง!หลายพื้นที่ถนนถูกตัดขาด-ระดับน้ำเพิ่ม

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 06 ม.ค. 60 เวลา 22:19:01 น.

จำนวนผู้ชม : 419

กรุณารอสักครู่...

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ยังคงประกาศเตือนถึงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังคงมีกำลังแรงไปจนถึงวันที่ 9 มกราคมนี้ ส่งผลให้ภาคใต้ เกิดฝนตกหนัก และ น้ำท่วมเฉียบพลัน ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำที่ท่วมขังมากว่า 3 วันแล้ว

ที่อำเภอพะโต๊ะ และอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ยังเป็นพื้นที่ประสบภัย มีน้ำท่วมสูง 1-2 เมตร บางชุมชนต้องขนย้ายสิ่งของมานอนบนถนน เพราะบ้านแถบนี้ส่วนใหญ่เป็นบ้านชั้นเดียว

ขณะที่ตำบลท่ามะพลา ซึ่งเป็นจุดที่รับน้ำจากพะโต๊ะ ชาวบ้านกว่า 3,000 คน ในพื้นที่ 9 หมู่บ้านต้องเผชิญกับน้ำท่วมอย่างหนัก แม้จะมีการแจ้งเตือนแล้วว่าจะมีมวลน้ำปริมาณมากลงมาจากตำบลพะโต๊ะ แต่ก็ไม่สามารถรับมือได้ทัน เนื่องจากมวลน้ำที่มาเร็วมาก ซึ่งต่างกับระดับน้ำเมื่อปี 2540 ที่ท่วมเพียงเล็กน้อย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว

สำหรับผู้ที่จะใช้เส้นทางผ่านอำเภอหลังสวนลงภาคใต้ ปริมาณน้ำท่วมหน้าโรงพยาบาลหลังสวน จ.ชุมพรน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ขณะที่รถบรรทุกใช้เวลาเฉลี่ย 5-6 ชั่วโมง เนื่องจากสามารถใช้งานช่องทางจราจรได้เพียง 1 ช่องทาง ทำให้ต้องสลับการเดินรถระหว่างขาขึ้นและขาลง

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ชาวบ้าน ใน อ.กาญจนดิษฐ์ยังคงได้รับความเดือดร้อนจากน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาหลวง ทำให้บ้านเรือนและสะพานได้รับความเสียหาย ชาวบ้านไม่สามารถเดินทางเข้าออกหมู่บ้านได้ต้องใช้เชือกโรยตัวข้ามไปมา ซึ่งขณะนี้ยังมีชาวบ้านอีกหลายสิบครัวเรือนรอการช่วยเหลือ เนื่องจากขาดสิ่งของที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค

ขณะที่ เขตเทศบาลตำบลตลาดไชยา อ.ไชยา ระดับน้ำในบางจุดท่วมสูงถึง 1 เมตร ชาวบ้านกว่า 800 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดยังคงต้องประเมินสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่รับน้ำ ที่จะไหลลงมาจากที่สูง ขณะเดียวกันก็ได้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย จากกระแสน้ำป่าไหลหลาก

ล่าสุด ใน อ.ท่าชนะ อ.ไชยา อ.กาญจนดิษฐ และอ.ดอนสัก ยังมีน้ำท่วมขังและต้องรับน้ำจากตอนบนทำให้การสัญจรในถนนสายสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช การสัญจรค่อนข้างติดขัดรถขนาดเล็กไม่ควรใช้เส้นทาง รวมถึงถนนภายหมู่บ้านหลายสายที่น้ำท่วมสูงจนสัญจรไม่ได้

ที่ตรัง น้ำในเขต อ.เมืองเริ่มลดระดับลงบ้างแล้ว แต่ยังคงมีบางส่วนที่ท่วมผิวการจราจร ซึ่งรถยนต์สามารถใช้สัญจรไปมาได้ ขณะที่ระดับน้ำในชุมชนควนขนุน ยังคงทรงตัวอยู่ที่ 30-50 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่เร่งนำอาหารและน้ำเข้าช่วยเหลือ ให้กับชาวบ้านเกือบ 1,000 ครัวเรือนในพื้นที่ 9 ชุมชน

ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำตรังแม่จะมีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่รับมือได้ มีเพียงบริเวณพื้นที่ ตำบลหนองตรุด ที่น้ำล้นเข้ามา เนื่องจากพนังกั้นน้ำพังเสียหายเป็นทางยาวประมาณ 30-50 เมตร ทำให้ชาวบ้านกว่า 400 ครัวเรือนในบริเวณนั้นได้รับความเดือดร้อน

ล่าสุดระดับน้ำในเขตรอบนอกของเขต อ.เมือง ทั้ง อ.นาโยง อ.ห้วยยอด และ อ.รัษฎา ระดับน้ำลดลงเกือบปกติแล้ว คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มใน 1-2 วันนี้สถานการณ์น่าจะกลับมาเป็นปกติ

ที่ปัตตานี ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีและสายบุรี ยังคงมีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับมวลน้ำจากจังหวัดยะลาและฝนที่ตกลงมาสมทบ โดยขณะนี้เริ่มเอ่อล้นเข้าสู่ลำคลองสายต่าง ๆ ในบริเวณโดยรอบ ตำบลลิปะสะโง อ.หนองจิก ซึ่งเป็นคลองขนาดใหญ่ ก่อนระบายออกสู่อ่าวไทย

ล่าสุดน้ำได้ทะลักเข้าท่วมพื้นที่บ้านทุ่งโพธิ์ สูงถึง 50-70 เซนติเมตร ชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อน เบื้องต้นทางองค์การบริหารส่วนตำบล ลิปะสะโง ได้เร่งเข้าช่วยเหลือแล้ว ขณะที่พื้นที่ใน อ.หนองจิก ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้วทั้งสิ้น 11 ตำบล มีประชาชนได้รับผลกระทบ 887 หลังคาเรือน หรือ กว่า 2,400 คน

ที่ จ.ยะลา ระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มลดระดับลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยังคงมีเพียงพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณติดแม่น้ำสายบุรี ที่ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ เนื่องจากมวลน้ำปริมาณมาก ที่เอ่อล้นตลิ่ง เช่น ที่บ้านโต๊ะพราน ตำบลท่าธง อ.รามัน ประชาชนกว่า 50 ครัวเรือน ยังได้รับความเดือดร้อน ซึ่งทางมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติได้นนำอาหารและน้ำดื่มเข้าช่วยเหลือแล้ว คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มสถานการณ์ในหลายพื้นที่น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้ออกประกาศเตือนสภาพอากาศ ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย เนื่องจาก มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปจนถึง วันที่ 9 มกราคมนี้ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ขอให้ประชาชนในพื้นที่ระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อเนื่องไปอีก 1-2 วัน

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง