เปิดใจ ผบช.ปส.เดินหน้าทลายเครือข่ายคดีไซซะนะ

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 08 ก.พ. 60 เวลา 12:53:27 น.

จำนวนผู้ชม : 141

กรุณารอสักครู่...

คดีปรามปรามเครือข่ายไซซะนะ แก้วพิมพา ราชายาเสพติดชาวลาว ดูเหมือนจะไม่จบลงง่ายๆ ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยืนยันจะจัดการถอนรากถอนโคนเครือข่ายนี้ให้สิ้นซาก

พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เผยว่านายไซซะนะ แก้วพิมพา และเครือข่ายอีกหลายคนที่ตอนนี้ยังอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นหนึ่งในขบวนการค้ายาเสพติดเท่านั้น เพราะยังมีตัวการใหญ่กว่านายไซซะนะอีกหลายคนอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน หลังการสืบสวนทราบว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดไซซะนะกระจายอยู่ตามประเทศต่าง ๆ เช่น พม่า ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เกาหลี และ ประเทศแถบยุโรปบางประเทศ ทั้งนี้ได้ประสานทำงานร่วมกันเพื่อถอดรากถอนโคนทั้งเครือข่าย 

ทั้งนี้ นายไซซะนะ รู้จักบุคคลทั้งมีสีและไม่มีสี รวมถึงบุคลคลที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยขบวนการนี้ถือว่าเป็นแก๊งอาชญากร ซึ่งมีข้อมูลและทราบตัวหมดแล้วทุกคน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามขยายผลเพื่อจับกุมรายใหญ่ให้ได้ โดยบอกว่า"ทรัพย์ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดเป็นผลไม้พิษทั้งหมด" 

ส่วนกรณีการแข่งรถกลุ่มของนายไซซะนะที่ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ขับข้ามจากฝั่งประเทศบ้านมายังประเทศไทยบริเวณจังหวัดหนองคาย เลย นครพนม เป็นการสำรวจเส้นทางลำเลียงยาเสพติด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะสามารถจับกุมขบวนการดังกล่าวได้ทั้งหมดแต่อาจต้องใช้เวลาในสืบสวน

สำหรับนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ที่อ้างว่าไม่รู้จักกับนายไซซะนะ แต่ในทางการสืบสวนได้ติดตามทรัพย์สินจากนายอัครกิตติ์ พบอาจมีความเชื่อมโยงกันในลักษณะฟอกเงิน จึงเกิดปฏิบัติการ ชัยยะ สยบไพรี 60/2 เป็นการติดตามบุคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรถลัมโบร์กินี และ ทรัพย์สินที่ถูกยึดมาจากปฏิบัติการดังกล่าว เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงหาบุคคลที่พัวพันกับเครื่อข่ายไซซะนะ และขยายผลต่อไปว่ามีการถ่ายเททรัพย์สินไปยังบุคคลใดอีกบ้าง

ส่วนประเด็นการครอบครองรถหรูยี่ห้อ ลัมโบร์กินี รุ่นกัลลาโด สีเทา-ดำ ซึ่งเจ้าหน้าที่สงสัยว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากนายไซซะนะนั้น จากการตรวจสอบพบว่า มีการจดทะเบียน โดยผู้ครอบครองคนแรกเมื่อปี 2554 ก่อนจะผลัดเปลี่ยนมือขายส่งต่อนับรวมนายอัครกิตติ์แล้วประมาณ 2-3 คน ในห้วง 6 ปีที่ผ่านมา โดยรถลัมโบร์กินีคันดังกล่าวนายเบนซ์ เรสซิ่ง ซื้อมาจากเต็นท์รถย่านพระราม 3 ตรงกับคำให้การของนายอัครกิตติ์

ส่วนคดีที่เจ้าของเต็นท์รถ ย่านพระราม 3 ไปพัวพันในคดีดังกล่าวนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังเจ้าของเต็นท์รถ ซึ่งปฏิเสธให้ข้อมูลใดๆเนื่องจากไม่อยากเป็นข่าวเพราะมีอาชีพค้าขาย โดยจะให้รายละเอียดทั้งหมดกับตำรวจ ปส.เท่านั้น เมื่อสอบถามว่าเบนซ์ เรสซิ่ง ซื้อรถลัมโบร์กินีจากเต็นท์ดังกล่าวหรือไม่ เจ้าของเต็นท์รถ บ่ายเบี่ยงที่จะตอบ พร้อมบอกว่าตนเองไม่รู้เรื่องและยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ขณะที่มีคำสั่งย้ายตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดเลย ที่ถ่ายภาพร่วมกับนายไซซะนะ ผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ที่แพร่ในโลกออนไลน์  


ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง