นัดสืบพยานคดี"ครูจอมทรัพย์"วันที่ 2

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 09 ก.พ. 60 เวลา 12:03:56 น.

จำนวนผู้ชม : 354

กรุณารอสักครู่...

ศาลจังหวัดนครพนม นัดสืบพยานก่อนรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ขับรถชนคนเสียชีวิต เป็นวันที่ 2 โดยครึ่งเช้าเป็นการนัดสืบพยานฝ่ายผู้ร้องอีก 3 ปาก 

โดยตั้งแต่ช่วงเช้า นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ในฐานะผู้ร้องเพื่อขอรื้อฟื้นคดีเดินทางมาถึงศาลจังหวัดนครพนม พร้อมกับทนายความ โดยมีสีหน้ายิ้มแย้ม และขอบคุณทุกคน

ขณะที่นายพงศา ราตรี ทนายความ เปิดเผยก่อนขึ้นไปเบิกความพยานอีก 3 ปากที่เหลือว่า ขอให้ดูการเบิกความ ส่วนวันนี้จะยังไม่นำ นายสับ วาปี ชายที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ขับรถชนนายเหลือ พ่อบำรุง มาเบิกความ เนื่องจากสิ่งที่ต้องการพิสูจน์ คือ รถโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ ทะเบียน บค 56 สกลนคร ไม่ได้มีการเฉี่ยวชน

สำหรับการเบิกความพยานฝั่งผู้ร้องอีก 3 ปากที่เหลือ คือ นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ , นางสาวทองเรศ วงศ์ศรีชา และ นายทักษิณ ไขศรีดา

โดยปากแรก นางทัศนีย์ พยานที่เห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ยังคงเบิกความถึงเหตุการณ์คืนเกิดเหตุ 11 มีนาคม 2458 โดยเห็นว่าคนที่ลงมาจากรถกระบะคันเกิดเหตุ เป็นผู้ชาย รวมถึงเห็นทะเบียนรถ เป็น บ.ใบไม้ และเลข 56 หลังจากนั้นได้ไปให้การในชั้นสอบสวนแต่ไม่ได้อ่านสำนวนคำให้การเนื่องจากตนเองสายตายาว และหูไม่ดี ก่อนที่จะเซ็นในเอกสาร 
ซึ่งฝ่ายอัยการ ซักค้านเกี่ยวกับการให้การของนางทัศนีย์ ในชั้นสอบสวน และชั้นศาลที่ไม่ตรงกันในหลายจุด ทั้งเรื่องทะเบียนรถกระบะคันก่อเหตุ รวมถึงระยะห่างจากรถจักรยานยนต์ของตนเองกับรถกระบะที่เกิดเหตุ

ส่วนในช่วงบ่าย ตามกำหนดเดิมจะนำพยานฝ่ายอัยการขึ้นเบิกความ คาดว่ามีพยานขึ้นเบิกความ 14 ปาก โดยพยานปากสำคัญ คือ นายเสริฐ รูปสะอาด ชาวจังหวัดมุกดาหาร ที่เพื่อนครูจอมทรัพย์เคยระบุว่า คือคนขับรถกระบะ อีซูซุ สีเขียว ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ไปเกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิต แต่ต่อมาทราบว่านายเสริฐ ขับรถไม่เป็นและไม่มีใบขับขี่ รวมถึงนายรัน โทนแก้ว อดีตผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดมุกดาหาร ที่มีข้อมูลว่าเป็นคนซื้อรถกระบะ อีซูซุ สีเขียว ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ต่อจากนายสับ วาปี ตั้งแต่ราวปี 2547 แต่ไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงยังมีพยานคือ พันตำรวจโท ทงศักดิ์ โพธิ์โหน่ง พนักงานสอบสวน สภ.เรณูนคร ผู้รับผิดชอบคดีในขณะนั้น และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ 

ขณะที่เมื่อวานนี้ ทนายฝ่ายผู้ร้องได้แถลงต่อศาลขอนำพยานขึ้นเบิกความพยานนัดแรก 9 ปากได้แก่ 
1.นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ผู้ร้อง 
2.นายประพัฒน์ แสนเมืองโคตร ผู้มีชื่อครอบครองรถยนต์กระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ ทะเบียน บค 56 สกลนคร คนปัจจุบัน 
3.นายทักษิณ ไขสีดา เจ้าของรั้วลวดหนาม ที่ฝ่ายผู้ร้องอ้างว่ารถยนต์ไปเกี่ยวชนจนเกิดร่องรอยก่อนที่จะขาย 
4.หัวหน้าคณะตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทรวงยุติธรรม
5.ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทำหน้าที่เบิกความเกี่ยวกับป้ายทะเบียนรถยนต์ ฝ่ายผู้ร้อง 
6.นายศรีไพร ทองผล ผู้เชี่ยวชาญ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เบิก ความเรื่องผลตรวจสอบตัวถังรถยนต์ด้านหน้า 
7.นายเดชา นุชนารถ เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก จะเบิกความผลตรวจสอบป้ายทะเบียนรถยนต์ 
8.นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ พยานผู้อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ 
9.นางทองเรศ วงศรีขา พยานผู้อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ ซึ่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์นางทัศนีย์มาในวันที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ 

ซึ่งกลุ่มพยานลำดับที่ 4-5-6 ให้ขอมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ 3 เรื่องหลักคือ 
1. กรณีพบรอยครูดฝากระโปรงด้านหน้าซ้าย ผลตรวจใหม่ ไม่พบรอยปะผุหรือการซ้อมสี
2. ผลตรวจเก่า โคมไฟหน้ากระทบวัตถุมีน้ำหนัก ผลตรวจใหม่ไม่พบรอยเฉี่ยวชน
3. ผลตรวจเก่า ทะเบียนไม่พบรอยบุบ แต่พบสีเขียวจากป้ายทะเบียนไปติดที่บังโคลนจักรยาน ผลตรวจใหม่ ทะเบียนไม่เคยมีการซ้อม ตัวอักษรสีเขียวตัวเดิม ไม่ผ่านการเฉี่ยวชน

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง