ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

"บริษัทเบสท์ริน"แถลงนำเข้ารถเมล์ NVG ถูกต้อง

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 10 ก.พ. 60 เวลา 21:50:32 น.

จำนวนผู้ชม : 619

กรุณารอสักครู่...

ผู้บริหารบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป ผู้ชนะการประมูลจัดหารถเมล์ NGV ให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ หรือ ขสมก. ยืนยันวันนี้ว่ายังไม่ได้รับหนังสือแจ้งยกเลิกสัญญาจาก ขสมก. หลังจากจนถึงขณะนี้การส่งมอบรถเมลล์ NGV ยังไม่แล้วเสร็จ โดยการแถลงข่าวของผู้บริหาร กลุ่มบริษัทเบสท์ริน เน้นไปที่การตอบโต้ข้อกล่าวหาความผิดฐาน สำแดงประเทศแหล่งกำเนิดสินค้าเป็นเท็จ พร้อมระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ปลอมแปลงเอกสารของบริษัท จนเกิดความเสียหายและแจ้งความไว้แล้ว 

นายคณิสสร์ ศรีวชิรประภา ประธานบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป เปิดแถลงข่าวพร้อมนำเอกสารหลักฐานประกอบการนำเข้ารถเมล์ NGV ที่ต้องส่งมอบให้องค์การขนส่งมวลชน กรุงเทพฯ หรือ ขสมก. ชี้แจงต่อสื่อมวลชน หลังจากมีแนวโน้มที่จะถูกยกเลิกสัญญาจาก ขสมก. จากปัญหาการส่งมอบรถไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งนายคณิสสร์ ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหนังสือแจ้งยกเลิกสัญญาจาก ขสมก. จึงยังไม่อาจประเมินความเสียหายได้ และหากได้รับหนังสือจริง ต้องพิจารณาว่าเกิดจากสาเหตุใด หากไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จะดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน เพราะมีรถยนต์ 390 คัน ที่ติดตั้งจีพีเอส และอีกกว่า 200 คัน ที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกไปแล้ว 

ประเด็นสำคัญของการแถลงวันนี้ เน้นไปที่การยืนยันว่า บริษัทสั่งซื้อรถเมลล์ทั้ง 489 คัน จากบริษัทที่อยู่ในมาเลเซีย และได้รับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า หรือ From D จากผู้ขาย ซึ่งออกให้โดยหน่วยราชการของประเทศผู้ส่งออก คือ มาเลเซีย จึงนำเอกสาร From D มายื่นใช้สิทธิ์ละเว้นภาษีอากร 40% ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาร์ติกา (ATIGA) แต่ถูกกล่าวหามีความผิด ฐานสำแดงประเทศแหล่งกำเนิดของสินค้าเป็นเท็จ 

โดยนายคณิสรร์ ระบุว่าจนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ตรวจสอบเอกสาร From D ดังกล่าวว่าเป็นเท็จหรือไม่อย่างไร และหากเห็นว่าเอกสารนั้นเป็นเท็จ ก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบ คือตรวจสอบข้อเท็จจริงจากประเทศสมาชิกผู้ออกเอกสาร และอาจเพิกถอนสิทธิ์ได้ แต่ต้องแจ้งให้เลขาธิการอาเซียนทราบในทันที หากไม่ปฏิบัติตาม อาจก่อให้เกิดความบาดหมางระหว่างประเทศ โดยแย้งเพิ่มเติมว่าการที่กรมศุลกากรตัดสิทธิ์ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาสำแดงเท็จ โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น ทำให้เกิดความเสียหาย และไม่เป็นการปฏิบัติตามระเบียบ 

ก่อนหน้านี้ กรมศุลกากร แถลงข่าวยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีทั้งรูปถ่าย และข้อมูลที่ยืนยันได้ว่ารถเมล์ NGV ที่บริษัทนำเข้า ไม่ได้ถูกประกอบจากประเทศมาเลเซีย แต่ถูกนำเข้าทั้งคันจากประเทศจีน มาลงท่าเรือเพื่อผ่านมาเลเซียเข้าประเทศไทย หวังจะใช้สิทธิทางภาษี ตามกรอบการค้าอาเซียนเท่านั้น และเจ้าหน้าที่ยังยืนยันว่าเอกสาร From D เป็นเพียงเอกสารแนบ เพื่อประกอบการพิจารณาขอรับสิทธิทางภาษี แต่การพิจาณาว่าจะได้สิทธิ์หรือไม่ เป็นสิทธิ์ของประเทศผู้นำเข้า จึงยืนยันว่ากรมศุลกากร มีสิทธิ์ปฎิเสธเอกสาร From D โดยไม่ต้องรอเอกสารชี้แจงจากมาเลเซีย และสื่อมวลชนถามว่า บริษัทฯ มีภาพเพื่อยืนยันหรือไม่ว่ารถทั้งหมดประกอบขึ้นจากโรงงานที่มาเลเซีย ซึ่งทีมกฎหมายของบริษัทฯ และนายคณิสสร์ ไม่ยืนยันในประเด็นดังกล่าว แต่ยืนยันไม่มีความจำเป็นต้องใช้ภาพใดๆ โดยอ้างถึงเอกสาร From D ที่เป็นหลักฐานสำคัญที่ต้องใช้พิจารณาเป็นหลัก

ส่วนหนึ่งของการแถลง นายคณิสรร์ ระบุว่าบริษัท ได้แจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่บางราย ที่เกี่ยวข้องกับการเติมหรือแก้ไขข้อความในเอกสารใบขนส่งสินค้าขาเข้า ซึ่งปลอมแปลงเอกสาร ทำให้เข้าใจว่าบริษัทยอมรับว่ารถเมล์ NGV มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน นอกจากนี้คดีที่บริษัทฟ้องร้องเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร 7 คน นำโดยอธิบดีกรมศุลกากร เป็นต้น ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ได้รับการยืนยันว่าศาลอาญาพัทยาประทับรับฟ้องแล้ว และจะไต่สวนมูลฟ้องกลางเดือนเมษายน

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง