เสียง ระฆัง ดังกังวานที่วัดพระแก้ว

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 11 ก.พ. 60 เวลา 21:11:02 น.

จำนวนผู้ชม : 1,474

เสียง ระฆัง ดังกังวานที่วัดพระแก้ว

18.00 น. วันพรุ่งนี้ (12 ก.พ.60) ระฆัง ที่มีเสียงเพราะและดังกังวานใสที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่ในหอระฆังทางด้านทิศใต้ของพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว จะดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆ กับระฆังของทุกวัดทั่วไทย และวัดไทยในทั่วโลก เนื่องในพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ 20 ของกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งจะมีการย่ำระฆัง (ตี) ถวายพระสุพรรณบัฎ 20 ครั้ง ตามลำดับขององค์สมเด็จพระสังฆราช

ตามประวัติโบราณ ระฆัง นี้สร้างในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี ประดิษฐานที่วัดระฆัง และต่อมาจึงย้ายมาที่วัดพระแก้ว จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอระฆังขึ้นใหม่ โดยรูปแบบคล้านสถาปัตยกรรมไทย ย่อมุมไม้สิบสอง ประดับด้วยเครื่องถ้วยชามแบบจีน ที่มีสีสันและลวดลายต่างๆ ปะปนกัน

การย่ำระฆังใบนี้จะดังขึ้นเฉพาะพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชเท่านั้น ครั้งล่าสุด คือปี พ.ศ.2532 ในโอกาสสถาปนาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) เป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 หลังจากนั้น ระฆัง ใบนี้ก็ดังขึ้นอีกครั้งในปี พ.ศ.2549 หลังบูรณะซ่อมแซม เพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี เป็นครั้งเดียวที่ย่ำระฆัง ในพระราชพิธีอื่นที่นอกเหนือจากพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 3 จากวัดราชบพิธฯ

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกในแผ่นดินรัชกาลที่ 10 และทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 3 ที่สถิต ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ต่อจาก สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 11) และสมเด็จอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์) (สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 18)

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ มีพระนามเดิมว่า “อัมพร ประสัตถพงศ์” เป็นบุตรของนายนับ และนางตาล ประสัตถพงศ์  เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2470 ที่ ต.บางป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี ปัจจุบันอายุ 89 ปี 68 พรรษา

เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่ 4 ต.โคกกระเทียม อ.เมือง จ.ลพบุรี ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อปี พ.ศ.2480 ที่วัดสัตตนารถปริวัตร จ.ราชบุรี มีพระธรรมเสนานี (เงิน นันโท) เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดตรีญาติ ต.พงสวาย เพื่อเรียนพระปริยัติธรรม จนสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยคในปี พ.ศ.2488

ต่อมาในปี พ.ศ.2490 พระจินดากรมุนี ได้พาสามเณรอัมพร มาฝากกับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสโน) ที่วัดราชบพิธฯ และให้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบรรพชาเป็นพระภิกษุ ท่านได้มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรมจนสามารถสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค ในปี พ.ศ.2491 และสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค ในปี พ.ศ.2593 และสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย หรือ มมร. จบศานศาสตรบัณฑิต ในปี พ.ศ.2500 จากนั้นได้เข้าอบรมเป็นพระธรรมทูตรุ่นแรก ก่อนเดินทางไปศึกษาธรรมต่อในระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย จบการศึกษาปี พ.ศ.2512 ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เป็นศิษย์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นพระธรรมทูตไปต่างประเทศรุ่นแรกของคณะสงฆ์ธรรมยุต และเป็นหัวหน้านำพระพุทธศาสนาจากประเทศไทยไปเผยแผ่ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยได้วางรากฐานพระพุทธศาสนาจนมั่นคง มีวัดและพระสงฆ์ไทยอยู่ประจำ นครซิดนีย์ มาจนถึงปัจจุบัน และขยายไปยังเมืองใหญ่อีกหลายเมือง เช่น กรุงแคนเบอร์รา นครเมลเบิร์น และเมืองดาร์วิน

สมเด็จพระสังฆราช

ตราสัญลักษณ์ ออป

สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 มีตราสัญลักษณ์ย่อว่า ออป ซึ่งย่อมาจาก

อ. (อัมพร) พระนาม ใช้ตัวอักษรเป็นสีแดง ตามวันประสูติ คือวันอาทิตย์อ. (อมฺพโร) ฉายา ใช้ตัวอักษรเป็นสีเหลือง หมายถึง สีอาสนะประจำตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช และสีของกาสาวพัสตร์ เป็นสมณคุณป. (ประสัตถพงศ์) นามสกุลของพระองค์ ใช้ตัวอักษรเป็นสีฟ้าเทา เป็นสีประจำจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นชาติภูมิ

สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

"สังฆราช"แปลว่า ราชาของสงฆ์ ราชาของหมู่คณะ หมายถึง พระมหาเถระผู้เป็นใหญ่สูงสุดในสังฆมณฑล เรียกสั้นๆ ว่า"สมเด็จพระสังฆราช"นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 9 มีพระมหาเถระได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช 19 พระองค์ ประกอบด้วย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า 3 พระองค์, สมเด็จพระสังฆราชเจ้า 2 พระองค์ และสมเด็จพระสังฆราช 14 พระองค์ หากเป็นเจ้านายเชื้อพระวงศ์ จะมีคำนำหน้าพระนามว่า"สมเด็จพระสังฆราชเจ้า"หรือ"สมเด็จพระมหาสมณเจ้า"หากเป็นสามัญชนมีคำนำหน้าว่า"สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ"

สมเด็จพระสังฆราช

1.สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ศรี) วัดระฆังโฆสิตาราม ปี 2325-2337 ดำรงสมณศักดิ์ 12 ปี

สมเด็จพระสังฆราช

2.สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ศุข) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ ปี 2337-2359 ดำรงสมณศักดิ์ 23 ปี

สมเด็จพระสังฆราช

3.สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (มี) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ ปี 2359-2362 ดำรงสมณศักดิ์ 3 ปีเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

4.สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ ปี 2363-2365 ดำรงสมณศักดิ์ 1 ปีเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

5.สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ด่อน) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ ปี 2365-2385 ดำรงสมณศักดิ์ 19 ปีเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

6.สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (นาค) วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) ปี 2386-2392 ดำรงสมณศักดิ์ 5 ปีเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

7.สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (พระองค์เจ้าวาสุกรี สุวณฺณรํสี) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ปี 2394-2396 ดำรงสมณศักดิ์ 1 ปีเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

8.สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (พระองค์เจ้าฤกษ์ ปญฺญาอคฺคโต) วัดบวรนิเวศวิหาร ปี 2434-2435 ดำรงสมณศักดิ์ 11 เดือนเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

9.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม ปี 2436-2442 ดำรงสมณศักดิ์ 6 ปีเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

10.สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ มนุสฺสนาโค) วัดบวรนิเวศวิหาร ปี 2453-2464 ดำรงสมณศักดิ์ 10 ปีเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

11.สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (หม่อมเจ้าภุชงค์ ชมพูนุท สิริวฑฺฒโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ปี 2464-2480 ดำรงสมณศักดิ์ 16 ปีเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

12.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) วัดสุทัศนเทพวราราม ปี 2481-2487 ดำรงสมณศักดิ์ 6 ปีเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

13.สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (หม่อมราชวงศ์ชื่น นภวงศ์ สุจิตฺโต) วัดบวรนิเวศวิหาร ปี 2488-2501 ดำรงสมณศักดิ์ 13 ปีเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

14.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ปี 2503-2505 ดำรงสมณศักดิ์ 2 ปีเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

15.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) วัดสระเกศฯ ปี 2506-2508 ดำรงสมณศักดิ์ 2 ปีเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

16.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) วัดมกุฏกษัตริยาราม ปี 2508-2514 ดำรงสมณศักดิ์ 6 ปีเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

17.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ปี 2515-2516 ดำรงสมณศักดิ์ 1 ปีเศษ

สมเด็จพระสังฆราช

18.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ปี 2517-2531 ดำรงสมณศักดิ์ 14 ปีเศษ 

สมเด็จพระสังฆราช

19.สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร ปี 2532-2556 ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช ที่มีพระชนมายุยาวนานที่สุด และดำรงสมณศักดิ์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์

ภาพหอระฆังจากบล็อค อาคุงกล่อง

ภาพสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วิกิพีเดีย

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง