พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 16 ก.พ. 60 เวลา 12:13:13 น.

จำนวนผู้ชม : 398

กรุณารอสักครู่...

การใช้คำสั่งมาตรา 44 ประกาศให้วัดพระธรรมกาย เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นและจับกุมพระธัมมชโย ยังอยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งทางวัดพระธรรมกาย ยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตามกฎหมาย แต่ไม่ยืนยันว่าพระธัมมชโย ยังอยู่ในวัดหรือไม่

10.50 น.พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พร้อมด้วย พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เดินทางมาที่ประตู 7 วัดพระธรรมกาย เพื่อเข้าร่วมเจรจากับตัวแทนวัดพระธรรมกาย เป็นเวลา 15 นาที จึงกลับออกมา

ขณะที่พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ เข้าไปเจรจาร่วมกับตัวแทนวัดพระธรรมกาย ซึ่งมีพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ตั้งแต่เวลา 07.30 น.ผ่านไป 3 ชม.พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้เดินทางออกมารับ พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เพื่อเข้าไปร่วมเจรจรวางกรอบการตรวจค้น หลังจากวัดพระธรรมกายยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ตามคำสั่ง มาตรา 44 ประกาศให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุม ดังนั้น วัดพระธรรมกายจึงให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ ซึ่งจะต้องกำหนดพื้นที่ และเวลาในการเข้าตรวจค้น

ขณะที่พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ที่บริเวณประตู 5 และประตู 6 ฝั่งถนนเลียบคลองแอน ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีการวางกำลังปิดล้อมวัดพระธรรมกาย ซึ่งจุดนี้มีคณะศิษยานุศิษย์ มาสวดมนต์อยู่ภายในเขตอาคาร 100 ปี และบริเวณถนน พระสนิทวงศ์ เปิดเผยว่าการประกาศใช้มาตรา 44 กระทบกับความรู้สึกของคณะศิษยานุศิษย์อยู่มาก แต่ก็ต้องให้ทำตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอมีเอกสาร 2 ส่วน คือ การปฏิบัติงานภายใต้คำสั่งตามมาตรา 44 เพื่อควบคุมพื้นที่ภายนอก และ หมายค้นจากศาลเพื่อขอเข้าไปตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกาย โดยจะเข้าไปตรวจค้นตามบุคคลที่มีชื่อระบุไว้ตามหมายค้น คือ พระธัมมชโย ไม่สามารถยืนยันได้ว่ายังอยู่ภายในวัดหรือไม่เนื่องจากไม่ได้พบกับพระธัมมชโย เป็นเวลามากกว่า 8 เดือนแล้ว

ขณะที่นายวรณัน ศรีล้ำ โฆษกดีเอสไอ ได้ชี้แจงถึงมาตรการตามคำสั่งมาตรา 44 ให้อำนาจอธิบดีดีเอสไอดำเนินการเข้าไปตรวจค้น และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งมีการติดป้ายประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.ไว้ทุกประตู เน้นย้ำว่า ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับพระธัมมชโย ผู้ต้องหาคดีพิเศษที่ 27/2559 ฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ซึ่งหากผู้ใดขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้น และช่วยเหลือบุคคลตามหมายจับ จะมีความผิด ตามกฎหมายอาญา และตามคำสั่งหัวหน้า คสช.เรื่องการให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ ผู้ใดขัดขวางมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

ล่าสุดเวลา 11.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน จากกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 และ ภาค 7 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมจำนวนกว่า 100 นาย เดินเท้าเข้าทางประตู 8 ถนนเลียบคลอง 2 หลังมีการเจรจาร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอและทางวัดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เบื้องต้น ยังไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่วัด ซึ่งต้องรอความชัดเจนโดยการแถลงข่าวจากผู้บัญชาการปฏิบัติการครั้งนี้อีกครั้ง 

ขณะที่แผนผังทั้งหมดของวัดพระธรรมกายแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือฝั่งที่ดิน 2,000 ไร่ มีสถานที่และสิ่งปลูกสร้างสำคัญ เช่น ศูนย์ฝึกอบรมธรรมทายาท สภาธรรมกายสากล มหาธรรมกายเจดีย์ สำนักงานใหญ่มูลนิธิธรรมกาย เป็นต้น แล ะฝั่งที่ดิน 196 ไร่ เป็นจุดที่วัดพระธรรมกาย อ้างว่าพระธัมมชโยอยู่ภายในนี้ มีการเปิดเผยว่า พระธัมมชโย อาจพักรักษาอาการอยู่ที่อาคารดาวดึงส์ การเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวจะต้องผ่านประตู 5 ซึ่งยากที่จะเข้าไปได้ เนื่องจากมีกลุ่มศิษยานุศิษย์พากันนั่งสมาธิขวางประตู นำแผงเหล็กมากั้น มีตาข่ายสแลน ปิดทางเข้า-ออก 

ที่ดินถัดออกไปจากประตู 5 พบว่ามีเต็นท์ลูกศิษย์ พระสงฆ์จำนวนมาก นั่งสวดมนต์ มีเสียงสวดดังผ่านลำโพง แต่หากมอง และวิเคราะห์ จุดนี้คล้ายค่ายค้างแรม มีทั้ง รปภ.ตาข่ายบังตาไม่ให้มองผ่านเข้าไปด้านใน


ส่วนประตู 7 ฝั่งถนนบางขัน-คลองหลวง เป็นทางเข้าหน้าวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามผ่านประตูนี้เพื่อเข้าไปเจรจากับวัดพระธรรมกาย 


ด้านพันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ยืนยันถึงความจำเป็นในการเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ใช้กฎหมายพิเศษ มาตรา 44 เข้าดำเนินการกับพระธัมมชโย และประกาศให้พื้นที่วัดพระธรรมกาย เป็นพื้นที่ควบคุมตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา เพื่อเข้าตรวจค้น และ เข้าจับกุมพระธัมมชโย มาดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และรับของโจร กรณีถูกกล่าวหาร่วมกับอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ยักยอกเงินสหกรณ์กว่า 1,400 ล้านบาท 


ซึ่งที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เปิดโอกาสให้พระธัมมชโย เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแก้ข้อกล่าวหาถึง 3 ครั้ง รวมทั้งพยายามเข้าตรวจค้นวัดถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2559 และครั้งที่ 2 วันที่ 13-16 ธันวาคม 2559 แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากมีการระดมมวลชนมาตรวจค้นภายในวัด ประกอบกับทางการข่าวพบความเคลื่อนไหวกลุ่มบุคคลที่จะฉวยโอกาสสร้างความรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถดำเนินการได้ 

วันนี้ จึงได้ระดมกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และ ดีเอสไอ.รวม 3,000 นาย นำหมายศาลเข้าตรวจค้นเพื่อจับกุมพระธัมมชโย หากศิษยานุศิษย์เห็นว่าพระธัมมชโยเป็นผู้บริสุทธิ์ให้เข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ควรขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ 

เพราะจะมีความผิดตาม มาตรา 44 และความผิดฐานต่อสู้ หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 2 พันบาท แต่หากต่อสู้ขัดขวางโดยใช้กำลังทำร้าย หรือข่มขู่ว่าจะทำร้าย เช่น การใช้เลเซอร์ยิงอากาศยานไร้คนขับของเจ้าพนักงาน มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับ 4 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

ส่วนการดำเนินการจะใช้วิธีจากเบาไปหาหนักตามสถานการณ์ โดยไม่มีการพกพาอาวุธ เมื่อพบตัวพระธัมมชโย จะแสดงหมายศาลและแจ้งสิทธิ์ แจ้งข้อกล่าวหา สอบถามคำให้การ และเชิญตัวออกมาอย่างสุภาพ 

โดยการปฏิบัติการจะทำทั้งกลางวันและกลางคืนต่อเนื่องจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางโดยรอบวัด 

ส่วนนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่ถูกออกหมายจับในความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจกองปราบปราม ตั้งแต่เมื่อคืนวาน และได้รับการประกันตัวออกไปแล้ว โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง