ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

บรรทัดฐาน!!!เสียภาษีหิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมเข้าประเทศ

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 21 ก.พ. 60 เวลา 12:09:02 น.

จำนวนผู้ชม : 2,179

กรุณารอสักครู่...

เป็นประเด็นที่เกิดการถกเถียงกันบ่อยครั้งสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางกลับเข้าประเทศ แล้วมีของติดตัวมาด้วย คำถามคือ ของที่นำมา ต้องเสียภาษีหรือไม่ ซึ่งหลายคนคงไม่อยากจะเสียภาษี หรือ ถ้าต้องเสียภาษี มีหลักเกณฑ์อย่างไรมาตรฐานอยู่ตรงไหน เลือกปฏิบัติหรือไม่ ราคาคิดยังไง ของใช้แล้วเสียภาษีด้วยหรือ หลากหลายคำถามจริงๆ 

ประเทศไทยใช้ระบบให้ผู้โดยสารพิจารณาตัวเอง รู้ตัวเองว่าจะต้องเสียภาษีหรือไม่ โดยแบ่งช่องที่ด่านศุลกากร เป็น ช่องสีเขียว กับ ช่องสีแดง ถ้าคิดว่าของที่มีอยู่ต้องเสียภาษี เป็นของที่ซื้อมาเพื่อการค้า ก็ต้องเดินเข้าช่องสีแดง แต่ถ้ามั่นใจว่าของที่มีอยู่ไม่ต้องเสียภาษี ก็เดินเข้าช่องสีเขียวไปได้เลย 

อย่างกรณีล่าสุด มีผู้โดยสารมาให้ข้อมูลขอให้ตรวจสอบ คุณนกเล่าว่า ตัวเองเดินทางไปเรียนแต่งหน้าและภาษาที่นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา 5 ปี คือ ตั้งแต่ปี 2555 พอเรียนจบก็ตั้งใจเดินทางกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยตามปกติ โดยเดินทางมาถึงเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 

คนที่ไปอยู่ต่างประเทศนานถึง 5 ปี ย่อมมีของใช้ที่ต้องนำกลับมา คุณนก บอกว่าแบ่งของเป็น 2 ชุด ชุดแรกส่งกลับมาทางชิปปิ้ง เป็นพวกเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายที่ใช้แล้ว ส่วนอีกชุดเป็นของทีมีค่า เช่น เครื่องสำอาง กระเป๋าแบรนด์เนมที่ใช้แล้ว ทั้งหมดนี้นำใส่กระเป๋ามาทั้งหมด 3 ใบ 

คุณนก บอกว่า กระเป๋าทั้ง 3 ใบ ที่มีเครื่องสำอาง กระเป๋าแบรนเนมด์ใช้แล้ว และกระเป๋า มั่นใจว่าไม่ต้องเสียภาษี เพราะเป็นของที่ใช้แล้วตอนไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกานาน 5 ปี จึงตัดสินใจเดินเข้าช่องเขียวด้วยความบริสุทธิ์ใจ และคิดว่า ถ้าโดนเรียกก็มีหลักฐานที่พร้อมแสดงว่าเป็นของใช้แล้ว ไม่ได้นำมาเพื่อการค้า สุดท้ายแล้วมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรมายืนกั้นไว้และขอให้เปิดกระเป๋าเพื่อตรวจ คุณนก เปิดกระเป๋าให้ตรวจสอบ

การตรวจสอบกระเป๋าทั้ง 3 ใบ พบเครื่องสำอางจำนวนมาก และ กระเป๋าแบรนด์เนมอีก 8 ใบ เจ้าหน้าที่ศุลกากร บอกว่ากระเป๋าใหม่มาก คุณนกจึงชี้แจงว่า กระเป๋าที่มีอยู่ไม่ใช่ของที่เพิ่งซื้อมาใหม่ แต่เป็นของที่ใช้แล้ว 2-3 ปี ตอนใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา โดยได้แสดงหลักฐานเป็นภาพถ่าย ที่ระบุวันเวลา และคุณนกยังบอกด้วยว่าเป็นคนเก็บรักษากระเป๋าดี จึงดูมีสภาพใหม่

สภาพของกระเป๋าชาแนล และ พราด้า ใหม่มาก คุณนก บอกว่าเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ใช้อย่างทนุถนอม ใช้งานเสร็จก็ห่อเก็บอย่างดี จึงมีสภาพใหม่ มีภาพจากรูปถ่ายเอามาแสดงกับเจ้าหน้าที่ ใช้มา 2-3 ปีแล้ว

แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ศุลกากร เรียกเก็บภาษี โดยตีราคากระเป๋าทั้ง 2 ใบที่ 190,000 บาท คิดภาษี 20% + VAT 7 % จึงอยู่ที่ 54,000 บาท ซึ่งตรงนี้คุณนก มองว่าแพงเกินไป แล้วทำไมต้องเป็น 2 ใบนี้ ทั้งที่จริงๆ ก็ใช้แล้วด้วย แล้วทำไมไม่พูดถึงกระเป๋าใบอื่นที่ถูกกว่า หรือ เครื่องสำอางจำนวนมากที่มี ทำไมมุ่งเป้ามาที่กระเป๋าแพงๆ 2 ใบนี้ 

ทีมข่าวเดินทางไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ เข้าไปพบกับนายบุญเทียม โชควิวัฒน ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อไปสอบถามในประเด็นของคุณนก ผอ.บุญเทียมออกมาให้ข้อมูลด้วยตัวเอง ชี้แจงว่าสำหรับกรณีนี้ กระเป๋ามีมากถึง 8 ใบ เป็นของแบรนด์เนมมีมูลค่าทั้งหมดเมื่อรวมกันแล้วก็เกิน 2 แสนบาทแน่นอน จึงต้องเก็บภาษี เพราะโดยปกติ คนที่มีของใช้ส่วนตัวเกินที่กำหนด หรือ จะซื้อของมาฝากคนอื่น ก็ต้องเสียภาษีเป็นปกติอยู่แล้ว 

สำหรับการตีฐานราคาของกระเป๋า เมื่อผู้โดยสารไม่มีใบเสร็จแสดง ก็จำเป็นต้องดูราคาผ่านเว็บขายกระเป๋า หรือ ดูจากฐานข้อมูลราคาที่มีอยู่ จึงไม่ได้เป็นการคิดราคาเอง กรณีนี้คิดภาษีตามจริง ส่วนฐานราคาคิดเป็นของเก่าที่ใช้แล้ว และไม่ได้คิดราคากับกระเป๋าทุกใบที่นำกลับเข้ามา 

สำหรับผู้โดยสารขาเข้าประเทศ ที่เดินทางกลับมาเข้าสู่ประเทศไทย ตามขั้นตอนแล้ว หลังจากลงจากเครื่องบินก็จะมาผ่านด่านสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นก็จะมายืนรอรับกระเป๋าของตัวเอง เมื่อได้กระเป๋าแล้ว ก็จะมาถึงด่านศุลกากร

ด่านศุลกากร จะแบ่งออกเป็น 2 ช่อง ช่องแรก เรียกว่า ช่องเขียว คือ ไม่มีของต้องสำแดง ส่วนของช่องแดง คือ มีของต้องสำแดง ซึ่งเป็นระบบที่ให้ผู้โดยสารพิจารณาเอาเอง ต่างจากเมื่อก่อนนี้ที่จะต้องเขียนรายละเอียดว่ามีของอะไรนำกลับมาบ้าง

ช่องเขียว ไม่มีของต้องสำแดง คนที่จะเดินผ่านช่องนี้ ต้องมั่นใจว่า มีของใช้ส่วนตัวไม่เกิน 2 หมื่นบาท และไม่มีเป็นของเพื่อการค้า , บุหรี่ไม่เกิน 200 มวน ซิการ์/ยาเส้น ไม่เกิน 250 กรัม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เกิน 1 ลิตร และเงินตราต่างประเทศไม่เกิน 2 หมื่น US หรือ เทียบเท่า แต่ถ้าไม่ได้เป็นไปตามข้อมูลที่บอกนี้ ผู้โดยสารต้องเดินเข้าช่องแดง

สำหรับเหรดภาษีนำเข้าของสินค้า จริงๆมีเยอะมาก แต่เราหยิบยกขึ้นมาเฉพาะที่ชอบมีปัญหาบ่อยๆนะครับ กระเป๋า เดิมคิด 30% ล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ลดภาษีเหลือ 20% + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% รองเท้า 30% นาฬิกา 5% โทรศัพท์และกล้องและอุปกรณ์ไอทีต่างๆ ยกเว้นภาษี แต่ยังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 

ช่องแดง มีของต้องสำแดง คือ ของใช้ส่วนตัวที่เกิน 2 หมื่นบาท ของที่นำมาเพื่อการค้า ไม่ว่าคุณจะไปหิ้วอะไรมาก็ตาม ต่อให้ไม่ถึง 2 หมื่น บาท ก็ต้องสำแดงนะครับ ของต้องจำกัด คือ ของที่ต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ เช่น พระพุทธรูป ก็ต้องมีใบอนุญาตจากกรมศิลปากร หรือ อาวุธปืน ก็ต้องมีใบอนุญาตจากกรมการปกครอง หรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และของต้องห้าม อันนี้น่าจะถูกจับก่อนนะครับ เช่น ยาเสพติด ของปลอม สื่อลามก

ถ้าใครเดินเข้าช่องเขียว ก็ถือว่าเข้าข่ายเลี่ยงภาษี ฐานความผิดพยายามลักลอบหนีศุลกากร มีความผิดทันที โดยโทษสูงสุด คือ ปรับ 4 เท่าของ มูลค่าของ + ภาษีด้วย จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำและปรับ ยึดของที่หนีภาษีให้เป็นของแผ่นดิน 

ผอ.บุญเทียม ย้ำว่า ด่านศุลกากรไม่ได้ใช้ระบบให้ผู้โดยสารทุกคนต้องแจกแจกว่ามีอะไรนำกลับเข้ามาบ้าง แต่ใช้ระบบสุ่มตรวจ ผู้โดยสารต้องรู้ตัวเอง ถ้าตรวจพบว่าหนีภาษี มีความผิด

นอกจากนี้ทีมข่าวได้รวมรวมคำถามที่มีคนถามมากที่สุดในโลกออนไลน์ให้ ผอ.บุญเทียม ได้ชี้แจงให้ชัดเจน
1. มูลค่าของที่นำเข้ามาในประเทศ ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 20,000 บาท สามารถเพิ่มให้สูงขึ้นได้หรือไม่ เพราะในความเป็นจริง คนที่ไปอยู่ต่างประเทศนานๆ ก็อาจจะมีของใช้ส่วนตัวที่นำกลับมาเกิน 20,000 บาท 
ตอบ : กรมศุลกากร เพิ่งจะเพิ่มมูลค่า จาก 10,000 บาท เป็น 20,000 บาท ได้ปีกว่าๆ และ การกำหนดวงเงินเป็นไปตามสภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศ เทียบกับ ศุลกากรในต่างประเทศที่เป็นสมาชิกองค์กรศุลกากรโลก ไม่ได้มีการกำหนดมั่วๆ และ ไม่สามารถกำหนดเองได้ และถ้ากำหนดราคาสูงกว่านี้ ทุกคนก็จะใช้โอกาสซื้อของมาขายได้

2.การตีราคา
ตอบ :ปกติการตีราคา จะดูตามใบเสร็จที่มี แต่ถ้าไม่มีใบเสร็จ ก็จะให้ความเป็นธรรมด้วยการเทียบเคียงกับคนอื่นที่นำของชนิดเดียวกันเข้ามา , ดูผ่านเว็บขายของที่เหมือนกัน หรือ กรมศุลกากร ดูจากฐานข้อมูลราคา 

3.ยึดแล้ว นำของไปไหน 
ตอบ : เมื่อคดีถึงที่สุด ก็จะจำหน่ายขายทอดตลาด ถ้าเป็นของละเมิดลิขสิทธิ์ ของต้องห้าม ก็จะทำลายทิ้ง ส่วนเงินที่ได้จากการขายก็จะนำรายได้มาเป็นของแผ่นดิน 

4.ผู้โดยสารที่เดินทางออกนอกประเทศ ต้องลงทะเบียนของที่ช่องแดงทุกคนหรือไม่ บังคับใช่ไหม
ตอบ : ไม่ได้บังคับ แต่สำหรับคนที่ประสงค์จะลงทะเบียนของไว้ เพื่อเวลาเดินทางกลับเข้ามาจะได้ไม่ต้องมาถกเถียงกับเจ้าหน้าที่ จะได้มีหลักฐานว่านำของชิ้นนี้ออกไปจริง 




ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง