หมอกควันไฟป่าภาคเหนือเริ่มรุนแรง

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 01 มี.ค. 60 เวลา 12:20:45 น.

จำนวนผู้ชม : 809

กรุณารอสักครู่...

สถานการณ์หมอกควันไฟป่าในภาคเหนือเริ่มน่าเป็นห่วง เพราะยังเกิดไฟป่าต่อเนื่อง  แต่ละจังหวัดเร่งหามาตรการควบคุม และทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ขอความร่วมมือไม่เผาโดยพลการ 

นายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปปัญหาหมอกควันไฟป่าในจังหวัดลำปาง พบว่าตลอดเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเกิดไฟป่า จำนวน 149 ครั้ง โดยพื้นที่เกิดไฟไหม้ป่ามากที่สุด คือ อำเภอเถิน รองลงมา ได้แก่ อำเภอแม่พริก และ อำเภอเกาะคา ความเสียหายรวม 1,426 ไร่ สาเหตุส่วนใหญ่ยังมาจากจุดไฟหาของป่า และล่าสัตว์ รองลงมาเผาเพื่อการเกษตร

ทั้งนี้ จะเร่งแก้ปัญหาไฟป่า และไฟไหม้หญ้าข้างทางโดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ทหาร จะจัดกำลังเวรยามผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนระวังพื้นที่เสี่ยง ตลอด 24 ชั่วโมง หากตรวจพบผู้ลักลอบจุดไฟเผาป่าจะจับตัวมาดำเนินคดีทันที

สำหรับค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก ข้อมูลจาก สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน วัดได้ 110 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง วัดได้ 93 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเช้านี้ยังไม่เกินค่ามาตรฐานที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 


จังหวัดบึงกาฬ เปิดโครงการเยาวชนร่วมปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ ตามแนวพระราชดำริ โดยเจ้าหน้าทหาร และสถานีควบคุมไฟป่าภูวัว-ภูลังกา สาธิตเสมือนจริง ให้ความรู้เรื่องการป้องกันไฟป่า เพื่อเยาวชนร่วมกันดูแลผืนป่า หากเกิดไฟป่าจะสามารถปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง หรือใช้เครื่องมือในการช่วยดับไฟป่า ได้อย่างเหมาะสม  เพราะหากป่าเสียหาย จะส่งผลกระทบหลายชีวิตทั้งคนและสัตว์ พร้อมกันนี้ร่วมกันปลูกป่าเพื่อเพิ่มทรัพยากรธรรมชาติ 

และจากข้อมูลของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ระบุพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดไฟป่าใน 9 จังหวัดภาคเหนือ แยกได้เป็น 3 ส่วน คือ พื้นที่ป่า 62 ล้านไร่  พื้นที่การเกษตร 11 ล้านไร่ และ พื้นที่ริมทาง 7 แสนไร่ 

ซึ่งวิธีแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดไฟไหม้ป่าได้คือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ซึ่งจะเป็นอีกมาตรการสำคัญที่เจ้าหน้าที่จะต้องทำอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพื้นที่ป่าที่กรมป่าไม้ และ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับผิดชอบ โดยจะใช้ พ.ร.บ.ป่าสงวน ซึ่งในมาตรา 14 ระบุว่าหากบุคคลใดเผาป่าเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่ จะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และ ปรับตั้งแต่ 20,000-150,000 บาท 

แต่ถ้าเป็นพื้นที่การเกษตรซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรฯ จะใช้กฎหมายอาญา มาตรา 220 ผู้ใดทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใดที่น่าจะเป็นอันตรายแก่ผู้อื่น หรือทรัพย์สินของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และ ปรับไม่เกิน 14,000 บาท  

ส่วนพื้นที่ริมทางหลวง จะใช้ พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 130 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดเผา ภายในระยะ 500 เมตร จากทางเดินรถ เป็นเหตุให้เกิดควันหรือสิ่งอื่นใดในลักษณะไม่ปลอดภัยแก่จราจรในทางเดินรถ จะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท นอกจากนี้ผู้ที่เผาขยะ เผากิ่งไม้ ใบไม้ในเขตชุมชน ตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข จะมีโทษปรับ อีก 2,000 บาท 

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง