ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

เปิดข้อเท็จจริง ปม!!!ขนย้ายผู้ป่วยวัดพระธรรมกาย

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 02 มี.ค. 60 เวลา 13:03:41 น.

จำนวนผู้ชม : 333

กรุณารอสักครู่...

กรณีการเสียชีวิตของนางสาวพัฒนา เชียงแรง ที่มีอาการป่วยหอบหืดถูกระบุว่า รถพยาบาลไปถึงช้าจนเกินไป จนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต มาจากผลกระทบการใช้มาตรา 44 ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ถึงข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น   

พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย นำหลักฐานข้อความทางไลน์ แผนผังแสดงเส้นทาง และลำดับเหตุการณ์ในการให้ความช่วยเหลือ นางสาวพัฒนา เชียงแรง อายุ 48 ปี พยาบาลศูนย์รัตนเวช ของวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่าไม่ได้เสียชีวิตก่อน 5 ชั่วโมง หรือ 09.00 น. ก่อนเจ้าหน้าที่จะพบศพ ตามที่พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาลให้สัมภาษณ์ เพราะจากข้อความทางไลน์ที่ส่งหาเพื่อนชื่อหมวย ระบุเวลา 11.29 น. ก่อนจะบอกว่าหอบ เหนื่อยมาก อยากพ่นยา ขณะที่เพื่อถามว่าเดินมาอาคารบุญรักษาไหวไหม และมีเครื่องพ่นไหม ทางนางสาวพัฒนาบอกว่า ไม่มี เดินไหม่ไหว และข้อความสุดท้ายในเวลา 11.35 น. นางสาวพัฒนา บอกว่า 1404 ขณะที่เพื่อน เมื่อทราบข่าวได้ออกมาขอความช่วยเหลือที่ด่านทหาร เวลา 11.35-11.50 น แต่เจ้าหน้าที่ให้รอถามดีเอสไอ และในเวลา 11.00 น.ได้พยายามโทรติดต่อ 1669 และอีกประมาณ 10 นาทีดีเอสไอมาถึงจึงพากันไปที่ประตู 7 จากนั้นในเวลา 12.15 น.จึงได้นั่งรถ 1669 ไปจุดเกิดเหตุ จนไปถึงเวลา 12.30 -12.40 น. พบว่านางสาวพัฒนา เสียชีวิตแล้ว ทางวัดพระธรรมกายจึงยืนยันว่าการเสียชีวิตของนางสาวพัฒนา มาจากผลกระทบการ ใช้มาตรา 44 ที่มีการตั้งด่าน การติดต่อโทรศัพท์และอินเตอร์เนตล่าช้า ไม่เกี่ยวข้อง กับการที่พระธัมมชโย ไม่มามอบตัว จึงขอให้รัฐบาลแสดงความผิดชอบกับการสูญเสียที่เกิดขึ้นด้วย

พระสนิทวงศ์ ย้ำว่า 15 วันที่ผ่านมาไม่ทราบข่าวว่าพระธัมมชโยอยู่ที่ใด เพราะไม่เคยพบมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ดังนั้นการที่พระและคณะศิษย์ไม่ยอมให้ดีเอสไอเข้าวัดไม่ได้ปกป้องพระธัมมชโย แต่มาเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา และพระสนิทวงศ์ ย้ำว่าไม่กังวลที่ดีเอสไอจะออกหมายเรียกในคดียุงยง ปลุกฝั่น ต่อต้านคำสั่ง คสช. เพราะที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่แถลงข้อเท็จจริงเท่านั้น

พันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ ยืนยันว่า การเสียชีวิตของนางสาวพัฒนา เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลืออย่างทันทีแล้ว และเห็นว่า การที่พระสนิทวงศ์ออกมาให้สัมภาษณ์จนเกิดการเข้าใจคลาดเคลื่อนไปในทางที่ไม่ดี อาจจะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง เช่นเดียวกับกรณีของนายองอาจ ธรรมนิททา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้หรือไม่ หากเข้าข่ายความผิดฝ่ายกฎหมายก็คงไปร้องทุกข์ดำเนินคดีอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่เสียใจกับการเสียชีวิตเช่นเดียวกันจึงขอให้รอผลการชันสูตรทางแพทย์มายืนยันข้อเท็จจริง 

ส่วนการดำเนินดคีกับผู้ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. รองโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า ได้มีการปล่อยตัวชั่วคราว นายอัยย์ เพชร ทอง ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่มีคำสั่งให้มารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ภายในวันที่ 3 มีนาคม โดยมี คำสั่งห้ามเข้ามาในตลาดกลางคลองหลวง หากพบก็จะจับกุมในทันที

ขณะที่ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ได้ใช้รถสำรวจรอบนอกของพื้นที่วัดพระธรรมกาย พบว่า ถนนสายหลัก สายรอง และตามซอย มีด่านของตำรวจ ทหาร หลายด่าน เมื่อผ่านด่านบางด่าน จะมีการเรียกตรวจ บางด่านก็ไม่ตรวจ แต่ทั้งหมดนี้ส่งผลให้การจราจรติดขัดพอสมควร ซึ่งการจะเข้าไปตามประตูต่างๆ ก็ทำได้ยาก ต้องมีการตรวจสอบข้อมูล และเหตุผลของการเข้าพื้นที่ ซึ่งบางประตูสื่อมวลชนก็ไม่สามารถเข้าไปได้ 

จนกระทั่งทีมข่าวถึงประตู 7 ซึ่งเป็นทางเข้าหน้าวัด ที่ประตูนี้ถือว่าป็นจุดที่มีความผ่อนคลาย และเป็นจุดที่กองอำนวยการคลองหลวง ได้ตกลงร่วมกันกับวัดพระธรรมกายว่า หากมีคนป่วย คนเจ็บ จะใช้ประตูนี้ในการรับ-ส่งเพียงประตูเดียว

ซึ่งกองอำนวยการคลองหลวง ตั้งอยู่เยื้องๆ กับประตู 7 หรือที่บริเวณหน้า สภ.คลองหลวง เป็นจุดรวมทีมกู้ชีพกู้ภัยทั้งหมด เป็นจุดฟังวิทยุสื่อสาร

คุณวชิระ แก้วเกิด เจ้าหน้าที่รถพยาบาลมูลนิธิร่วมกตัญญู บอกว่า เป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ในฐานะร่วมกตัญญู พร้อมด้วย ป่อเต็กตึ๊งที่ทำงานร่วมกัน ไปรอที่ประตู 7 และได้พบกับคุณหมวยจริง คุณหมวยนั่งรถของป่อเต็กตึ๊ง แต่ก็เข้าพื้นที่ไปด้วยกัน ไม่ได้หลงทาง ไม่ได้ขับรถตามหาสถานที่ แถมการผ่านด่านตรวจก็ผ่านไปได้ไม่ยาก ไม่เสียเวลา แค่บอกว่าจะไปรับคนป่วย

แต่ที่มีประเด็นว่า 1669 ช้า จนทำให้ไปรับผู้ป่วยไม่ทัน คุณวชิระ บอกว่า ที่จริงแล้วการโพสต์เฟซบุ๊กของพระสนิทวงศ์ บอกไม่หมด หรือ พระอาจจะรู้ไม่หมดว่า ในวันเกิดเหตุ หลังจากกองอำนวยการคลองหลวงได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วย ก็ดำเนินตามขั้นตอน จนกระทั่งไปพบผู้ป่วยเสียชีวิต แต่หลังจากนั้นก็ได้รับแจ้งอีกว่ามีคนป่วย จึงเดินทางไปรอที่ประตู 7 อีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ พบกับพระ 2 รูป และดีเอสไอ ซึ่งให้เข้าทางประตู 7 ได้เลย แต่พระพาไปที่ประตู 15 แล้วพบว่า มีตู้คอนเทนเนอร์กั้นไว้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจึงพามาทางประตู 8 ก่อนจะไปถึงพื้นที่ 58 ไร่ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ คุณวชิระก็แจ้งว่า เป็นเหตุซ้ำกัน

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง