พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ดีเอสไอส่งหนังสือเรียกผู้ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ขัดขวางค้นวัดธรรมกายแล้ว 62 คน

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 04 มี.ค. 60 เวลา 21:49:55 น.

จำนวนผู้ชม : 232

กรุณารอสักครู่...

วันที่ 17 ของปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายของดีเอสไอ ที่วันนี้ได้มีหนังสือเรียกบุคคลที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่แล้ว 62 คน ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เน้นย้ำให้สำนักงานพระพุทธศาสนานำข้อบังคับมหาเถรสมาคมมาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้รักษาการเจ้าอาวาส และพระสังฆาธิการวัดพระธรรมกาย ชอบด้วยกฎมหาเถรสมาคมหรือไม่

พันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ แถลงผลปฏิบัติการปิดล้อมวัดพระธรรมกาย 17 วันที่ผ่านมา ดีเอสไอได้มีหนังสือเรียก บุคคลที่ฝ่าฝืนคำสั้งคสช.ตามมาตรา 44 ฐานยุยง ปลุกปั่น ทั้งหมด 62 คน มารายงานตัวแล้ว 9 คน โดยยอมรับว่า สาเหตุที่ยังไม่สามารถตรวจค้นวัดพระธรรมกายได้ เนื่องจากศิษยานุศิษย์ไม่ยินยอม และเจ้าหน้าที่ไม่อยากให้มีการปะทะ โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีเจตนาทำลายพระพุทธศาสนาตามที่มีการบิดเบือน ที่ผ่านมาได้ใช้กฏหมายควบคู่กับหลักพระธรรมวินัย และยังคงขอความร่วมมือให้ผู้ไม่เกี่ยวข้งออกจากวัดพระธรรมกาย เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ประชาชนสามารถติดต่อขอนำญาติออกจากพื้นที่วัดพระธรรมกายได้ โดยแจ้งความประสงค์ ณ จุดคัดกรองและส่งกลับ ประตู 7 วัดพระธรรมกาย หรือโทรสายด่วนดีเอสไอ 1202 ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่นายณัฐกิตติ์ ไชยวรรณรัตน์ ตัวแทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ได้นำป้ายประกาศจากพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ไปติดไว้ที่ตลาดกลางคลองหลวง เพื่อให้พระภิกษุ สามเณร กลับไปปฎิบัติศาสนกิจที่สังกัดเดิม รวมทั้งให้เจ้าคณะอำเภอ ดำเนินการตรวจสิทธิสงฆ์ เพื่อส่งกลับวัดสังกัดเดิม

โดยความเคลื่อนไหวที่ตลาดกลางคลองหลวง เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา พันตำรวจโทวิเชียร เหมือนสุวรรณ พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง พร้อมด้วยดีเอสไอและสำนักงานพระพุทธศาสนา ได้นำหมายเรียกมามอบให้กับพระปลัดเสกสรรค์ อัตตะถะโม ตัวแทนกลุ่มอารยะ 072 ระหว่างแถลงข่าวภายในตลาดกลางคลองหลวง ข้อหาฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามคำสั่ง คสช. โดยให้ไปรายงานตัวในวันที่ 8 มีนาคม ขณะที่พระเสกสรรค์ เซ็นรับทราบหมายเรียก พร้อมยืนยันว่าจะไปรายงาน และไม่ได้ต้องการขัดคำสั่งเจ้าหน้าที่ ส่วนกรณีที่ดีเอสไอขอคืนพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวง ทางพระสงฆ์และคณะศิษย์จะคืนพื้นที่ได้ก็ต่อเมื่อได้กลับเข้าไปภายในวัดพระธรรมกายเท่านั้น   

ส่วนความเคลื่อนไหวภายในวัดพระธรรมกายวันนี้ พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ไม่ได้ออกมาแถลงข่าวเป็นวันที่สอง แต่มีตัวแทนจากสำนักสื่อสารองค์กร ออกมาแถลงชี้แจงกรณีมีความคิดเห็นว่า ถ้าพระธัมมชโยไม่ผิด ทำไม่ไม่มอบตัวต่อสู้คดี โดยให้เหตุผลว่า พระธัมมชโย ไม่ได้หนีและยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่มีอาการอาพาธ จึงขอให้เจ้าหน้าที่มาแจ้งข้อกล่าวหาในวัด แต่เจ้าหน้าที่ไม่มา จนถูกออกหมายจับ ขัดหมายเรียก และนำมาซึ่งความพยายามในการจับกุม ทั้งๆ ที่คดีมีอายุความ 15 ปี และมีการดำเนินคดีกับวัดอีกกว่า 300 คดีภายใน 1 เดือน จึงขอความเป็นธรรมให้กับวัดพระธรรมกาย ส่วนทีมแพทย์พยาบาลอาสาวัดพระธรรมกาย ทีมกู้ชีพรัตนเวช ร่วมกันแถลงเสียใจกับผู้เสียชีวิตสองรายขณะการใช้มาตรา 44 กับวัดพระธรรมกาย ซึ่งเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 44 ยกเลิกการตัดสัญญาณโทรศัพท์และหาแนวทางอำนวยความสะดวกกับทีมแพทย์ของวัดเพื่อป้องกันการสูญเสีย 

ขณะที่นายธวัชชัย ไทยเขียว โฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า ทางหน่วยงานของรัฐกำลังดำเนินการ 3 เรื่องพร้อมกัน คือ การบังคับใช้กฎหมาย การปกครองของสงฆ์ และพระธรรมวินัย ผลการปฏิบัติที่ผ่านมาพบว่า การที่เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีได้มีประกาศไม่ให้พระสงฆ์มาชุมนุมที่ตลาดกลางไปแล้วนั้นจะต้องทำให้ได้ ส่วนกรณีที่วัดพระธรรมกายอ้างเหตุพระธัมมชโยไม่อยู่ในวัด และขัดขวางการเข้าไปปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จึงมีข้อสังเกตว่าถ้าไม่อยู่ในวัดจริง จะขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปในวัดทำไม และเหตุผลใดจึงต้องขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายไม่ให้เข้าไปในวัด  

สำหรับเมื่อวานนี้ได้มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการทำหน้าที่ของผู้รักษาการเจ้าอาวาส และพระสังฆาธิการของวัดพระธรรมกาย ได้ทำหน้าที่ตามกฎหมายคณะสงฆ์และกฎมหาเถรสมาคมแล้วหรือไม่ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีรายงานว่า ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าอาวาส เพื่อยุติการกระทำของพระสงฆ์และการใช้พื้นที่วัดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง  

นอกจากนั้นพระสังฆาธิการระดับอื่นๆ ของวัดก็ไม่ได้ทำหน้าที่ในลักษณะดังกล่าวเช่นเดียวกัน จึงเป็นที่สงสัยของสังคมว่าการปกครองของคณะสงฆ์วัดพระธรรมกายมีสภาพที่แท้จริงเป็นอย่างไร เพราะกฎมหาเถรสมาคม กำหนดให้พระสังฆาธิการต้องเอื้อเฟื้อต่อกฎหมาย และต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่สั่งโดยชอบด้วยอำนาจหน้าที่ จึงมีคำถามว่าการปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยกฎมหาเถรสมาคมหรือไม่ ถ้าไม่ชอบด้วยกฎต้องแก้ไขอย่างไร ซึ่งทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติรับไปพิจารณา ซึ่งหากนำกฎของมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 มาใช้ให้ถูกเจตนารมณ์จะช่วยคลี่คลายปัญหาที่กำลังเป็นอยู่ได้เป็นอย่างดี เพราะได้บัญญัติอำนาจหน้าที่ที่มาที่ไปของพระสังฆาธิการไว้ด้วยแล้ว

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง