พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จับตา!!ประชุมมหาเถรสมาคม สั่งไม่สั่ง"พระธัมมชโย"พ้นสมณเพศ

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 10 มี.ค. 60 เวลา 12:00:45 น.

จำนวนผู้ชม : 364

กรุณารอสักครู่...

เมื่อช่วงเช้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ 196 ไร่ ในวัดพระธรรมกาย โซนหลักๆ คือ โซนเอ โซนบี และ อาคารบุญรักษา ซึ่งเป็นการเข้าค้นพื้นที่ๆดีเอสไอ.ยังมีความสงสัยในบางจุดขณะที่การประชุมมหาเถรสมาคม บ่ายวันนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ.จะนำเสนอคดีความต่างๆของพระธัมมชโย เป็นวาระจร เพื่อพิจารณาว่าด้วยความผิดคดีอาญาในทางพระธรรมวินัยมีความผิดหรือไม่ 

นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม หรือ มส.เปิดเผยว่าที่ประชุม มส.วันนี้ จะเริ่มขึ้นในเวลา 14.00 น.โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นประธานการประชุมวันนี้ โดยนอกจากวาระปกติแล้วทราบว่าเลขาธิการ พศ.จะกราบเรียนต่อที่ประชุมเพื่อขอทราบการพิจารณาว่าจะมีคำสั่งอย่างไรตามที่ดีเอสไอทำหนังสือถึงพศ.กรณีพระธัมมชโย จะมีความผิดทางพระวินัยหรือไม่ หลังจากพนักงานอัยการ มีความเห็นสั่งฟ้องในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงินและรับของโจร ซึ่งตามพระธรรมวินัย จะต้องถึงขั้นอาบัติปาราชิก แต่ทั้งนี้ขอให้สื่อมวลชนรอติดตามฟังผลการประชุมมส.โดยหลังประชุมเสร็จจะแถลงข่าวให้รับทราบต่อไป

ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการพศ.ในฐานะเลขาธิการ มส. บอกว่าจะนำหนังสือกราบทูลพระสังฆราช และมหาเถรสมาคม ว่ามีคำสั่งอย่างไร แต่ต้องฟังพระชั้นผู้ใหญ่ โดยขั้นตอนตามกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 11 เรื่องเกี่ยวกับนิคหกรรมคล้ายกับการดำเนินการทางวินัยสงฆ์ และ กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ

ขณะที่ขั้นตอนการจับสึกพระธัมมชโย ผ่านกระบวนการทางธรรม ภายหลังจากพระธัมมชโย ถูกถอดสมณศักดิ์ไปแล้ว จะกลายเป็นพระสงฆ์ทั่วไป ข้อมูลทั้งหมดนี้รวบรวมโดยทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ตรวจสอบความถูกต้องแล้วกับ รศ.ดร.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ อาจารย์สาขาวิชาพุทธศาสนศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพุทธศาสนา ศึกษาและวิจัยโครงสร้าง และข้อมูลเกี่ยวกับพระมาโดยตลอด

มหาเถรสมาคม ปกครองพระสงฆ์ พิจารณาในเรื่องต่างๆ พระธัมมชโยก็อยู่ในอาณัติของ มหาเถรสมาคม และเจ้าคณะปกครองสามารถพิจารณาให้พระสงฆ์รูปใดอาบัติปาราชิก
- แต่ที่ผ่านมาไม่มีการดำเนินการใดๆ จากทางเจ้าคณะปกครอง จึงมุ่งไปที่มหาเถรสมาคมที่มีอำนาจควบคุมดูแลพระสงฆ์ทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการพิจารณาในวันนี้
- ที่จริงแล้วหากเรื่องไม่ถึงมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หน เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส สามารถให้อาบัติปาราชิกได้ 
- กระบวนการทั้งหมดดำเนินการตามพรบ.คณะสงฆ์ใน ม.25 และ ม.27
- การสึก มี 2 วิธี คือ ลาสิกขา เป็นการสึกแบบปกติ ด้วยความสมัครใจ สึกแล้วสามารถกลับมาเป็นพระได้ และ อาบัติปาราชิก ไม่สามารถกลับมาเป็นพระได้ 

ทีนี้จะมาดูว่าสาเหตุใดบ้างที่ทำให้พระสงฆ์อาบัติปาราชิก

- เสพเมถุน = พระภิกษุมีเพศสัมพันธ์กับสตรี หรือแม้แต่เดรัจฉานเพศเมีย ถือว่าขาดจากความเป็นพระภิกษุทันที แม้จะอยู่ในผ้าเหลืองหรือไม่ก็ตาม 
- ลักขโมย = มีเจตนาลักขโมยของที่เจ้าของไม่อนุญาตด้วยจิตที่จะลัก
- ฆ่ามนุษย์ = ฆ่าด้วยตนเอง หรือ ใช้ให้คนอื่นฆ่า
- พูดอวดคุณวิเศษ = พูดโอ้อวดความสามารถของตนเอง
- รศ.ดร.ดนัย ให้ความเห็นว่า หากมองไปที่พฤติกรรมของพระธัมมชโยที่ผ่านมาก็มีสิทธิ์ที่จะอาบัติปาราชิก จากการพูดอวดคุณวิเศษ คืออาบัติข้อที่ 4 เช่น อวดว่า มีคุณวิเศษพบวิญญาณนายชาติชาย ในสวรรค์ และอวดว่า ใช้ญาณตรวจสอบภพภูมิ"สตีฟ จอบส์"

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังกลับไปหลาย 10 ปี พบว่าพระที่ต้องอาบัติปาราชิกในอดีตมีหลายท่าน แต่ที่น่าจะจำกันได้ ยกตัวอย่างให้ดู 2ท่าน

- คนแรก รู้จักกันดีในชื่อ พระยันตระ อมโรภิกขุ หรือ นายวินัย ละอองสุวรรณ เป็นพระรูปงามที่มีลีลาการเทศนาเฉพาะตัว ใครๆก็อยากจะฟัง เทศนากี่ทีคนแน่นขนัด ผู้คนศรัทธามากมาย โด่งดังมากช่วงปี 2537
- แต่สุดท้าย มีสีกาไปร้องเรียนกรมการศาสนา ว่าพระยันตระ ล่อลวงสีกา หรือ ผู้หญิงคนนึงไปมีเพศสัมพันธ์จนตั้งครรภ์ ผู้หญิงคนนั้นได้ฟ้องร้องและขอให้ตรวจดีเอ็นเอ แต่พระยันตระปฏิเสธ
- เรื่องราวถูกเปิดโปงมากมาย พยานหลักฐานชัดเจน สุดท้ายแล้ว มหาเถรสมาคม มีมติให้พระยันตระพ้นจากความเป็นสงฆ์ ผิดวินัยร้ายแรงเพราะเสพเมถุน ต้องอาบัติปาราชิก

- คนที่ 2 ก็น่าจะรู้จักกันดี หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก หรือ นายวิรพล สุขผล มีชื่อเสียงโด่งดังช่วงปี 2555-2556 
- แต่สุดท้ายก็มีเรื่องราวที่เหมือนๆกันกับพระยันตระ มีสีกา หรือ 
ผู้หญิงคนนึงออกมาเปิดเผยความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับเณรคำจนมีลูก 
- เจ้าคณะจังหวัด มีมติให้อาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุ เพราะเสพเมถุน 
- ซึ่งเจ้าตัวยังมีความผิดเรื่องการฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน ปลอมวุฒิการศึกษา เลี่ยงภาษี ฯลฯ
- ซึ่งตัวอย่างที่เรายกมาให้ดูทั้ง2ท่านนี้ เป็นพระที่อาบัติปาราชิก เมื่ออาบัติปาราชิกแล้ว ก็มีคำเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า"สมี"อ่านว่า สะ-หมี เป็นคำที่เรียกพระภิกษุที่ถูกไล่สึก หรือ พระที่ต้องอธิกรณ์ขั้นปาราชิก
- บุคคลที่เป็นสมี จะบวชอีกไม่ได้ตลอดชีวิต

- ทีนี้หากกระบวนการอาบัติปาราชิกทางธรรมไม่เกิดขึ้น ยังมีขั้นตอนจากทางโลก ที่สามารถทำให้พระธัมมชโยหลุดพ้นจากการเป็นพระได้ ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย
- โดยหากพระสงฆ์มีความผิดทางคดีอาญา หรือมีหลักฐานชี้ชัดว่าพระผู้นี้มีความผิดทางอาญา
- ศาลสามารถสั่งให้พิจารณาฝากขังได้ หากพระสงฆ์มีพฤติการณ์หลบหนีคดี 
- ดังนั้นก่อนการฝากขังจะต้องจับพระสงฆ์ผู้นั้นสึกก่อน เพราะจะจับพระสงฆ์ขังไม่ได้

ผู้สื่อข่าวเที่ยงวัน ทันเหตุการณ์ ไปสอบถามความเห็น รศ.ดร.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ อาจารย์สาขาวิชาพุทธศาสนศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยอาจารย์มองว่าขั้นตอนการจับสึกพระธัมมชโยควรให้ฝ่ายสงฆ์จัดการกันเองก่อน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเกิดการยอมรับจากทุกฝ่าย

ส่วนที่มีข้อสงสัยว่าหากหาตัวพระธัมมชโย ไม่พบจะสามารถจับสึกได้หรือไม่ อาจารย์ ยืนยันว่าหากมีมติจากมหาเถรสมาคมสามารถทำได้โดยการติดประกาศไว้ที่วัด โดยไม่ต้องพบตัวพระธัมมชโยก็ได้

ส่วนการประชุมของมหาเถรสมาคมในช่วงบ่ายวันนี้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ บอกกับทีมข่าวล่าสุด ยืนยันว่าวันนี้จะนำเรื่องของพระธัมมชโย เข้าสู่ที่ประชุมอย่างแน่นอนเพราะว่ามีการร้องเรียนเข้ามามาก เป็นเรื่องใหญ่ระดับบ้านเมือง ต้องนำเสนอเข้าที่ประชุมมหาเถรสมาคมอย่างแน่นอน ถามว่าจะพิจารณาเรื่องอาบัติปาราชิกเลยหรือไม่ พ.ต.ท.พงศ์พร ระบุว่าประสงค์ให้เป็นเช่นนั้นแต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอน เหมือนคดีอาญาจะพิจารณาว่าผิดมากหรือผิดน้อย หรือไม่ผิด

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง