เตือนภัย!!มิจฉาชีพรับจ้างเดินบัญชีสวมรอยนำบุ๊คแบงก์ไปฉ้อโกง

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 10 มี.ค. 60 เวลา 12:09:12 น.

จำนวนผู้ชม : 409

กรุณารอสักครู่...

การเดินบัญชีธนาคารเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เมื่อเจ้าของบัญชีต้องการทำธุรกรรมทางการเงินบางอย่าง หรือนำไปเป็นหลักฐานอ้างอิงขอสินเชื่อกู้ยืมเงินจากธนาคาร ซึ่งธนาคารจะตรวจสอบสภาพคล่องทางการเงินก่อนปล่อยกู้ แต่ต้องดูให้ดีๆ ว่าคนที่รับเดินบัญชีให้เชื่อถือได้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นอาจตกเป็นเหยื่อ เหมือนกับผู้เสียหายที่จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ไปติดต่อพูดคุยกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนทางเฟซบุ๊กเพื่อจ้างเดินบัญชีธนาคาร สุดท้ายถูกมิจฉาชีพหลอกนำสมุดบัญชีไปฉ้อโกงเงินชาวบ้าน และตนเองตกเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ แต่โชคดีที่เมื่อเรื่องถึงอัยการ พบว่าไม่ได้เป็นผู้ทำความผิดตัวจริง คู่กรณีถอนฟ้องไม่ติดใจจึงพ้นผิด แต่ทำให้ติดคุกฟรีถึง 40 วัน  

ผู้สื่อข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ เดินทางไปพบ นายธัญญ์รวี กิติมานราเศรษฐ์ อาชีพช่างแต่งหน้าอิสระ เล่าให้ฟังว่า ตอนที่มีหมายเรียกจากสถานีตำรวจภูธรนาน้อย จังหวัดน่าน ส่งมาที่บ้านว่าตนไปหลอกลวงเงินค่าขายข้าวโพดชาวบ้านที่จังหวัดน่าน เป็นเงิน 1,820,000 บาท ตนเองเดินทางไปให้ปากคำถึง 4 ครั้ง เพื่อแสดงความบริสุทธ์ใจว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการทำความผิด  แต่ครั้งที่ 4 วันที่ 25 ต.ค.2559 นัดพบที่ศาลจังหวัดน่าน ซึ่งได้ถูกรวบตัวไปคุมขังไว้ใต้ถุนศาลระหว่างพิจารณาคดี และจำคุกอยู่ที่เรือนจำจังหวัดน่าน 40 วัน เนื่องจากไม่มีเงินประกันตัว

ด้วยที่ตนเองเป็นสาวประเภทสอง จึงไว้ผมยาวดูสวยตามตัวตน เมื่อถูกจับขังคุกชีวิตเปลี่ยน ต้องตัดผมสั้นตามกฎของเรือนจำ ซึ่งบอกว่ารับไม่ได้!! รู้สึกสูญเสียอิสรภาพไม่ได้กลับบ้าน ร้องไห้แทบทุกวันถึงขั้นคิดจะกินน้ำยาล้างห้องน้ำฆ่าตัวตาย อยากเตือนทุกคนว่าอย่าไว้ใจใครง่ายๆ

เช่นเดียวกับคุณมยุรา ทองอยู่ เจ้าของร้านเสริมสวย ที่จังหวัดสุพรรณบุรี บอกว่าจ้างเดินบัญชีเพื่อยื่นสินเชื่อซื้อบ้านซึ่งได้รับการชักชวนจากลูกค้าคนหนึ่งให้ติดต่อเพจดังกล่าว แล้วก็ถูกหลอก แรกๆไม่ได้เอะใจเชื่อว่าเป็นขั้นตอนของการเดินบัญชี เมื่อประสานไปยังมิจฉาชีพเพื่อสอบถามรายละเอียด ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมาถูกดำเนินคดีร่วมกันฉ้อโกง พร้อมกับคุณธัญญ์รวี จำคุก 32  วัน เพราะหาเงินประกันตัวไม่ทัน โดยที่ทั้งสองคนไม่รู้จักกันมาก่อน

คดีนี้สิ้นสุดที่ศาลแล้ว แต่ผลกระทบไม่จบ ลูกค้าเริ่มหายไม่กล้ามาใช้บริการเพราะถูกมองว่าเป็นคนหลอกลวงขี้คุก

ทั้งสองคนได้ติดตามเพจเฟซบุ๊กชื่อ"รับเดินบัญชี ยื่นกู้ขอวีซ่า"ค่าใช้จ่ายคิด 1% ของยอดเงินรวม (ร้อยละ 1 บาท) โดยต้องส่งเอกสารเป็นสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการหมุน บัตรเอทีเอ็มพร้อมรหัส สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อดำเนินการดังกล่าว โดยเลือกเป้าหมายคนที่ประกอบอาชีพอิสระ จากนั้นมิจฉาชีพจะไปหลอกฉ้อโกงเงินของชาวบ้าน บอกให้โอนเงินเขาบัญชีที่ไปหลอกมาจากผู้เสียหาย  เมื่อเงินถูกโอนเข้าบัญชีก็จะนำเอทีเอ็มไปกดเงินออกมาใช้พร้อมปิดช่องทางการสื่อสารทุกอย่างทั้งเฟซบุ๊ก โทรศัพท์ แล้วหลบหนี ความรับผิดชอบทั้งหมดจึงตกอยู่ที่คนจ้างเดินบัญชี กลายเป็นแพะรับบาปถูกดำเนินคดีทั้งที่ไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย

ด้านนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์  ทนายความ บอกว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่บกพร่องในแง่พิสูจน์ตัวตนว่าทั้ง2 คนเป็นผู้ทำความผิดจริงหรือไม่ ไม่ตรวจสอบหลักฐานให้รอบคอบ ไม่มีการชี้ตัวจากผู้เสียหาย อย่างไรก็ตามมิจฉาชีพรายนี้ยังจับตัวไม่ได้

ภายหลังที่ทีมข่าวได้คุยคุณธัญญ์รวี และคุณมยุรา ก็พาเดินทางจากจังหวัดสุพรรบุรีไปที่สำนักงานกองทุนยุติธรรมเพื่อยื่นแบบคำขอรับความช่วยเหลือ โดยผู้อำนวยการฯ รับปากจะนำเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม เพื่อพิจารณากรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ช่วยเหลือค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ




ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง